พระเครื่อง

ส่องรายวิชาพระพุทธศาสนา-วิปัสสนา‘มจร’

ส่องรายวิชาพระพุทธศาสนา-วิปัสสนา‘มจร’

19 มิ.ย. 2558

ส่องรายวิชาพระพุทธศาสนา-วิปัสสนา‘มจร’ มุ่งสืบสานพระราชปณิธานร.5 : สำราญ สมพงษ์รายงาน

                "มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นมหาวิทยาลัยสงฆ์แห่งคณะสงฆ์ไทย ที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงสถาปนาขึ้นเพื่อเป็นสถานศึกษาพระไตรปิฏกและวิชาชั้นสูง สำหรับพระภิกษุสามเณรและประชาชนทั่วไปมีกระบวนการเรียนการสอนทั้งภาคทฤษฎีและภาคฝึกปฏิบัติ"

                นี้คือปรัชญาของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร) ปัจจุบันนี้มีการจัดการเรียนการสอบตั้งแต่ระดับเตรียมอุดมศึกษาจนถึงระดับปริญญาเอก นอกจากนี้ยังมีการจัดลักษณะหลักสูตรระยะสั้นอีกมากหมายทั้งนี้เพื่อสะดวกต่อผู้เรียนและนำไปใช้ ดังนั้นเมื่อจะมีการเปิดโครงการหลักสูตรต่างๆ ก็จะมีการอ้างอิงปรัชญาของมหาวิทยาลัยดังกล่าวเป็นอันดับแรก

                ล่าสุดคณะพุทธศาสตร์ที่มีพระสุธีธรรมานุวัตรหรือเจ้าคุณเทียบเป็นคณบดี โดยภาควิชาพระพุทธศาสนาร่วมกับสถาบันวิปัสสนาธุระ มจร ได้เปิดหลักสูตรระยะสั้น 1 ปี 24 หน่วยกิต  2 หลักสูตรคือ "ประกาศนียบัตรพระพุทธศาสนา" (ป.พศ.) และหลักสูตร "ประกาศนียบัตรวิปัสสนาภาวนา (ป.วน.)

                หลักสูตรป.พศ.มีปรัชญาและความเป็นมาของหลักสูตรว่า มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยเป็นมหาวิทยาลัยแห่งคณะสงฆ์ไทย  ที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงสถาปนาขึ้นเพื่อเป็นสถานศึกษาพระไตรปิฎกและวิชาชั้นสูงสำหรับพระภิกษุสามเณรและคฤหัสถ์ทั่วไปมหาวิทยาลัยมีปรัชญา ที่จัดการศึกษาพระพุทธศาสนาบูรณาการณ์กับศาสตร์สมัยใหม่ พัฒนาจิตใจและสังคม  มีปณิธาน จัดการศึกษาพระไตรปิฎกและวิชาชั้นสูงสำหรับพระภิกษุสามเณร และคฤหัสถ์ มุ่งพัฒนามหาวิทยาลัยเป็นศูนย์กลาง การศึกษาพระพุทธศาสนาระดับนานาชาติ โดยจัดการศึกษาและพัฒนาองค์ความรู้บูรณาการกับศาสตร์สมัยใหม่ ให้นำไปสู่การพัฒนาจิตใจและสังคมอย่างยั่งยืน   มีอัตลักษณ์มหาวิทยาลัย ในการประยุกต์พระพุทธศาสนาเพื่อพัฒนาจิตใจและสังคม และมีอัตลักษณ์บัณฑิต ให้มีศรัทธาอุทิศเพื่อพระพุทธศาสนา

                ดังนั้น เพื่อเป็นการสืบสานพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวในด้านการศึกษาพระไตรปิฎกและวิชาชั้นสูงรวมทั้งการพัฒนาบุคลากรของประเทศให้มีความรู้ความเข้าใจและสามารถนำหลักการทางพระพุทธศาสนามาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันภาควิชาพระพุทธศาสนาคณะพุทธศาสตร์จึงได้จัดการศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตรพระพุทธศาสนาขึ้นโดยมีจุดมุ่งหมายสำคัญคือเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ทางด้านพระพุทธศาสนา โดยมุ่งพัฒนาคุณลักษณะของพระภิกษุสามเณรและคฤหัสถ์ที่พึงประสงค์คือมีปฏิปทาน่าเลื่อมใส ใฝ่รู้ใฝ่คิด เป็นผู้นำด้านจิตใจและปัญญามีความสามารถแก้ไขปัญหา รู้จักเสียสละเพื่อส่วนรวม มีศรัทธาอุทิศตนเพื่อพระพุทธศาสนา รู้เท่าทันความเปลี่ยนแปลงของสังคมมีโลกทัศน์กว้างไกลมีศักยภาพที่จะพัฒนาตนให้มีคุณธรรมจริยธรรมอีกทั้งมีความรู้ความเข้าใจในวิชาการพระพุทธศาสนาเพื่อศึกษาในระดับอุดมศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ

                มีวัตถุประสงค์ เพื่อผลิตพระภิกษุสามเณรและคฤหัสถ์ในระดับประกาศนียบัตรให้มีความรู้ความเข้าใจ วิชาการทางพระพุทธศาสนาสามารถนำหลักการทางพระพุทธศาสนาไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างเหมาะสม  สามารถพัฒนาชีวิต จิตใจและสติปัญญา ให้เป็นแบบอย่างที่ดีของชุมชนและสังคม มีจิตศรัทธาอุทิศตนต่อสถาบันพระพุทธศาสนาและประเทศชาติ และสามารถศึกษาต่อในระดับชั้นปริญญาตรีทางพระพุทธศาสนา ศาสนา ปรัชญา และบาลีสันสกฤตได้

                มีวิชาบังคับ โดยผู้เรียนจะต้องศึกษา จำนวน 18 หน่วยกิต คือประวัติศาสตร์พระพุทธศาสนา พระไตรปิฎกเบื้องต้น  หลักธรรมในพระพุทธศาสนา เทศกาลและพิธีกรรมทางพระพุทธศาสนา  ศาสนาทั่วไป   พระพุทธศาสนาในเอเชียอาคเนย์ ชาดกศึกษา ธรรมภาคภาษาอังกฤษ  และกรรมฐานในพระพุทธศาสนา  ส่วนวิชาเลือก 6 หน่วยกิต  เช่น บาลีเบื้องต้น พุทธปรัชญาเบื้องต้น  ศาสนาและความเชื่อในสังคมไทย  วรรณคดีบาลี ภาษาไทย พระพุทธศาสนากับภูมิปัญญาไทย พระพุทธศาสนากับการพัฒนาที่ยั่งยืน พระพุทธศาสนากับสิทธิมนุษยชน และพระพุทธศาสนากับสังคมสงเคราะห์

                ขณะที่หลักสูตร ป.วน. มีปรัชญาของหลักสูตรคือ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นมหาวิทยาลัยสงฆ์แห่งคณะสงฆ์ไทย ที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงสถาปนาขึ้นเพื่อเป็นสถานศึกษาพระไตรปิฏกและวิชาชั้นสูงสำหรับพระภิกษุสามเณรและประชาชนทั่วไปมีกระบวนการเรียนการสอนทั้งภาคทฤษฎีและภาคฝึกปฏิบัติ ในลักษณะการบูรณาการอย่างเป็นองค์รวมโดยมีไตรสิกขาเป็นแกน โดยสะท้อนวิธีการเรียนการสอนที่เป็นทั้งปริยัติ ปฏิบัติและปฎิเวธ ที่สร้างให้ผู้เรียนมุ่งมั่นพัฒนาตนให้เพียบพร้อมด้วยคุณธรรมจริยธรรม  มีความรู้  ความเข้าใจ  เท่าทันความเปลี่ยนแปลงของโลก  มีศรัทธาอุทิศตนเพื่อพระพุทธศาสนา  เป็นไปตามหลักคำสอนอันเป็นแนวทางในการปฏิบัติเพื่อความดับทุกข์ ดังที่ตรัสไว้ในสติปัฏฐานสูตรว่า เอกายโน  อยํภิกฺขเวมคฺโค  สตฺตานํ  วิสุทฺธิยา  โสกปริเทวนํ สมติกฺกมาย  ทุกฺขโทมนสฺสานํอตฺถงฺคมาย  ญายสฺสอธิคมาย  นิพฺพานสฺสสจฺฉิกรณตฺถายยทิทํจตฺตาโร  สติปฏฺฐานา  แปลว่า   ดูก่อน  ภิกษุทั้งหลาย  ทางนี้เป็นทางเดียว เพื่อความบริสุทธิ์ของเหล่าสัตว์ เพื่อล่วงโสกะและปริเทวะ  เพื่อดับทุกข์และโทมนัส  เพื่อบรรลุญายธรรม  เพื่อทำให้แจ้งซึ่งพระนิพพาน  ทางนี้คือสติปัฏฐาน 4
 
                ดังนั้น เพื่อให้การสืบสานพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวในด้านการศึกษาพระไตรปิฏกและวิชาการชั้นสูง รวมทั้งการพัฒนาบุคลากรทางพระพุทธศาสนาให้มีความรู้ความเข้าใจในหลักการปฏิบัติวิปัสสนาภาวนา  มีทักษะด้านการปฏิบัติวิปัสสนาภาวนา และสามารถเผยแผ่การปฏิบัติวิปัสสนาภาวนาในสังคม ภาควิชาพระพุทธศาสนา คณะพุทธศาสตร์ ร่วมกับ สถาบันวิปัสสนาธุระ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย จึงได้เปิดหลักสูตรประกาศนียบัตรวิปัสสนาภาวนา ขึ้น

                โดยมีวัตถุประสงค์ พื่อพัฒนาบุคลากรทางพระพุทธศาสนาให้มีความรู้ความเข้าใจในหลักการปฏิบัติวิปัสสนาภาวนา ส่งเสริมบุคลากรทางพระพุทธศาสนาให้มีทักษะด้านการปฏิบัติวิปัสสนาภาวนา ส่งเสริมบุคลากรทางพระพุทธศาสนาให้สามารถเผยแผ่การปฏิบัติวิปัสสนาภาวนาในสังคม

                มีวิชาบังคับ18 หน่วยกิต คือ พระไตรปิฎกศึกษา วิปัสสนาวงศ์ วิสุทธิมรรคศึกษา  กรรมฐานในพระพุทธศาสนา สำนักวิปัสสนาในสังคมไทย เทคนิคการสอนวิปัสสนาภาวนา ภาษาอังกฤษสำหรับพระวิปัสสนาจารย์ ปฏิบัติวิปัสสนาภาวนา และการเตรียมฝึกสอนวิปัสสนาภาวนา ส่วนวิชาเลือก 6 หน่วยกิต คือ ปรมัตถธรรม ธรรมะภาคภาษาอังกฤษ เทคนิคการวัดผลปฏิบัติวิปัสสนา ชีวิตและผลงานของพระวิปัสสนาจารย์ โสฬสญาณ การบริหารจัดการศูนย์ปฏิบัติวิปัสสนาภาวนา เทคโนโลยีทางวิปัสสนาภาวนา และการสัมมนาวิปัสสนาภาวนา

                ขณะนี้ทั้ง 2 หลักสูตร กำลังเปิดรับสมัครผู้สนใจเข้าศึกษาเสริมความรู้ด้านพระพุทธศาสนาและวิปัสสนา ได้ถึงวันที่ 1 กรกฎาคม   ที่สำนักงานคณะพุทธศาสตร์ อาคารมหาจุฬาฯ ชั้น 3 ห้อง 300 วัดมหาธาตุฯ ท่าพระจันทร์ กรุงเทพฯ ติดต่อสอบถาม โทร. 02 222 6026 , 0818553089, 0816344943 เปิดเรียนวันจันทร์ที่ 6 กรกฎาคม  ตั้งแต่เวลา 16.00 น. เป็นต้นไป

 

 

 


 

"}])