พระเครื่อง

ร่วมบุญสร้างโบสถ์วัดถ้ำเขาน้อยอ.กุยบุรี

ร่วมบุญสร้างโบสถ์วัดถ้ำเขาน้อยอ.กุยบุรี

27 ก.ค. 2558

ร่วมบุญสร้างโบสถ์วัดถ้ำเขาน้อย อ.กุยบุรี

                เมืองกุย เดิมตั้งตัวเมืองอยู่หมู่ ๑ บ้านจวนบน ตำบลกุยบุรี ปัจจุบันยังมีป้อมค่ายเชิงเทินเป็นหลักฐานอยู่ ๒ ป้อม ตั้งอยู่ด้านทิศใต้ของวัดกุยบุรี ป้อมค่ายเชิงเทินนี้สูงประมาณ ๕ เมตร สาเหตุที่ตั้งตัวเมืองบริเวณนี้เข้าใจว่าเพราะมีแม่น้ำกุยไหลผ่านเป็นที่อุดมกว่าที่อื่น เมื่อพม่าเดินทัพเข้ามาทางด่านสิงขรหรือจากทางด้านทิศใต้ของตัวเมืองกุยจะต้องข้ามลำน้ำกุยที่บริเวณ “ท่าข้าม” ซึ่งเป็นส่วนที่แคบและตื้น ก็มักจะถูกชาวบ้านตั้งเป็นกองโจรลอบโจมตีกองทหารพม่าที่ยกมาจนแตกพ่ายไปแทบทุกครั้ง

                พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานได้ให้ความหมายคำว่า “กุย” ไว้ว่า หมายถึงสัตว์ชนิดหนึ่งจำพวกเลียงผา เขามีราคาแพง ใช้เข้าเครื่องยา อีกอย่างหนึ่งหมายถึงชาวป่าพวกหนึ่งคล้ายพวกมูเซอร์ ทางถิ่นพายัพหมายถึงหมัดกำปั้น มักใช้คู่กับคำว่า “ลูกกุย” เช่น ในวรรณคดีขุนช้างขุนแผน กล่าวว่า “เตรียมลูกกุยมาทั่วทั้งตัวดี”

                อำเภอกุยบุรีเดิมเป็นเขตปกครองของอำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ จ.เพชรบุรี ซึ่งภายหลังได้แยกออกมาเป็นจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ต่อมาวันที่ ๒ มกราคม พ.ศ.๒๔๙๙ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้มีพระบรมราชโองการเหนือเกล้าให้รวมเอา อ.เมืองปราณบุรี อ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ จ.เพชรบุรี และ อ.กำเนิดนพคุณ จ.ชุมพร ซึ่งเป็นเมืองชั้นจัตวามาก่อนเข้ารวมเป็นเมืองปราณบุรี (จ.ปราณบุรี) ตั้งที่ตำบลเกาะหลัก อ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ จึงได้แยกจากเมืองเพชรบุรีมาอยูในการปกครองของเมืองปราณบุรี เป็น "อ.ประจวบคีรีขันธ์

                สมัยรัชกาลที่ ๖ โปรดให้เปลี่ยนชื่อเมืองปราณบุรีเป็น "เมืองประจวบคีรีขันธ์" ต่อมาได้รับการแบ่งแยกพื้นที่เป็น กิ่งอำเภอกุยบุรี ขึ้นตรงกับอำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ และได้รับจัดตั้งเป็น อ.กุยบุรี เมื่อวันที่ ๑๗ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๐๖

                ใน อ.กุยบุรี มีอยู่ไม่กี่วัด มีวัดอู่ตะเภาตั้งในพื้นที่อำเภอเมือง แต่อยู่ในหมู่บ้านเขตกุยบุรี พระมาบิณฑบาตฝั่งกุย เพราะอยู่คนละฝั่งคลอง แล้วมีวัดเขาแดง วัดทุ่งน้อย วัดดอนยายหนู วัดวังยาว วัดถ้ำเขาน้อย วัดเตาปูน วัดกุยบุรี วัดสามกระทาย

                วัดถ้ำเขาน้อย ตั้งอยู่บ้านหนองเตาปูน หมู่ ๗ ต.กุยเหนือ อ.กุยบุรี (สังกัดคณะสงฆ์ธรรมยุต) ที่ดินตั้งวัดมีเนื้อที่ ๖๒ ไร่ ๒ งาน ตั้งเมื่อ พ.ศ.๒๔๘๓ เคยเป็นวัดร้างมาก่อน เมื่อ พ.ศ.๒๔๘๐ มีพระธุดงค์จาริกมายังวัดถ้ำเขาน้อยราษฎรหมู่บ้านหนองเตาปูนนิมนต์ให้จำพรรษา ใน พ.ศ.๒๔๘๓ ได้สร้างศาลาบำเพ็ญกุศลภายในถ้ำใกล้กับวัดมีโบราณวัตถุอยู่ภายใน เช่น พระพุทธรูปศิลปะสมัยลพบุรีและสมัยอู่ทอง

                อาคารเสนาสนะประกอบด้วยศาลาการเปรียญ เป็นอาคารไม้ กว้าง ๑๐ เมตร ยาว ๒๐ เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ.๒๔๘๓ กุฏิสงฆ์ เป็นอาคารครึ่งตึกครึ่งไม้ ๕ หลัง ศาลาอเนกประสงค์เป็นอาคารไม้ จำนวน ๑ หลัง กว้าง ๑๘ เมตร ยาว ๓๐ เมตร เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก ๒ ชั้น หอสวดมนต์ หอสวดมนต์ ๑ หลัง กว้าง ๑๘ เมตร ยาว ๓๖ เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๓ ศาลาบำเพ็ญกุศล สร้างด้วยไม้ ๑ หลัง นอกจากนี้มีวิหารหลวงพ่อสีเมฆ ๑ หลัง โรงครัว ๑ หลัง

                ปัจจุบันวัดถ้ำเขาน้อย มีพระครูใบฏีกาเอียด ฐิตวณฺโณ เป็นเจ้าอาวาส ทั้งนี้เมื่อ พ.ศ.๒๕๕๓ วางศิลาฤกษ์วัดได้สร้างอุโบสถหลังขณะนี้ใกล้จะแล้วเสร็จ โดยทางวัดเตรียมี่จะจัดงานฝังลูกนิมิตปี ๒๕๕๙ ผู้มีจิตศรัทธาร่วมบุญได้ที่ พระครูขจิตธรรมโสภณ โทร.๐-๓๒๕๑-๑๕๐๒

 

"}])