พระเครื่อง

ร่วมงานบุญอายุวัฒนมงคลครบ๑๐๔ปีหลวงปู่จันทร์ศรี

ร่วมงานบุญอายุวัฒนมงคลครบ๑๐๔ปีหลวงปู่จันทร์ศรี

08 ต.ค. 2558

ร่วมงานบุญอายุวัฒนมงคลครบ๑๐๔ปี‘พระอุดมญาณโมลี’ (หลวงปู่จันทร์ศรี) : บุญนำพา

             คณะศิษยานุศิษย์ ได้กำหนดจัดงานทำบุญอายุวัฒนมงคล ครบ ๑๐๔ ปี พรรษา ๘๔ เพื่อเป็นการแสดงความกตัญญูกตเวทิตาธรรม และน้อมถวายมุทิตาสักการะแด่พระเดชพระคุณ พระอุดมญาณโมลี (จันทร์ศรี จนฺททีโป) ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค ๙ (ธรรมยุต) และเจ้าอาวาสวัดโพธิสมภรณ์ พระอารามหลวง ต.หมากแข้ง อ.เมือง จ.อุดรธานี ในวันที่ ๘-๙-๑๐ ตุลาคม ทำบุญตักบาตร และถวายภัตตาหารเช้าแด่พระสงฆ์

             วันเสาร์ที่ ๑๐ ตุลาคม เวลา ๐๗.๐๐ น. ทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ ๑๐๕ รูป เวลา ๐๘.๐๐ น. ถวายภัตตาหารเช้าพระเถระ ๖๐ รูป ณ ศาลาการเปรียญ เวลา ๐๙.๐๐ น. พระสงฆ์ ๖๐ รูป สวดทักษิณานุประทาน ณ พระอุโบสถ เวลา ๑๐.๐๐ น. พระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์ ๑๐ รูป เจริญพระพุทธมนต์ ณ พระอุโบสถ เวลา ๑๑.๐๐ น. ถวายภัตตาหารเพลแด่พระสงฆ์-สามเณร ๑๐๕ รูป เวลา ๑๓.๐๐ น. คณะสงฆ์และศิษยานุศิษย์ น้อมถวายมุทิตาสักการะ แด่ พระอุดมญาณโมลี (หลวงปู่จันทร์ศรี จันททีโป)

             จึงขอเชิญพุทธศาสนิกชนร่วมบำเพ็ญกุศล และแสดงมุทิตาสักการะโดยพร้อมเพรียงกัน ติดต่อสอบถามโทร.๐๘-๑๒๖๐-๐๗๔๘, ๐๘-๔๙๕๕-๓๒๘๕, ๐๘-๖๕๑๓-๐๕๔๖ (ตั้งโรงทาน)

             ประวัติโดยสังเขป พระอุดมญาณโมลี (หลวงปู่จันทร์ศรี จนฺททีโป) เป็นศิษย์สาย พระอาจารย์มั่น ภูริทตฺโต ท่านอยู่ในร่มเงาแห่งพระบวรพุทธศาสนา ตั้งแต่อายุ ๑๔ ปี ได้เคยอุปัฏฐากรับใช้หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต และได้หลักการปฏิบัติกรรมฐานนับแต่นั้นมา

             หลวงปู่จันทร์ศรี จนฺททีโป มีนามเดิมว่า จันทร์ศรี แสนมงคล เกิดเมื่อวันที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๔๕๔ ตรงกับวันอังคาร แรม ๓ ค่ำ เดือน ๑๑ ปีกุน ณ บ้านโนนทัน อ.เมือง จ.ขอนแก่น เข้าพิธีบรรพชาเป็นสามเณร เมื่อวันที่ ๖ พฤษภาคม ๒๔๖๘ ณ วัดโพธิ์ศรี อ.เมือง จ.ขอนแก่น ระหว่างปี ๒๔๖๘-๒๔๗๐ สามเณรจันทร์ศรี หมั่นท่องทำวัตรเช้า ทำวัตรค่ำ สวดมนต์เจ็ดตำนานสิบสองตำนาน และพระสูตรต่างๆ จนชำนาญ อีกทั้งได้ศึกษาอักษรธรรม อักษรขอม อักษรเขมร จนอ่านออกเขียนได้คล่องแคล่ว ต่อมาได้ฝึกเทศน์มหาชาติชาดก ทำนองภาษาพื้นเมืองภาคอีสาน โดยปฏิบัติธรรมถึง ๓ ปี จากนั้นได้ร่วมเดินทางกับพระอาจารย์อ่อน ญาณสิริ และพระอาจารย์ลี สิรินฺธโร ออกไปแสวงหาความวิเวกตามป่าเขา โดยพักตามป่าช้าในหมู่บ้านต่างๆ เพื่อเข้ากรรมฐาน และศึกษาอสุภสัญญา ปฏิบัติธุดงควัตร ๑๓ ตามแบบบูรพาจารย์อย่างเคร่งครัด

             จากนั้นได้ขึ้นไปแสวงหาวิโมกข์ธรรมบนภูเก้า อ.โนนสัง จ.หนองบัวลำภู เลยขึ้นไปถึงถ้ำผาปู่ จ.เลย วัดป่าอรัญญิกาวาส อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี พักที่วัดหินหมากเป้ง และได้เดินทางข้ามแม่น้ำโขงไปนครเวียงจันทน์

             ครั้นเมื่ออายุครบ ๒๐ ปีบริบูรณ์ ได้เข้าพิธีอุปสมบทเป็นพระภิกษุ ณ พัทธสีมาวัดศรีจันทร์ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่น เมื่อวันที่ ๑๓ มกราคม ๒๔๗๔ โดยมีพระเทพสิทธาจารย์ (จันทร์ เขมิโย) เมื่อครั้งดำรงสมณศักดิ์ที่พระครูพิศาลอรัญญเขตต์ เจ้าคณะจังหวัดขอนแก่น เป็นพระอุปัชฌาย์ พระอาจารย์สิงห์ ขนฺตยาคโม เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระอาจารย์มหาปิ่น ปญฺญาพโล เป็นพระอนุสาวนาจารย์ มีพระอาจารย์กรรมฐานจำนวน ๒๕ รูป นั่งเป็นพระอันดับ ได้รับฉายาว่า “จนฺททีโป” อันมีความหมายเป็นมงคลว่า “ผู้มีแสงสว่างเจิดจ้าดั่งจันทร์เพ็ญ”

             อุปสมบทได้เพียง ๗ วัน ท่านได้ติดตามหลวงปู่เทสก์ เทสรังสี พระกรรมฐานผู้เคร่งวัตรปฏิบัติแห่งวัดหินหมากเป้ง ต.พระพุทธบาท อ.ศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย และพระอาจารย์อ่อน ญาณสิริ ศิษย์สายกรรมฐานหลวงปู่มั่น ภูริทฺตโต เจ้าสำนักวัดป่านิโครธาราม ต.หมากหญ้า อ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี เดินรุกขมูล คือ อยู่โคนต้นไม้เป็นวัตร ซึ่งเป็นหนึ่งในธุดงควัตร ๑๓ ตั้งแต่เดือนมกราคม ๒๔๗๔ ถึงเดือนมีนาคม ๒๔๗๕

             ในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน ๒๔๘๔ หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต ได้ไปพำนักอยู่ที่วัดป่าสุทธาวาส พระมหาเส็ง ปุสฺโส ได้มอบให้หลวงปู่จันทร์ศรี เป็นผู้อุปัฏฐาก หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต ทำให้ท่านได้มีโอกาสอุปัฏฐากใกล้ชิด หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต และได้หลักฐานการปฏิบัติสมถวิปัสสนากัมมัฏฐานจากหลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต ซึ่งเป็นพระบูรพาจารย์ของพระธุดงคกรรมฐานเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะในภาคอีสาน จึงถือเป็นกำไรแห่งชีวิตพรหมจรรย์อันล้ำค่า

             การศึกษาพระปริยัติธรรมและงานด้านการศึกษา พ.ศ.๒๔๗๔ สอบได้นักธรรมชั้นตรีได้ในสนามหลวง คณะจังหวัดขอนแก่น พ.ศ.๒๔๗๕ สอบได้นักธรรมชั้นโทได้ในสนามหลวง พ.ศ.๒๔๗๗ สอบได้นักธรรมชั้นเอก พ.ศ.๒๔๘๐ สอบเปรียญธรรม ๓ ประโยค สำนักเรียนวัดบวรนิเวศวิหาร

             พ.ศ.๒๔๘๔ เจ้าประคุณสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ (ม.ร.ว.ชื่น นภวงศ์ สุจิตฺโต) ทรงมีพระบัญชาให้ไปเป็นครูสอนพระปริยัติธรรม แผนกธรรมและบาลี ณ สำนักเรียนวัดป่าสุทธาวาส ต.พระธาตุเชิงชุม อ.เมือง จ.สกลนคร และโยกย้ายไปตามสำนักต่างๆ อีกหลายแห่ง

             ตำแหน่งงานปกครองคณะสงฆ์ พ.ศ.๒๔๘๖ ได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดธรรมนิมิต จ.สมุทรสงคราม พ.ศ.๒๔๙๗ เจ้าประคุณสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ (ม.ร.ว.ชื่น นภวงศ์ สุจิตฺโต) ทรงมีพระบัญชาให้มาอยู่ที่วัดโพธิสมภรณ์ อ.เมือง จ.อุดรธานี จนถึง พ.ศ.๒๕๐๗ โปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้วัดโพธิสมภรณ์เป็นพระอารามหลวง ชั้นตรี ชนิดสามัญ และในปีเดียวกันท่านก็ได้รับแต่งตั้งให้เป็นเจ้าอาวาสวัดโพธิสมภรณ์ พ.ศ.๒๕๓๖ ได้รับแต่งตั้งให้เป็นเจ้าคณะภาค ๙ (ธรรมยุต) รวมทั้งได้รับแต่งตั้งให้เป็นที่ปรึกษามหาเถรสมาคม (มส.) พ.ศ.๒๕๔๒ ได้รับแต่งตั้งให้เป็นที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค ๙ (ธรรมยุต)

             สมณศักดิ์ พ.ศ.๒๔๙๕ เป็นพระครูสัญญาบัตรชั้นเอกที่พระครูสิริสารสุธี วันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๓๓ ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นธรรมที่ พระธรรมบัณฑิต

             วันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๔๔ ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะเจ้าคณะรองที่ พระอุดมญาณโมลี นับเป็นพระมหาเถระฝ่ายธรรมยุตรูปแรกที่อยู่ส่วนภูมิภาค ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่ได้รับการสถาปนาเป็นพระราชาคณะชั้น “รองสมเด็จพระราชาคณะ”

             หลวงปู่จันทร์ศรีเป็นหลวงปู่ใจดีของลูกหลานญาติโยม โดยไม่เลือกชั้นวรรณะ ไม่ยึดติดลาภสักการะ และไม่ยึดติดในบริวาร ชีวิตของหลวงปู่สมถะเรียบง่าย เป็นอยู่อย่างสามัญ แม้ท่านจะได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบการปกครองคณะสงฆ์ แต่ท่านก็ไม่ทิ้งการปฏิบัติกัมมัฏฐาน

             “พระอุดมญาณโมลี (จันทร์ศรี จนฺททีโป) เป็นพระมหาเถระฝ่ายธรรมยุตรูปแรกของภาคอีสาน ที่ได้รับการสถาปนาเป็นพระราชาคณะชั้น “รองสมเด็จพระราชาคณะ”…ท่านเป็นหลวงปู่ใจดีของลูกหลานญาติโยม โดยไม่เลือกชั้นวรรณะ ไม่ยึดติดลาภสักการะ และไม่ยึดติดในบริวาร ชีวิตของหลวงปู่สมถะเรียบง่าย เป็นอยู่อย่างสามัญ”

"}])