พระเครื่อง

'ศิลป์ พีระศรี'กับงานประติมากรรมบนเหรียญชั้นบรมครู

'ศิลป์ พีระศรี'กับงานประติมากรรมบนเหรียญชั้นบรมครู

15 ก.ย. 2558

'ศิลป์ พีระศรี'กับงานประติมากรรมบนเหรียญชั้นบรมครู : เรื่องและภาพ ไตรดเทพ ไกรงู

              ศาสตราจารย์ ศิลป์ พีระศรี ผู้ก่อตั้งและครูผู้สอนศิลปะมหาวิทยาลัยศีลปากร บิดาแห่งศิลปะร่วมสมัยของไทย เดิมชื่อ คอร์ราโด เฟโรซี เป็นชาวอิตาลีสัญชาติไทย เกิดเมื่อ ๑๕ กันยายน พ.ศ.๒๔๒๓ อาจารย์ศิลป์ ชนะการประกวดออกแบบเหรียญเงินตราสยามที่จัดขึ้นในยุโรป และเข้ามารับราชการเป็นช่างปั้นประจำกรมศิลปากรในสมัยรัชกาลที่ ๖ เมื่อ พ.ศ.๒๔๖๖ สมัยสงครามโลกครั้งที่ ๒ ท่านโอนสัญชาติมาเป็นไทยและเปลี่ยนชื่อเป็น “นายศิลป์ พีระศรี” ท่านจึงไม่ถูกเกณฑ์เป็นเชลยศึกให้สร้างทางรถไฟสายมรณะ และสะพานข้ามแม่น้ำแคว

              พระราชานุสาวรีย์สำคัญของไทยที่เป็นส่วนหนึ่งของการออกแบบและควบคุมการหล่อของศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี เช่น พระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ ๑ ที่เชิงสะพานพุทธ, พระบรมราชานุสาวรีย์พระเจ้าตากสิน ที่ฝั่งธน, อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ที่ราชดำเนิน, อนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี (ย่าโม) ที่โคราช รวมทั้งพระศรีศากยะทศพลญาณ เป็นพระพุทธรูปยืนปางลีลาขนาดใหญ่ ประดิษฐานเป็นองค์พระประธาน ณ พุทธมณฑล เป็นต้น

              ศาสตราจารย์ศิลป์ นับเป็นผู้สร้างคุณูปการในทางศิลปะของไทยจนเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง ท่านถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ ๑๔ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๐๕ ปัจจุบันนี้ ในวันที่ ๑๕ กันยายนของทุกปี ได้ถูกกำหนดให้เป็น “วันศิลป์ พีระศรี” เพื่อรำลึกถึงครูผู้อุทิศตนเพื่อนักเรียนและศิลปะจนวินาทีสุดท้าย ท่านเคยกล่าวไว้ว่า “ฉันนับถือศาสนาศิลปะ เผยแพร่สอนศิลปะ ศิลปินอดข้าว เขาไม่ตาย แต่ห้ามเขาไม่ให้ทำงานศิลปะ เขาต้องตาย เขาอยู่ไม่ได้”

              นายศราวุฒิ วรพัทธ์ทวีโชติ หรือ “คุณเจมส์” เจ้าของกิจการร้าน Siam Coin & Antiques “ร้านกษาปณ์เมืองสยาม” หรือ “ร้าน Siamcoin” และเลขานุการสมาคมเหรียญที่ระลึกไทย บอกว่า ผลงานประติมากรรมของท่านเป็นที่ต้องการอย่างมากของนักสะสม โดยเฉพาะผลงานประติมากรรมรูปเหมือนบุคคลแบบลอยตัวชิ้นที่ดีเยี่ยมชิ้นหนึ่งคือ “พระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว” รัชกาลที่ ๖ โดยท่านโปรดมาประทับเป็นแบบให้ปั้นด้วยพระองค์เอง เมื่อ พ.ศ.๒๔๖๘ ปัจจุบันงานหล่อชุดนี้มีให้เห็นอยู่หลายที่ ชิ้นหนึ่งอยู่ที่พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน จ.เพชรบุรี และมีพบเห็นอยู่ในมือนักสะสมบ้าง งานชิ้นนี้มูลค่าหลักล้าน ผลงานชิ้นนี้มีความงามดูมีชีวิตชีวา อาจารย์ศิลป์ สามารถถอดบุคลิกภาพของพระองค์ที่ทรงเป็นทั้งนักปราชญ์และนักกวี ออกมาได้อย่างดีเยี่ยม

              ฝากไว้ในบวรพระพุทธศาสนา

              “พระศรีศากยะทศพลญาณ ประธานพุทธมณฑลสุทรรศน์” เป็นพระพุทธรูปยืนปางลีลาขนาดใหญ่ ประดิษฐานเป็นองค์พระประธาน ณ พุทธมณฑล อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม เป็นผลงานการออกแบบโดยศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี พระพุทธรูปองค์นี้ถือเป็นศูนย์รวมจิตใจชาวพุทธสืบเนื่องมาจวบกาลปัจจุบัน

              พุทธลักษณะพระศรีศากยะทศพลญาณ ทรงยกพระบาทขวาจะก้าว ห้อยพระหัตถ์ขวาท่าไกว พระหัตถ์ซ้ายยกเสมอพระอุระป้องไปเบื้องหน้าเป็นกิริยาเดิน ประยุกต์พุทธลักษณะมาจากพระพุทธรูปปางลีลาสมัยสุโขทัย ซึ่งในตอนแรกที่ออกแบบไว้นั้น พระพุทธรูปมีความสูงเพียง 2.14 เมตร แต่เพื่อให้สอดคล้องกับโอกาสที่พระพุทธศาสนาอายุครบ 2,500 ปี จึงมีการขยายขนาดเพื่อให้เป็น 2,500 กระเบียด (1 กระเบียดเท่ากับ 1/4 นิ้ว) ดังนั้นพระศรีศากยะทศพลญาณในปัจจุบัน จึงมีความสูงถึง 15.875 เมตร หล่อด้วยทองสำริดที่มีลักษณะงดงามและมีขนาดใหญ่ที่สุดในสมัยรัตนโกสินทร์

              ความเป็นมาของพระพุทธรูปปางนี้มีเรื่องราวเกี่ยวข้องกับพุทธประวัติ ตอนที่พระพุทธเจ้าเสด็จไปจำพรรษา ณ ปัณฑุกัมพลศิลาอาสน์ ภายใต้ไม้ปาริฉัตตกะ ณ ดาวดึงส์เทวโลก เมื่อออกพรรษามหาปวารณาแล้วจึงเสด็จลงจากเทวโลก ในการเสด็จลงจากเทวโลกนั้นเรียกกันว่า “เทโวโรหณสมาคม”

              เหรียญกษาปณ์ผลงานชั้นครู

              “คุณเจมส์” สำหรับเหรียญของไทยที่ออกแบบและปั้นต้นแบบโดยศาสตราจารย์ศิลป์ มีไม่มากนัก แต่เชื่อว่าท่านที่ชอบงานศิลปะของท่าน ชอบผลงานชั้นครู ข้อมูลของเหรียญต่อไปนี้ล้วนเป็นผลงานของท่าน และยังมีราคาที่ถูกมากๆ อย่างน้อยในตอนนี้ โดยต้องขอขอบคุณข้อมูลจากคุณอรรณพ แก้วปทุมทิพย์ นักสะสมอาวุโสผู้ที่ศึกษาผลงานของอาจารย์ศิลป์มาโดยตลอดทั้งยังได้บริจาคเหรียญต่างๆ ที่เป็นผลงานของอาจารย์ศิลป์กว่า ๓๐ เหรียญ ยกให้แก่พิพิธภัณฑ์อีกด้วย

              ๑.เหรียญกษาปณ์สมัยรัชกาลที่ ๗ เป็นเหรียญเงิน ด้านหน้าเป็นพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ครึ่งพระองค์ ทรงเครื่องแบบเต็มยศทหารมหาดเล็ก ผินพระพักตร์เบื้องซ้ายมีอักษร “ประชาธิปก สยามินทร์” ด้านหลังเป็นรูปช้างทรงเครื่องยืนบนแท่นหันหน้าไปทางซ้าย มีอักษร “สยามรัฐ ๒๔๗๒” เหรียญรุ่นนี้มีสองชนิดราคา โดยเป็นเหรียญรุ่นแรกที่เปลี่ยนจากการใช้คำว่า “สลึง” เป็น “๒๕ สตางค์” และ “สองสลึง” เป็น ๕๐ สตางค์ เหรียญมีขนาด ๒๕ และ ๒๐ มิลลิเมตร ทำจากเงิน ๖๕% และทองแดง ๓๕% ออกใช้เมื่อวันที่ ๑๑ มีนาคม พ.ศ.๒๔๗๓ ปัจจุบันมีมูลค่าการสะสมหลักพันต้นๆ

              ๒.เหรียญเฉลิมพระนคร ๑๕๐ ปี เหรียญนี้เป็นเหรียญราชอิสริยาภรณ์ที่ระลึก สร้างเมื่อปี ๒๔๗๕ เพื่อพระราชทานเป็นที่ระลึกในงานฉลองครบรอบแห่งการสถาปนากรุงเทพมหานครเป็นราชธานี ด้านหน้าเป็นพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก (รัชกาลที่ ๑) คู่กับพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๗) มีอักษรที่ริมขอบว่า “พระพุทธยอดฟ้า” “พระปกเกล้า” ด้านหลังมีอักษรว่า “เฉลิมพระนครร้อยห้าสิบปี พ.ศ.๒๓๒๕-๒๔๗๕” มูลค่าการสะสมหลักพันต้นๆ

              ๓.เหรียญที่ระลึกเสด็จนิวัฒน์พระมหานคร เป็นเหรียญสร้างในวโรกาสที่ พระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล เสด็จนิวัตน์ประเทศไทยเพื่อทรงเยี่ยมเยียนพสกนิกรในคราวปิดภาคเรียน นับเป็นเหรียญที่ระลึกเหรียญแรกและเหรียญเดียวในรัชสมัยพระองค์ ด้านหน้าเป็นพระบรมรูปผินพระพักตร์เบื้องขวา ริมขอบมีอักษร "สยามินทร์อานันทมหิดล” ด้านหลังมีข้อความ “นิวัตน์พระมหานคร ๒๔๘๑” มีขนาด ๓๐ มิลลิเมตร เหรียญรุ่นนี้มีเนื้อเงินอย่างเดียวเป็นเหรียญที่หายาก มูลค่าการสะสมหลักหมื่นต้นถึงหลักหมื่นกลางๆ

              ๔.เหรียญที่ระลึกเสด็จเยือนสหรัฐอเมริกาและยุโรป เหรียญนี้สร้างในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินเยือนสหรัฐอเมริกาและยุโรป ๑๕ ประเทศ เหรียญรุ่นนี้มี ๒ ชนิดคือ ๑.ทรงกลมขนาด ๓.๕ เซนติเมตร มีทั้งเนื้อทองคำและเนื้อเงิน วงการสะสมจะแยกอีกว่าเป็นแบบบล็อกนอก (นิยม) และบล็อกทำในไทย มูลค่าการสะสมนั้นหากเนื้อทองคำ หลักแสนกลาง ส่วนเนื้อเงินหลักพันกลางถึงพันหลักปลายๆ ชนิดที่ ๒.เป็นทรงเสมา ขนาดกว้าง ๒.๔ เซนติเมตร สูง ๔.๕ เซนติเมตร มีทั้งเนื้อทองคำและเนื้อเงิน มูลค่าการสะสมจะต่ำกว่าแบบแรกเล็กน้อย

              สำหรับนักสะสมที่ชื่นชอบการสะสมเหรียญสามารถเข้าไปศึกษาติดตามบทความต่างๆ ได้ที่ www.เหรียญ.com หรือเฟซบุ๊กเพจ SIAMCOIN ซึ่งปัจจุบันเป็นเพจให้ความรู้ด้านการสะสมที่มีคนติดตามมากที่สุดเพจหนึ่งของไทย แต่ถ้าท่านอยากจะได้พระเครื่องหรือเครื่องรางของขลังดีๆ แท้ๆ สักชิ้นลองแวะเข้าไปดูที่ “ร้านเฮียไจ้” หรือร้าน “ธนานนท์” ที่อยู่ในเว็บ thaprachan.com กันได้นะครับ

 

"}])