
๓เดือนแห่งการตื่น
๓เดือนแห่งการตื่น : บาตรเดียวท่องโลก บายไลน์ พระพิทยา ฐานิสสโร
ณ สถานีรถไฟอัมสเตอร์ดัม ประเทศฮอลแลนด์ ขณะเดินที่ชานชาลา มีชาวมุสลิมจากตุรกีท่านหนึ่งเดินเข้ามาทัก พร้อมถามคำถามเกี่ยวกับพุทธศาสนากับปัญหาการดำเนินชีวิต หลังจากได้สนทนา เขาจึงนิมนต์ให้เดินชมเมืองอัมสเตอร์ดัมและพาไปดื่มน้ำชาที่บ้าน ซึ่งช่วงนี้เป็นเวลาแห่งเดือนรอมฎอนที่เขาเองได้ถือศีลอด โดยเขาเริ่มรับประทานอาหารหลังเวลาสี่ทุ่ม เมื่อดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้า
เขาเป็นคนเคร่งศาสนาในแบบของเขา แต่ก็สนใจในพุทธศาสนาเกี่ยวกับการฝึกสมาธิและได้นำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน ที่บ้านเขาจึงมีพระพุทธรูปและสิ่งเคารพของศาสนาอิสลามในมุมที่นั่งสมาธิ เขาทราบดีว่าการถือศีลอดเป็นสิ่งที่งดงาม ที่สร้างความอดทน ความเห็นอกเห็นใจ เมตตากรุณา สงสารแก่ผู้ยากไร้ เพราะยังมีผู้คนอีกจำนวนมากไม่มีอาหารประทังชีวิต การที่ต้องทำงานและอดอาหารในช่วงตอนกลางวันด้วย เป็นการฝึกเพื่อเกิดความเข้าใจหรือปัญญาภายใน ไม่ใช่แค่เพียงจินตนาการแต่ลงมือกระทำ ทำให้เกิดความกรุณาและดำเนินชีวิตอย่างเกื้อกูล แบ่งปัน เห็นอกเห็นใจ ใช้ชีวิตในความไม่ประมาท
ศาสนาเป็นเพียงอีกสิ่งสมมุติที่ช่วยให้ผู้ศรัทธา เชื่อ และปฏิบัตินำเขาเหล่านั้นไปสู่อิสรภาพแห่งคำว่า ศาสนา แต่มีหลายคนพาตนเข้าไปขังไว้ในรูปแบบ คำคิด ความศรัทธา มุมมองแห่งกรอบสมมุติของคำว่าศาสนา ทำให้ขาดอิสรภาพ ภราดรภาพอย่างแท้จริง จนกลายเป็นสาเหตุแห่งการโต้เถียง วิพากษ์วิจารณ์ ทำร้าย ทำลาย ในสิ่งที่ไม่เหมือนหรือตรงกันข้ามกับความเชื่อ ความศรัทธาตามแบบของตน สร้างความทุกข์ทั้งแก่ตนเอง สังคม คนรอบข้าง ทั้งที่จุดหมายของการนับถือศาสนา เพื่อต้องการสันติภาพสงบสุขภายใน แต่ตราบใดที่จิตใจยังเกิดการแบ่งแยก แบ่งพรรค แบ่งพวก ไม่สามารถเข้าใจและยอมรับในความต่าง สันติภาพที่แท้จริงหาได้ปรากฏไม่
“ความหลง” เป็นรากแห่งความทุกข์ที่ได้สร้างภาพมายา ความงมงายในสิ่งตนเชื่อ นับถือ จนกลายเป็นการยึด ซึ่งเขาหรือเธออาจได้รับประสบการณ์ ความรู้สึกดีๆ บางสิ่งบางอย่างที่ประทับใจ สุขใจการเชื่อ ศรัทธา นับถือนั้นๆ แต่เมื่อมองอย่างลึกซึ้งภายใน ถ้าเรายังไม่สามารถสัมผัสความสงบสุขภายใน ไม่ว่าจะเกิดการกระทบใดๆ ในทางประสาทสัมผัส เราทุกชีวิตไม่ว่านับถือศาสนาไหนๆ ยังคงตกเป็นเหยี่อ เป็นทาส แห่งความโกรธ โลภ หลง เรายังไม่เข้าถึงคำสอนแห่งศาสนานั้นๆ อย่างแท้จริง เพราะเรายังไม่สามารถสัมผัสอิสรภาพ และหยิบยื่นอิสรภาพนั้น ให้แก่ตนเองและผู้อื่นได้ แม้เป็นผู้นับถือศาสนาเดียวกันก็ตาม
ฤดูกาลเข้าพรรษา ในเวลา ๓ เดือนที่กำลังจะเริ่มขึ้น จึงเป็นโอกาสอันงดงามที่ผู้ได้ประกาศตนว่าเป็นพุทธ ได้ฝึกฝน ปฏิบัติ สัมผัสความเป็นพุทธะในตน เรียนรู้ที่จะ ตื่น รู้ เบิกบานกับความจริงที่กำลังประสบ พบเจอ ไม่ว่าในสถานการณ์เช่นไร ใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายด้วยการถือศีล ๕ ศีล ๘ อย่างเคร่งครัดแบบไม่เคร่งเครียด หยุดนิ่ง สงบจากความคิดทั้งปวง กลับมาสัมผัสปัจจุบันขณะอย่างเต็มเปี่ยม เพื่อรู้เท่าทันกับสิ่งที่ปรากฏอย่างที่เป็น วางทันเมื่อเกิดการกระทบ สงบเป็นในความวุ่นวาย เคลื่อนไหว
พุทธะ ไม่ปรากฏ ในวิถีแห่งความยึด



