พระเครื่อง

ต่าย เชียงแสนจาก‘เด็กวัด’สู่‘เซียนพระเงินล้าน’

ต่าย เชียงแสนจาก‘เด็กวัด’สู่‘เซียนพระเงินล้าน’

19 ก.ย. 2558

ต่าย เชียงแสนจาก‘เด็กวัด’สู่‘เซียนพระเงินล้าน’ : พระเครื่องคนดัง เรื่องและภาพ ไตรเทพ ไกรงู

            “ผมชอบพระมาตั้งเด็กๆ โดยได้แบบอย่างจากลุง ท่านเก็บทั้งพระเครื่องและพระบูชา” นี่เป็นจุดเริ่มต้นในการเข้าสู่วงการพระเครื่องของนายสุเชาว์ ด้วงแดงโชติ หรือ “ต่าย เชียงแสน” ซึ่งเปิดศูนย์พระเครืองอยู่ที่พระเครื่องไอทีแลนด์ เดอะสแควร์ บางใหญ่ ชั้น ๓ นนทบุรี

            “ต่าย เชียงแสน” เล่าให้ฟังว่า หลังจากเรียนและทำงานก็เริ่มซื้อพระบ้างได้รับแจกจากงานบุญบ้าง ส่วนใหญ่เป็นพระสร้างใหม่ราคาไม่แพง โดยไม่คิดว่าจะยึดเป็นอาชีพมาก่อน เมื่อไปเป็นเด็กวัดประดูก็เริ่มเก็บพระเครื่องของพระมหาสุรศักดิ์ตั้งแต่รุ่นแรก ซึ่งในช่วงนั้นพระเครื่องและวัตถุมงคลของท่านได้รับความนิยมมาก มีเฉพาะในหมู่ลูกศิษย์เท่านั้น

            ทั้งนี้ประมาณ พ.ศ.๒๕๔๐ ท่านได้ทำตะกรุดแปดทิศ หรือตะกรุดแปดดอก แจกพระที่ลาสิขา ลูกศิษย์ ให้ไปใช้ฟรีๆ โดยไม่ได้จำหน่าย ซึ่งปัจจุบันถ้าเป็นเนื้อตะกั่วมีการเช่าหากันสูงกว่ากว่า ๓๐,๐๐๐ บาท เท่าที่ทราบครั้งแรกมีการทำเพียง ๒๐ ดอกเท่านั้น เมื่อมีประสบการณ์ชาวบ้านที่ทราบข่าวก็มาขอให้ท่านทำมากขึ้น

            พระมหาสุรศักดิ์ได้ทำตะกรุดแจกเรื่อยมา จนกระทั่ง พ.ศ.๒๕๔๘ ท่านทำตะกรุด มหาระงับปราบหงสา เพื่อหาทุนสร้างพิพิธภัณฑ์ โดยออกให้บูชาในราคาดอกละ ๒,๐๐๐ บาท ซึ่งถือว่าแพงมาก ขณะเดียวกันตะกรุดก็มีขนาดยาวถึง ๗ นิ้ว ทำให้ไม่ได้รับความนิยม จนกระทั่งของหมดจากวัดและเริ่มมีประสบการณ์ ส่งผลให้มีความต้องการเพิ่มขึ้นตามลำดับ ปัจจุบันถ้าเป็นเนื้อทองแดงราคาจะสูงถึงดอกละ ๓๕,๐๐๐ บาท ในขณะที่เนื้อเงินราคา ๖๐,๐๐๐ -๗๐,๐๐๐ บาท

            “ตะกรุดมหาระงับปราบหงสา ดีทางระงับดับภัย โทษร้ายกลายเป็นดี เขียนลงแผ่นทองแดงขนาด ๗ นิ้ว พอกยาซึ่งประกอบไปด้วยใบไม้รู้นอน ๗ ชนิดคือ ใบมหาระงับ ใบผักกะเฉด ใบกระทืบยอด ใบสมิ ใบแคขาว ใบชุมเห็ด และหญ้าใต้ใบถักเชือก เสร็จแล้วก็ลงรักปิดทองตะกรุดโภคทรัพย์ หรือตะกรุดคู่ชีวิต ดีทางคุ้มครองดวงชะตาและก่อให้เกิดมีทรัพย์สินเงินทองเพิ่มพูน เขียนลงบนแผ่นทองแดงขนาด ๖ นิ้ว ถักเชือก พอกยาและปิดทองแบบเดียวกับมหาระงับ” “ต่าย เชียงแสน” กล่าว

            สำรับการจัดสร้างเหรียญรุ่นแรกนั้น “ต่าย เชียงแสน” บอก่า เมื่อ พ.ศ.๒๕๕๓ ได้มีการจัดสร้างเหรียญรุ่นแรกขึ้นมา เนื้อพิงค์โกลด์สร้าง ๔๙ เหรียญ สร้างแจกเฉพาะกรรมการเท่านั้น ไม่มีการจำหน่าย ปัจจุบันมีราคาเกือบ ๓๐๐,๐๐๐ บาท ส่วนเนื้อทองคำที่มีการสร้างตามจำนวนสั่งจอง คือ ๔๔๙ เหรียญ ตอนจองราคา ๒๕,๐๐๐ บาท แต่ปัจจุบันราคาหลักแสนทุกเหรียญ หากเป็นเลขเดียวราคาหลายแสนบาท

            “ครั้งหนึ่งเคยขายเหรียญหมายเลข ๓ ไป ในราคา ๕๐๐,๐๐๐ บาท ส่วนเนื้อเงิน มีการจัดสร้าง ๒,๕๕๓ เหรียญ ตอนจองราคา ๑,๐๐๐ บาท แต่ปัจจุบันมีการซื้อหากันสูงถึงเกือบ ๓๐,๐๐๐ บาท เหรียญรุ่นนี้ที่ขึ้นชื่อว่าแพงต้องเป็นเหรียญลองพิมพ์ไม่ตัดปีก ทั้งหลังเรียบ หลังยันต์ รวมทั้งผิวเป่าไฟ และผิวขัดมัน ราคาหลักแสนทุกเหรียญ” ต่าย เชียงแสน กล่าว

            พร้อมกันนี้ ต่าย เชียงแสน ยังแนะนำสำหรับผู้เล่นพระใหม่ด้วยว่าข้อได้เปรียบของการเล่นพระใหม่คือ เกิดทันยุค สามารถศึกษาด้วยตัวเอง ใช้ทุนน้อย ของปลอมยังไม่มีระบาด ส่วนพระเก่ารวมปัญญาหลายอย่าง โดยเฉพาะเรื่องทุนและของปลอม

พระมหาสุรศักดิ์เกจิแห่งยุค

            พระครูพิศาลจริยาภิรม หรือพระมหาสุรศักดิ์ อติสกฺโข เจ้าคณะตำบลวัดประดู่ และดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดประดู่ พระอารามหลวง ท่านได้ศึกษาและ ถ่ายทอดวิชาแขนงต่างๆ จากครูบาอาจารย์ ดังนี้

            ๑.วิชาโหราศาสตร์ จากอาจารย์สุกรี พัฒนสุพงศ์

            ๒.วิชาสักยันต์ จากอาจารย์รวม สุขศรี

            ๓.วิชาอาคม จากครูนาค จ.กาญจบุรี

            ๔.รับถ่ายทอดวิชา ทำตะกรุดโลกธาตุ, ตะกรุดโสฬสมงคล, ตะกรุดโภคทรัพย์, ตะกรุดมหาระงับปราบหงสา, ตะกรุดมหาปราบ, ไหมเบญจรงค์ ๕ สี จากพระครูสุนทรธรรมกิจ (หลวงปู่หยอด ชินวํโส อดีตเจ้าอาวาสวัดแก้วเจริญ)

            ๕.วิชาเป่าทอง จากหลวงปู่ ดร.พิชัย วัดเขาหงส์ จ.ลพบุรี

            ๖.วิชานะปัดตลอด จากหลวงปู่จ่าง วัดเขื่อนเพชร จ.เพชรบุรี

            ๗.วิชาเบี้ยแก้, ผงยาวาสนาจินดามณี จากหลวงปู่เจือ ปิยสีโล วัดกลางบางแก้ว จ.นครปฐม

            ๘.วิชาสีผึ้งมหาเสน่ห์, น้ำมันมหาเสน่ห์ จากอาจารย์เสน่ห์ บ้านบางกล้วย อ.วัดเพลง จ.ราชบุรี

            ๙.วิชาประสานกระดูกจากอาจารย์สุดตา จ.ร้อยเอ็ด

            ๑๐.วิชาต่างๆ จากอาจารย์สุข ในเวียง จ.ร้อยเอ็ด

            ๑๑.วิชาการทำขุนทะเล จากอาจารย์เส็ง ศรีคำ

            ๑๒.วิชากรรมฐาน จากหลวงปู่คำ จากวัดพระธาตุดอยสุเทพ จ.เชียงใหม่

            ๑๓.วิชากรรมฐาน จากหลวงพ่อตา วัดเขาแก้ว จ.สระบุรี

            พระมหาสุรศักดิ์เป็นพระนักพัฒนา ด้วยแนวความคิดที่ว่า “พระพุทธศาสนาเป็นระบบการศึกษา สมภารวัดคือผู้บูรณาการทุกสิ่งให้ดำเนินไปตามจุดมุ่งหมาย” ท่านจึงได้จัดตั้งศูนย์การเรียนรู้ศิลปกรรมต่างๆ เช่น การทำหัวโขน การทำหุ่นปั้นจากดินสอพอง เพื่อให้นักเรียนจากโรงเรียนต่างๆ และประชาชนทั่วไปได้เข้ามาศึกษาหาความรู้

กระปุกเณรออมบุญแลกพระกริ่งรุ่นแรก

            วัดประดู่ พระอารามหลวง เป็นวัดโบราณ ก่อตั้งขึ้นในราวปลายสมัยอยุธยา ในสมัยหลวงปู่แจ้ง ซึ่งดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสในขณะนั้น พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ ได้เสด็จประพาสต้นทางชลมารคมายังวัดประดู่แห่งนี้ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๒๑ กรกฎาคม พ.ศ.๒๔๔๗ พระองค์ได้แวะทำครัวเสวยพระกระยาหารเช้าที่วัดแห่งนี้

            ดังมีหลักฐานบันทึกที่ปรากฏอยู่ในจดหมายเหตุเสด็จประพาสต้น ของสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ พระราชเลขา พระองค์ทรงมีพระราชศรัทธาต่อหลวงปู่แจ้งซึ่งเป็นพระที่มีวิชาอาคมสูง เป็นพระหมอน้ำมนต์ ศักดิ์สิทธิ์ สามารถรักษาโรคภัยไข้เจ็บ โดนผีเข้าหรือโดนคุณไสย เมื่อได้น้ำมนต์ของหลวงปู่แจ้งแล้วหายทุกราย

            พระองค์ทรงมีพระราชศรัทธาต่อ "หลวงปู่แจ้ง” อดีตเจ้าอาวาสวัดประดู่ เป็นอย่างมากและได้ทรงถวายเครื่องราชศรัทธาที่สำคัญๆ เช่น เรือเก๋งพระที่นั่ง พระแท่นบรรทม ตาลปัตร ฯลฯ ซึ่งปัจจุบันนี้ พระมหาสุรศักดิ์จัดเก็บรักษาไว้เป็นอย่างดี หากใครสนใจก็ขอเข้าชมได้ที่พิพิธภัณฑ์ของวัด

            ปัจจุบันวัดประดู่มีพระมหาสุรศักดิ์เป็นเจ้าอาวาส นอกจากขึ้นชื่อว่าเป็นพระเกจิอาจารย์แห่งยุคแล้ว ท่านยังเป็นผู้ที่มีความสามารถในด้านประติมากรรม งานปั้นหุ่นด้วยดินสอพอง พัฒนาวัดประดู่ให้มีความเจริญรุ่งเรือง อย่างไรก็ตามขณะนี้พระมหาสุรศักดิ์ได้จัดสร้างเหรียญเม็ดแตงรุ่นแรก โดยท่านเป็นผู้ปั้นแบบแม่พิมพ์เอง เพื่อนำเงินมาฉลองพระอารามหลวงในช่วงเดือนธันวาคม พ.ศ.๒๕๕๙

            ขณะเดียวกันท่านก็มีการจัดสร้างพระกริ่งยอดพระกัณฑ์พระไตรปิฎก โดยช่างเกษม มงคลเจริญ ได้แกะพิมพ์หินถวายไว้เมื่อหลายปีก่อน ทั้งนี้จะมอบเป็นที่ระลึกสำหรับผู้ที่รับได้รับมอบกระปุกเณรออมบุญ ไปหยอดให้เต็มแล้วนำมาแลกพระกริ่งและสมเด็จอย่างละองค์ โดยจะนำปัจจัยไปเป็นทุนการศึกษาพระเณรของวัด รวมทั้งสมโภชวัด สนใจร่วมบุญได้ที่ ๐๙-๐๘๐๘-๙๕๔๕ และ ๐๘-๘๕๙๙-๖๖๔๒

ต่าย เชียงแสนจาก‘เด็กวัด’สู่‘เซียนพระเงินล้าน’

"}])