พระเครื่อง

หนทางที่นำไปสู่เป้าหมายโรงเรียนแห่งการดับทุกข์

หนทางที่นำไปสู่เป้าหมายโรงเรียนแห่งการดับทุกข์

14 ส.ค. 2558

หนทางที่นำไปสู่เป้าหมายโรงเรียนแห่งการดับทุกข์ : บาตรเดียงท่องโลก โดยพระพิทยา ฐานิสสโร

             วัดสุเมธาราม โปรตุเกส เป็นอีกสถานที่หนึ่งซึ่งรองรับผู้สนใจในพระพุทธศาสนามาเจริญจิตตภาวนา ฝึกฝนปฏิบัติ เรียนรู้ที่จะอยู่กับตนเอง ใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย ลดความอยากในการใช้ชีวิตที่สนองความหลง เพลิดเพลินในรูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส

             สถานปฏิบัติธรรมมีกฎระเบียบในการช่วยเราสำรวมในอินทรีย์ได้ดียิ่ง ทั้งในเพศนักบวชและฆราวาส โดยไม่จำกัดเชื้อชาติ ศาสนา ผิวพรรณ

             ดังนั้นในช่วงตอนเช้าหรือเย็นของทุกวัน จะมีชาวโปรตุกีสและชาติอื่นๆ ที่อาศัยอยู่ในโปรตุเกสมาร่วมสวดมนต์ นั่งสมาธิอย่างไม่ขาด มากบ้าง น้อยบ้างแล้วแต่โอกาสจะอำนวย บางคนมาเช่าบ้านพักใกล้กับวัดเพื่อจะมีโอกาสมาฝึกปฏิบัติและรับพลังแห่งความสงบจากนักปฏิบัติและสถานธรรมแห่งนี้

             โรงเรียนส่วนใหญ่ในสังคมโลก สอนเพียงให้เราเรียนรู้เรื่องการแข่งขันได้อย่างไร หรือสอนให้เป็นผู้ชนะ ให้ได้รับการยกย่อง เชิดชูคนเก่ง มีความสามารถ เน้นการเรียนเพื่อเกิดความรู้แค่เพียงการประกอบอาชีพ และหลายที่มุ่งเน้นในการอวด โชว์ เพิ่มความสนุกสนาน เพลิดเพลินมากขึ้น แต่ไม่สอนวิธีการดูแล ควบคุมจิตใจตนเอง

              เมื่อมีอารมณ์พอใจ ไม่พอใจ หรือมีความคิดที่ไม่ดีเกิดขึ้น ก็ไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไรกับความคิดเหล่านั้น เราจึงเห็นผู้คนทำตามความอยากเพียงถ่ายเดียวแล้วเรียกมันว่า “เสรีภาพ” แต่ไม่ได้ฝึกตนที่จะพบเสรีภาพที่แท้จริงภายในใจ

             เสรีภาพทางใจไม่ใช่การทำตามความคิดและอารมณ์ตามใจอยากไปทุกอย่าง แต่เสรีภาพทางใจ คือปัญญาในการ “เห็น” อารมณ์และความคิดต่างๆ นานา ว่าไม่ใช่ตัวเรา เมื่อเห็นเช่นนี้  ดวงตาเราจะมองโลกเปลี่ยนไปจากเดิม

             เราจะมีความคิดที่ดีและเป็นจริงอยู่เสมอไม่ว่าสถานการณ์จะเป็นเช่นไร ไม่ว่าเราจะประสบกับสิ่งไม่ดีก็ตาม แต่ปัญญาและอิสรภาพทางใจที่เราพบ จะทำให้เราเห็นเหตุและปัจจัยของสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างรู้เท่าทัน ทำให้แทนที่เราจะต้องไปแสวงหาความยุติธรรมจากภายนอก แต่เราจะพบความยุติที่ธรรมภายในใจที่เกิดขึ้น และมันจะดำรงอยู่ตลอดไป เมื่อเรามีสติและปัญญา

             สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้ผู้เรียนรู้ไม่ว่าวัย เพศ อายุ อาชีพ สถานะไหนของสังคม จิตใจจะไม่ตกต่ำไปกว่าเดิมที่เป็นอยู่ เพราะเราจะไม่ไร้ซึ่งกำลังใจให้ตนเอง แต่โรงเรียนส่วนใหญ่อาจเป็นเพราะผู้สอนเองก็ยังไม่รู้วิธีการจัดการดูแลจิตใจ อารมณ์และความคิดของตน ทำให้ไม่สามารถสอนในสิ่งที่เขาเองก็ไม่เข้าใจได้ เนื่องจากการศึกษาเรียนรู้ที่เอาตนเองเป็นหลัก ขาดปฏิสัมพันธ์ที่ดีงามกับตนเอง คนรอบข้าง สิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ ยิ่งเรียนรู้ ศึกษามากเท่าไร เราจึงยิ่งเห็นแก่ตัวมากขึ้น และสร้างความทุกข์ให้ชีวิตมากขึ้น โดยไม่รู้ตัว เพราะคิดว่านั่นคือ ความสุข

             เป้าหมายของชีวิตเป็นสิ่งจำเป็น เป้าหมายที่ถูกต้องจักสามารถช่วยให้เราเจริญเติบโตทั้งทางด้านกายภาพและจิตวิญญาณ เพราะถ้าขาดส่วนใดส่วนหนึ่ง เราอาจไปไม่ถึงสุดทางแห่งเป้าหมายหรือทำให้เนิ่นช้า

             สิ่งสำคัญเป้าหมายต้องช่วยให้เราเพิ่มความสุข สงบ เบิกบานมากยิ่งขึ้นในทุกๆ วัน ถ้าเป้าหมายไม่เป็นไปในแนวทางนี้ หาใช่เป้าหมายที่ถูกต้องดีงามอย่างแท้จริงไม่ เพราะเราจะทำให้เป้าหมายที่สร้าง กำหนดขึ้นมาทำร้าย ทำลาย ตัวเอง คนที่รัก และคนรอบข้างอย่างไม่รู้ตัว

             เมื่อเรากำหนดเป้าหมายที่ถูกต้อง ชีวิตเราจะชัดเจน หนทางที่ดำรงอยู่ก็จะชัดเจน      ในระหว่างที่เรายังไม่ถึงเป้าหมาย เป้าหมายควรหล่อเลี้ยงความสงบสุขในตัวเราไม่มากก็น้อย เพราะเราจะมีความคิด มุมมองแห่งการใช้ชีวิต อยู่ในสถานที่ สิ่งแวดล้อมที่ช่วยเกื้อกูลให้ไปถึงยังเป้าหมายนั้น แม้ดูจะทำได้ยากยิ่งขึ้นในสังคมแห่งการบริโภควัตถุนิยมที่มีพลังมหาศาลในโลกแห่งความเป็นจริง ณ ปัจจุบันก็ตาม แต่จิตใจที่มีเป้าหมายจะไม่มีวันท้อ

             เพราะเรารู้แล้วว่า เมื่อยิ่งเติบโต ก็ยิ่งสูญเสียความสงบ ความสดชื่น ความเบิกบานในตัวเอง เราเป็นทุกข์กับสิ่งต่างๆ ง่ายขึ้นและความทุกข์นั้น มันอยู่กับเรานานเกินไป เราปล่อยวางได้ยากขึ้น แม้เราจะมีสิ่งต่างๆ มากมายครอบครอง แม้เราได้รับการยอมรับในสังคม แต่ภายในจิตใจของเราหาได้รับความสุขสงบเมื่ออยู่คนเดียวไม่ เป็นสิ่งที่บ่งบอกให้รู้ว่าเป้าหมายที่เราตั้งไว้นั้น ไม่ได้เป็นเป้าหมายที่ถูกต้องอย่างแท้จริง เพราะเป้าหมายที่แท้จริง ต้องช่วยให้เราเป็นทุกข์น้อยลงหรือหมดทุกข์ แม้สภาพร่างกายหรือสิ่งรอบข้างเปลี่ยนแปลงไปในทางไม่ดี

             ไม่มีการเรียนรู้ใดๆ ยิ่งใหญ่ไปกว่า เรียนรู้ที่จะดับทุกข์ในตน
 

"}])