พระเครื่อง

จะทำอย่างไรเมื่อแม่ไม่ยอมรับฟังเหตุผล

จะทำอย่างไรเมื่อแม่ไม่ยอมรับฟังเหตุผล

22 ส.ค. 2558

จะทำอย่างไร เมื่อแม่ไม่ยอมรับฟังเหตุผล : ปุจฉา-วิสัชนา กับพระไพศาล วิสาโล

              ปุจฉา : ท่านพระไพศาลคะ แม่ส่งให้เรียนจบปริญญาตรีแบบมิได้บังคับสาขาวิชา แต่หนูหางานทำตรงสายไม่ได้ แม่บอกให้กลับมาอยู่บ้านทำสวนดีกว่า สุดท้ายยังไงมันก็ตกเป็นของหนูแม่สร้างไว้ให้ลูกๆ หนูทำสวนหนูก็ไม่เกี่ยงนะคะ หนูทำได้แต่ไม่ได้หมดทุกอย่าง

              ตอนแรกหนูมีกำลังใจที่จะทำสวนมากๆ เพราะยิ่งถ้าได้ผลผลิตเร็วเท่าใดก็ยิ่งดี แต่อยู่มาหลังๆ แม่เริ่มดุด่าหยาบคายแรงขึ้นทุกวัน หนูเลยไม่อยากอยู่บ้าน ขอแม่ไปทำงานสักพักหวังแค่แม่จะอารมณ์ดีขึ้นไม่ได้คิดอะไร ตอนนี้หนูอายุจะเข้าเลขสามแล้วค่ะ ยังไม่มีอะไรในชีวิตเลย หนูจากแม่มาทำงานได้สามเดือนก็เป็นห่วงและคิดถึงแม่เพราะช่วงหลังๆ แม่หงุดหงิดอารมณ์ร้ายกับทุกคน

              อีกเหตุผลที่หนูกลับบ้าน หนูมีความหวังอีกอย่างคือจะได้แต่งงานกับแฟน เพราะเขามาสู่ขอแล้ว แต่แม่ก็เรียกแพงไป ทำให้ฝ่ายโน้นคิดว่าฝ่ายเราไม่ยกให้ จึงเฉยๆ กันไป หนูหวังว่าการแต่งงานของหนูจะช่วยแบ่งเบางานในสวน แล้วหนูก็ได้อยู่ใกล้แม่ ได้ดูแลแม่ แต่ปัญหาหนูมีแฟนแต่ไม่เคยได้ไปไหนมาไหนด้วยกัน โทรคุยกันก็ไม่ได้ เพราะแม่กีดกัน

              ทุกวันนี้แม่ก็ดุด่าหนูมากกว่าเดิม ด่าหยาบคายเช่น “ทุกวันนี้เมิงไม่คิดอะไรแล้ว คิดอยู่อย่างเดียวจะมีผัวอย่างเดียว” หนูเสียใจที่แม่คิดแบบนี้ แค่ไม่ให้หนูกับแฟนมาเจอกันมันก็ทรมานใจอยู่แล้ว แม่ยังพูดด่าทำร้ายจิตใจอีก ไม่เพียงแค่นี้น้องชายต่างพ่อยังด่าหนูอีก หนูเครียดอยากหนีออกจากบ้านแล้ว ท่านพระไพศาล หนูควรทำอย่างไรดีค่ะ แม่หนูดุมากไม่ยอมรับเหตุผลของหนูสักอย่าง หนูควรทำอย่างไรคะ

              วิสัชนา : ก่อนอื่นคุณควรไตร่ตรองดูว่าคุณแม่ไม่พอใจคุณเรื่องอะไร อาจมีสาเหตุอื่นนอกเหนือจากเรื่องคุณกับแฟนก็ได้ ถ้ามองเห็นว่าตนเองผิดพลาดในเรื่องใดก็ควรแก้ไขในเรื่องนั้น หรือหากท่านเข้าใจคุณผิด ก็ควรชี้แจงให้ท่านเข้าใจ จะช่วยให้ท่านยอมรับคุณได้มากขึ้น อารมณ์เสียกับคุณน้อยลง ซึ่งจะส่งผลให้ท่านไม่ขัดขวางการมีคู่ครองของคุณ

              พยายามตั้งสติให้ดี แล้วหันมาใคร่ครวญดูว่าอะไรเป็นสาเหตุให้คุณแม่ใช้อารมณ์กับคุณบ่อย ๆ อย่าเพิ่งโทษท่านอย่างเดียว แต่ควรกลับมาดูที่ตัวคุณเองด้วย อย่างไรก็ตาม เป็นไปได้ว่าท่านกลัวคุณจะทิ้งท่านไปหากคุณมีครอบครัว ในกรณีเช่นนั้นควรพูดให้ท่านมั่นใจว่าคุณจะยังอยู่ดูแลหรือช่วยงานท่านแม้จะออกเรือนไปก็ตาม

              สายด่วนให้คำปรึกษาทางจิตใจผู้ป่วยระยะสุดท้าย “เตรียมตัวก่อนสู่วาระสุดท้ายของชีวิต จะทำอย่างไรดี” ปรึกษาได้ที่ โทร.๐๘-๖๐๐๒-๒๓๐๒

"}])