พระเครื่อง

การเดินทางของชีวิต

การเดินทางของชีวิต

12 ก.ย. 2558

การเดินทางของชีวิต : บาตรเดียวท่องโลก โดยพระพิทยา ฐานิสสโร

              สนามบินกรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย เครื่องบินลงเวลาเย็น โยมที่นิมนต์ต้องการให้พักผ่อนแบบเงียบๆ โดยมิได้มีการวางแผนว่าจะพักที่ไหน ตั้งใจว่าจะขับรถที่เช่าไว้ไปเรี่อยๆ เมื่อเจอเมืองเล็กๆ สงบๆ ก็จะหาที่พักแถวๆ นั้น

              เราผ่านเมืองแรกสงบเงียบมาก ไม่เห็นแม้แต่ผู้คน และดูเป็นธรรมชาติ อาจจะเป็นช่วงเวลาอาหารเย็น ที่พักในเมืองนี้ไม่เปิดให้บริการ เราจึงขับรถไปเรื่อยๆ ฟ้าเริ่มมืด พยายามใช้เครื่องนำทางไปยังที่พักที่ปรากฏบนหน้าจอของรถที่เช่า แต่ไม่ประสบผลสำเร็จ จนกระทั่งถึงสถานีรถไฟของเมืองถัดไป สามีของโยมที่เป็นคนขับจึงลงไปถามคนขับรถแท็กซี่ เขายืนคุยได้สักพัก ภรรยาไม่มั่นใจว่าสามีจะจำทางได้ จึงจ้างให้ขับรถนำทางไปยังสถานที่พัก จนในที่สุดก็ได้ที่พักในค่ำคืนนั้น

              การเดินทางด้วยกันหลายๆ คน หรือ การตัดสินใจใช้ชีวิตคู่ร่วมกัน ในช่วงแรกของตัดสินใจต่างมีความมุ่งหมาย ต้องการที่ได้แบ่งปันความสุข ความทุกข์ร่วมกัน ตั้งใจยอมรับความต่างและให้อภัยในความผิดพลาดของแต่ละฝ่าย หลายชีวิตเตรียมแผนการเดินทางอย่างดี เตรียมทุกสิ่งที่จะต้องการใช้ให้พอ จัดการเรื่องที่พัก ดูแล้วดูอีกเพื่อความมั่นใจว่าสะดวกสบายอย่างที่ต้องการในทุกๆ ฝ่ายหรือยัง บางคู่วางแผนไว้เป็นระยะยาว เพื่อความมั่นคงของชีวิต เพื่อให้เกิดการผิดพลาดน้อยที่สุดในการใช้ชีวิตร่วมกัน

              แต่สิ่งที่อยู่เหนือการควบคุมย่อมเกิดขึ้นได้เสมอ ในทุกโอกาส ทุกเวลา ทุกสถานที่ ทุกสถานการณ์ กับทุกๆ คน ต่อให้มีการวางแผน เตรียมการมากมายอย่างรัดกุมในทุกเรื่องราวแห่งชีวิต หากไม่ฝึกที่จะเตรียมใจยอมรับการเปลี่ยนแปลง ปล่อยวางสิ่งที่คาดหวังได้ ความทุกข์ย่อมปรากฎเกิดขึ้นได้ทุกขณะไม่มากก็น้อย แล้วจะตามด้วยการตำหนิ ติเตียน โทษสิ่งต่างๆ รอบข้างมากมาย ขุดเรื่องราวเก่าๆ ในความทรงจำ มาว่า ด่าทอ เหน็บแนม ส่อเสียดในระหว่างช่วงเวลาที่ใช้ชีวิตร่วมกัน

              ในที่สุด พวกเขาก็ลืมอย่างสนิทใจ ในความตั้งใจแรกของการเดินทางหรือการใช้ชีวิตร่วมกัน ไม่สนใจหาสาเหตุหลักของความแตกแยก หย่าร้าง จนกระทั่งอาจกลายเป็นศัตรูกันก็มีมาก เป็นสิ่งที่น่าเสียดาย เสียโอกาสที่สุดของการได้เจอ ได้ใช้ชีวิตร่วมกัน

              การสูญเสียตัวเองในปัจจุบันขณะคือ การสูญเสียทุกสิ่งในชีวิต เพราะเราจะไม่รู้อย่างแท้จริงเลยว่าอะไรกำลังเกิดขึ้นกับชีวิต แม้ในช่วงอารมณ์ที่เป็นปรกติอยู่ก็ตาม เพราะเราอยู่กับความคิดฝันเสียมาก เลยพลาดโอกาสชื่นชมสิ่งที่อยู่ตรงหน้า หรือ บุคคลเหล่านั้นอย่างแท้จริง โดยเฉพาะเมื่อมีสิ่งมากระทบในทางลบ หรือมีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างไม่คาดคิด เราจะเป็นทุกข์กับสิ่งเหล่านั้นเป็นเวลานาน  ไม่พยายามหาเหตุ แต่ติดกับดักในผลจนยากที่จะลืม และให้อภัยทั้งแก่ตัวเองและผู้อื่น

              นั่นเป็นเพราะเรายึดมั่นในทิฐิมานะของเราว่าเราเป็นผู้ถูก ไม่สามารถปล่อยวางความคิดความยึดมั่นได้ เราสร้างเหตุผลขึ้นมามากมายที่ทำให้มองว่าความผิดมาจากคนอื่น เหตุการณ์ หรือสิ่งภายนอก แล้วก็ให้ตัวเองจมอยู่กับทุกข์นั้น สุดท้ายเราอาจสร้างความคิดที่ไม่ดีกับบุคคลที่เราคิดว่าเขาคือต้นเหตุของปัญหา ทั้งที่มันไม่ใช่เรื่องจริง แล้วเราก็ทำร้าย ทำลายตัวเองและคนรอบข้างโดยไม่รู้

              ความจริงแล้ว หากเราพยายามเข้าใจสถานการณ์ที่เกิดขึ้นว่ามันอยู่เหนือการควบคุมได้  ทุกอย่างล้วนสามารถเปลี่ยนแปลงได้  เพราะความแตกต่างของบุคคล สิ่งต่างๆ รอบข้างไม่อาจเป็นอย่างใจนึก แต่ปัญหาคือ เราอยากให้ทุกอย่างเป็นอย่างที่เรายึด เราต้องการ  เราจึงขาดซึ่งความอดทน อดกลั้น ที่สำคัญ มันทำให้เราขาดความเมตตากรุณาต่อตนเองอย่างที่สุด

              ดังนั้นการเตรียมที่สำคัญที่สุดของการเดินทางแห่งชีวิต ไม่ว่าจะอยู่คนเดียวหรือกับผู้อื่น คือ การกลับมาสัมผัสปัจจุบันที่เป็นอยู่อย่างแท้จริง การได้ตระหนักรู้ลมหายใจ ผ่อนคลายและให้เวลากับสิ่งที่ทำอย่างไม่รีบเร่ง ลุกลี้ลุกลน

              ขอให้เราสัมผัสทุกสิ่งที่กำลังทำอยู่อย่างแท้จริงว่าเป็นสิ่งที่สำคัญทีสุดของชีวิต ไม่ว่าเรื่องเล็ก เรื่องใหญ่ หรือเรื่องที่ใครๆ คิดว่า ไม่เป็นเรื่องก็ตาม เราจะได้สัมผัสเป้าหมายในระหว่างทางที่กำลังเดิน และเป้าหมายเล็กๆ เหล่านั้น จะเป็นฐานสำคัญนำเราไปสู่เป้าหมายที่แท้จริง คือ การปล่อยวาง

              ณ จุดที่ ปล่อยวาง ทุกปัญหามีทางออกเสมอ

"}])