
เธอกับฉันคือสิ่งเดี่ยวกัน
เธอกับฉันคือสิ่งเดี่ยวกัน : บาตรเดียวท่องโลก โดยพระพิทยา ฐานิสสโร
ขณะที่กำลังเดินอยู่ที่เดนหาก (Den Haag) เมืองหลวงประเทศฮอลแลนด์ ในกลุ่มเด็กชายผิวสีอายุประมาณ ๑๓ ปีคนหนึ่ง ทำหน้า ทำมือ เชิงล้อเลียนพระ ขณะที่เดินสวนกัน ทำให้เพื่อนๆ ในกลุ่มเดียวกันหัวเราะอย่างสนุกสนาน คงเป็นสิ่งแปลกสำหรับพวกเขาที่เห็นพระห่มจีวรมาเดิน ณ ที่แห่งนี้ เรามองกลับไปด้วยรอยยิ้มน้อยๆ ส่งพลังให้พวกเขาพบความสงบสุขและต่างคนต่างเดินจากไป
สิ่งใดๆ ที่ปรากฏกับชีวิตของเรา ล้วนมากจากเหตุแห่งการกระทำของเราทั้งสิ้น ไม่มีคำว่าบังเอิญ รวมถึงบุคคลทั้งดีและร้ายที่เราพบเจอในชีวิต หลายๆ คนมักเกิดคำถามเมื่อประสบสถานการณ์หรือบุคคลไม่ดีว่า ทำไมต้องเป็นเรา? ที่ต้องเจอหรือพบกับบุคคลและเหตุการณ์เหล่านั้น แต่ถ้าเป็นเรื่องราว เหตุการณ์ดีๆ อาจไม่เกิดคำถามเหล่านี้มากนัก เพราะเราไม่เกิดภาวะบีบคั้นจิตใจหรือเป็นทุกข์ใจ
ชีวิตที่มิได้ประกอบด้วยความตระหนักรู้ มีความเห็นถูก หรือมีสัมมาสติอยู่ตลอดเวลา สามารถคิด พูด กระทำในสิ่งที่ผิดพลาดได้เสมอ ไม่มากก็น้อยโดยที่เขาหรือเธอไม่รู้ตัว หลายครั้งทำไปด้วยความสนุกสนาน เพลิดเพลิน คึกคะนอง รู้เท่าไม่ถึงการณ์ อยากรู้อยากลอง อยากเป็นที่ยอมรับ แม้สิ่งนั้นเป็นสิ่งที่ผิดแต่ก็อยากทำให้ดูโดดเด่น หรือว่าตนมีความเชื่อเกี่ยวกับเรื่องราวต่างๆ ในการนับถือ เคารพ บูชา และเกิดการเห็นผิด ยึดติดในสิ่งที่เชื่อเคารพ บูชา จนทำให้เกิดการเปรียบเทียบในจิตใจ ไม่ยอมรับ เคารพ ในความต่าง สร้างความดูถูก เกลียดชัง เหยียดหยาม บางครั้งเลยไปถึงขั้นระราน ทำร้าย ทำลาย ไม่สามารถอยู่ร่วมกันได้ ถ้าไม่เคารพ นับถือ ปฏิบัติเหมือนกัน ก็เป็นเหตุแห่งความทุกข์ คับแค้นใจ ขุ่นใจ ไม่พอใจทั้งแก่ตนเอง ครอบครัว สังคมและสิ่งรอบข้าง
การรับรู้ ศึกษา เชื่อ เคารพ ต้องอยู่บนพื้นฐานที่จะนำพาไปสู่อิสรภาพทั้งแก่ตนเองและผู้อื่น จึงเป็นการรับรู้ ศึกษา ความเชื่อที่ถูกต้องอย่างแท้จริง และเป็นเหตุเกื้อกูลให้ผู้ที่รับรู้ ศึกษา เชื่อปฏิบัติ เคารพ เกิดความอ่อนโยน อ่อนน้อมถ่อมตน สุขสงบยิ่งๆ ขึ้นไป เข้าใจ เคารพในความแตกแต่งของสรรพสิ่งมากยิ่งขึ้น จึงสามารถสร้างความสงบสุขที่แท้จริงภายในจิตใจตนเองได้
สงครามทางการเมือง สังคม เศรษฐกิจ ศาสนาในแต่ละยุคสมัย เริ่มจากจุดเล็กๆ คือ การไม่พอใจในตัวเอง ไม่รู้จักตัวเองอย่างแท้จริง จึงยึดติดในสิ่งที่ตนเชื่อ หรืออาจได้รับผลประโยชน์ทางใดทางหนึ่ง จึงทำให้ขาดซึ่งความเคารพในตนเอง จึงเอาแต่พวกพ้องตนเป็นหลัก อยากเป็นใหญ่ เกิดการเห็นผิดคิดว่าทุกสรรพสิ่งต้องเหมือนกับตน กระทำสิ่งเดียวกับตนเองจึงเกิดสันติภาพ ทั้งที่แต่ละชีวิตเกิดมา ปรากฎขึ้นแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง สรรพสิ่งเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เมื่อเราต่างไม่เข้าใจความจริง จึงไม่สามารถค้นพบความจริง สันติภาพที่แท้จึงไม่อยู่จริง
การยอมรับและเข้าใจในความแตกต่างด้วยปัญญา จึงเป็นจุดเริ่มต้นแห่งสันติภาพอย่างแท้จริง แม้สิ่งที่ปรากฏตรงหน้าอาจไม่ดี ไม่ถูกต้อง ไม่น่ารัก แต่ไม่มีเหตุผลใดๆ ที่เราต้องเกลียดชัง ทำร้าย ดูถูก ฯลฯ หรือโต้ตอบในทางเดียวกัน เราต้องระลึกรู้เสมอว่า สิ่งที่ปรากฎในทางไม่ดี มีเหตุมาจากความไม่สงบสุขภายใน ดังนั้นเขาและสิ่งเหล่านั้นต้องการความช่วยเหลือ เมตตา กรุณา เพียงแค่เรานิ่งอย่างสันติ แม้กำลังถูกกระทำอยู่ตาม ความสงบที่ปรากฏขึ้นของเราได้ช่วยเหลือ เกื้อกูลกันเรียบร้อยแล้ว
ไร้เธอ ไร้เขา ไร้เรา ไร้ทุกข์



