พระเครื่อง

๑ทศวรรษคดีพระสุพจน์คำถามต่อกระบวนการยุติธรรม

๑ทศวรรษคดีพระสุพจน์คำถามต่อกระบวนการยุติธรรม

15 มิ.ย. 2558

๑ทศวรรษคดีพระสุพจน์คำถามต่อกระบวนการยุติธรรม และการสานต่อปฏิปทาของพระป่าในการปกป้องป่า:วิปัสสนาบนหน้าข่าว โดยมนสิกุล โอวาทเภสัชช์เรื่อง กลุ่มพุทธทาสศึกษาภาพ

๑ทศวรรษคดีพระสุพจน์  คำถามต่อกระบวนการยุติธรรม และการสานต่อปฏิปทาของพระป่าในการปกป้องป่า   : วิปัสสนาบนหน้าข่าว โดยมนสิกุล โอวาทเภสัชช์ เรื่อง กลุ่มพุทธทาสศึกษา ภาพ
 
                หลังจาก พระสุพจน์ สุวโจ (ด้วงประเสริฐ) รองประธานมูลนิธิเมตตาธรรมรักษ์ หนึ่งในผู้ก่อตั้งกลุ่มพุทธทาสศึกษา อดีตผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดธารน้ำไหล (สวนโมกขพลาราม) จ.สุราษฎร์ธานี มรณภาพจากการถูกรุมทำร้ายจากคนไม่ทราบจำนวน ด้วยของมีคมและวิธีการที่โหดร้ายทารุณยิ่ง ณ สวนเมตตาธรรม อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ เมื่อวันที่ ๑๗ มิถุนายน ๒๕๔๘ ขณะมีอายุ ๓๙ ปี พรรษาที่ ๑๓

                ๑๐ ผ่านไป คดีนอกจากไม่ได้รับการคลี่คลายแล้ว ยังถูกยุติคดีความอีกด้วย พระกิตติศักดิ์ กิตฺติโสภโณ ประธานมูลนิธิเมตตาธรรมรักษ์ เล่าถึงช่วงเวลาหนึ่งทศวรรษกับการภาวนาอยู่ในท่ามกลางการข่มขู่ คุกคามของผู้มีอิทธิพล ซึ่งหวังในที่ดินทั้งหมดของสวนเมตตาธรรมซึ่งมีกว่า ๑,๕๐๐ ไร่ โดยได้ยกที่ดินจำนวน ๘๐๐ ไร่ให้เป็นป่าชุมชนไปแล้ว และมีเขตสังฆาวาสประมาณ ๗๕ ไร่เท่านั้น ก็ยังไม่วายที่จะถูกคุกคามมาจนถึงปัจจุบัน  

                -เหตุที่ยุติคดีความ

                ส่วนหนึ่งเข้าใจว่า คงเกี่ยวข้องกับการเมืองด้วย กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ก็ได้ยุติการดำเนินคดีไปแล้ว คือมีการเสนอให้ยุติการดำเนินคดีในยุค ธาริต เพ็งดิษฐ์ สมัยที่เป็น อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ คือมีการเสนอเรื่องนี้ก่อนที่จะมีการตั้งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ก็มีการตั้งคณะกรรมการพิจารณาคดี แล้วเสนอไปยังสำนักงานอัยการสูงสุดในการขอยุติคดี โดยอ้างว่าไม่มีพยานหลักฐานที่จะนำไปสู่ตัวผู้กระทำความผิด แล้วอัยการก็อนุมัติ ตอนนี้จึงมีการยุติคดีความกันไปแล้ว 

                -ทางคุณพ่อคุณแม่ของพระอาจารย์สุพจน์ว่าอย่างไร

                ท่านทั้งสองไปยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมจากกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ซึ่งเขาใช้เวลาพิจารณาอยู่หนึ่งปีก็ตอบกลับมาบอกว่า ทางดีเอสไอ ได้ทำหน้าที่โดยไม่มีการละเมิดสิทธิมนุษยชนใดๆ อาตมาเข้าใจว่ามันเป็นเรื่องของเทคนิคทางกฎหมาย และวิธีการปฏิบัติตามกฎระเบียบราชการ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนก็เป็นเสมือนตรายางที่จะคอยรับรองว่า การปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยงานต่างๆ นั้น ปฏิบัติโดยชอบหรือไม่ คือ เป็นไปตามระบอบ ระเบียบราชการหรือไม่ แค่นั้นเอง ไม่ใช่เห็นว่าจะอำนวยให้เกิดความยุติธรรมหรือไม่ หรือว่าได้พิทักษ์ได้ปกป้องสิทธิ์ของผู้ที่เกี่ยวข้องตามที่ควรจะเป็นหรือไม่ ที่สำคัญก็คือมันไม่ได้มีความถูกต้องและเป็นธรรมอย่างที่ควรจะเป็น

                - ปฏิปทาของพระอาจารย์สุพจน์ ในการสืบสานงานของท่านอาจารย์พุทธทาส กับการดูแลปกป้องรักษาผืนป่า ได้รับการดำเนินการต่อเนื่องหรือไม่ อย่างไร

                พร้อมๆ กับที่ดีเอสไอ ยุติคดี ฝ่ายของผู้ต้องสงสัยในคดีนี้ว่าฆ่าพระสุพจน์ ก็ได้บุกรุกเข้ามายึดที่ดินที่เป็นสวนป่า ซึ่งหลังจากพระสุพจน์มรณภาพ มูลนิธิเมตตาธรรมรักษ์เอง หรือทางกลุ่มพุทธทาสศึกษาเอง ก็ถือว่าเป็นการสืบทอดเจตนารมณ์ของพระสุพจน์ เรามีการปลูกป่าต่อเนื่องกันมาตั้งแต่ปี ๒๕๔๘ จนมาถึงปี ๒๕๕๖ ก็มีการมาบุกรุกที่ดินอย่างต่อเนื่อง ซึ่งตอนนี้ยึดที่ดินไปทั้งหมด ๔๐๐ กว่าไร่ เมื่อวันที่ ๒๐ มีนาคม ๒๕๕๖ ฝ่ายเราจึงดำเนินการแจ้งความดำเนินคดี ก็ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจดึงเวลาอยู่เกือบ ๒ ปี โดยไม่เรียกผู้ถูกกล่าวหา มารับทราบข้อกล่าวหา แต่ใช้วิธีสอบถามไปทางสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกร (ส.ป.ก.) ว่าเป็นที่ของใคร อย่างไร แต่ว่าในขณะเดียวกันก็ไม่ได้ดำเนินการใดๆ ในการค้นหาความเป็นจริง ไม่ได้สอบปากคำผู้ที่เกี่ยวข้องอย่างที่ควรจะเป็น สุดท้ายฝ่ายโน้นก็ยึดที่ดินไปโดยเรียบร้อย  และในระหว่างที่เขาพยายามยึดที่ดินไป ในช่วงหลังปี ๒๕๕๖ มีการมายิงปืนข่มขู่ มีการพยายามจะคุกคามต่างๆ จนพบปลอกกระสุนที่หน้าประตูสวนเมตตาธรรม ก็เป็นเช่นนี้เอง

                สำหรับกิจกรรมที่ผ่านมา ก็มีการปลูกป่าบ้าง การทำแปลงสาธิต เกษตรธรรมชาติ ทำให้เห็นว่าการเปลี่ยนการเกษตรจากไม้เชิงเดี่ยว มาเป็นเกษตรธรรมชาติ ซึ่งสอดคล้องกับการอยู่ตามกฎเกณฑ์ของธรรมชาติ ตามที่ท่านอาจารย์พุทธทาสเคยชี้แนะเอาไว้เป็นอย่างนี้ แต่ก็ไม่สามารถทำได้อย่างเต็มที่  ส่วนกิจกรรมการทำหนังสือซึ่งมีต้นทุนสูง พวกเราก็ไม่สามารถทำได้ เพราะว่าต้นทุนในการจัดพิมพ์ก็ตาม ในการเผยแพร่ก็ตาม มีต้นทุนสูง ส่วนเว็บไซต์ของกลุ่มพุทธทาสศึกษา http://www.buddhadasa.org/ หลังจากที่ค้างค่าเซิร์ฟเวอร์มาเป็นเวลานานก็เลยประกาศหาผู้สนับสนุน สุดท้ายก็มีมหาวิทยาลัยบางแห่งก็รับไปดำเนินการต่อ พวกเราก็ส่งข้อมูลต่างๆ ที่มีอยู่ทั้งหมด ให้เขาไปพร้อมกับเซิร์ฟเวอร์คอมพิวเตอร์

                - ปัจจุบันมูลนิธิเมตตาธรรมรักษ์ และกลุ่มพุทธทาสศึกษาทำอะไรบ้าง

                เราก็ทำอยู่ในเรื่องของการเกษตรธรรมชาติ ให้การอบรมสามเณรบ้าง ให้การอบรมบุคคลทั่วไปบ้าง แต่ก็ถือว่าเป็นกิจกรรมเพียงเล็กน้อยเพราะคนส่วนใหญ่ก็กลัวผู้มีอิทธิพล ที่มายึดพื้นที่ป่าในสวนเมตาธรรมไปแล้วทั้งหมด แล้วเขาก็ตัดฟันต้นไม้ที่ปลูกไปทั้งหมด คือเรียกว่า ๙๐กว่าเปอร์เซนต์  เมื่อเราไปแจ้งทางป่าไม้ ป่าไม้ก็ไม่ได้กวดขันดำเนินการใดๆ อย่างที่ควรจะเป็น

                -กิจกรรมในวันครบรอบ ๑ ทศวรรษพระอาจารย์สุพจน์ที่จะมาถึง

                ในโอกาสที่ครบ ๑๐ ปี จึงเป็นแต่เพียงการจัดกิจกรรมทางศาสนา โดยการนิมนต์หลวงพ่อเจ้าคณะอำเภอ กับคณะสงฆ์อีก ๑๐ รูป มาทำบุญอุทิศส่วนกุศลและนิมนต์สามเณรจากโรงเรียนพระปริยัติธรรมจากวัดพระบาทอุดม อ.ฝาง จ.เชียงใหม่มาฉันภัทตาหารเพล แล้วก็มอบอุปกรณ์การศึกษาบ้าง ในส่วนของพระสุพจน์ก็มีการย้ายอัฐิจากข้างๆ กุฏิ มาประดิษฐานที่พระประธานที่สร้างขึ้นใหม่ ตรงหอพระไตรปิฎก

                - ธรรมโอสถในการเยียวยาจิตใจ และการภาวนาของพระอาจารย์เองตลอดช่วงเวลา ๑๐ ปีที่ผ่านมา

                พุทธศาสนา ในส่วนของพุทธธรรมทั้งหมด เป็นไปเพื่อความถูกต้อง เป็นไปเพื่อความดับทุกข์ ไม่มีอะไรมากไปกว่าการทำความเข้าใจอริยสัจสี่ประการว่า ปัญหามันคืออะไร  สาเหตุมันคืออะไร สภาพที่หมดปัญหามันคืออะไร แล้วก็มีวิธีการว่าจะออกจากปัญหาไปสู่ที่ไม่มีปัญหาได้อย่างไร ถ้าเราพิจารณา โยนิโสมนสิการโดยอริยสัจ เรารู้ว่า ปัญหามันคืออะไร ช่วงเวลาที่ผ่านมา อย่างน้อยที่สุดเรารู้ว่าโดยกลไกของรัฐก็ตาม โดยกระบวนการยุติธรรมก็ตาม โดยสภาพทางสังคมก็ตาม ทำให้เกิดกรณีอย่างพระสุพจน์ขึ้นมา สาเหตุก็คือความหละหลวม ความย่อหย่อนของผู้ที่เกี่ยวข้อง ความไม่ตั้งใจในการปฏิบัติหน้าที่ ก็เหมือนที่ท่านอาจารย์พุทธทาสบอกว่า การทำงานคือการปฏิบัติธรรม เมื่อผู้ที่เกี่ยวข้องไม่ทำตรงนั้น พวกเราก็ทำหน้าที่ทำความจริงให้ปรากฏ เพื่อให้สุดท้าย ปัญหาที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมจะได้เป็นธรรม  และการให้อภัยก็คือ การที่ผู้ทำผิดออกมายอมรับสารภาพ แล้วเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม
                
                ธรรมะเราต้องนำมาใช้ในชีวิตจริง การบวช ทำให้มีกรอบพระวินัยในการดำเนินชีวิต แล้วสถานการณ์ที่สุ่มเสี่ยงเช่นนี้ มันทดสอบธรรมะของเราว่า เราจะใช้พรหมจรรย์ที่มีอยู่เป็นไปเพื่ออะไร

                บางคนบอกว่า ทำไมเราจึงทนอยู่กับสภาวะอย่างนั้น แต่สิ่งหนึ่งที่เขาลืมมองไปก็คือ มันช่วยให้เรามีสติ ช่วยให้เราประคองสติ อย่างที่หลายคนอาจจะไม่ได้คิด เพราะว่า เราอาจสามารถตายได้ง่ายๆ ทันที เหมือนกับนักไต่ลวด ที่ชีวิตแขวนอยู่บนเส้นด้าย เราก็เอาสถานการณ์ที่อยู่กับความสุ่มเสี่ยงนี้แหละมาปฏิบัติในชีวิตจริงมากกว่าที่จะมาตีฝีปากหรือแสดงคมวาทะ

                พระสุพจน์ถูกฆ่าในวันเกิดของอาตมา ๑๗ มิถุนายน เมื่อสิบปีก่อน ยิ่งทำให้วันเกิดของอาตมาต้องระลึกถึงความตายอยู่ตลอดเวลาว่ามันไม่แน่นอน และอาจเกิดขึ้นเมื่อไรก็ได้

"}])