
สมเด็จวัดปากน้ำกำหนดเดินทางไปเยี่ยมชาวเนปาล2มิ.ย.นี้
สมเด็จวัดปากน้ำกำหนดเดินทางไปเยี่ยมชาวเนปาล2มิ.ย.นี้
25พ.ค.2558 พระวิจิตรธรรมาภรณ์ (เทอด ญาณวชิโร) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร กรุงเทพฯ เปิดเผยว่า สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช กำหนดเดินทางเยี่ยมชาวเนปาลที่ประสบภัยแผ่นดินไหว และให้กำลังใจพระธรรมทูตที่ปฏิบัติหน้าที่ในเนปาลในวันที่ 2 มิถุนายน 2558 โดยสายการบินแอร์เอเชีย ซึ่งขณะนี้ศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยแผ่นดินไหวประเทศเนปาลของคณะสงฆ์ ซึ่งตั้งอยู่ที่วัดสระเกศ กำลังลำเลียงเครื่องอุปโภคบริโภคจำนวน 10 ต้น ราว 10,000 กิโลกรัม โดยคาโก้ ไปประเทศเนปาล คาดว่าสิ่งของจะถึงประเทศเนปาลในวันที่ 27 พฤษภาคมนี้
"จากการที่คณะกรรมการดำเนินงานจัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยแผ่นดินไหวประเทศเนปาลของคณะสงฆ์ มีพระพรหมสิทธิ กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร เป็นประธาน ได้ประชุมสรุปการทำงานช่วงที่ผ่านมา เพื่อปรับแนวทางการทำงานในช่วงต่อไป" ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศ
ด้านพระเทพโพธิวิเทศ หัวหน้าพระธรรมทูตไทยสายประเทศอินเดีย-เนปาล ได้สรุปภาพรวมการทำงานของพระธรรมทูตต่อที่ประชุม ดังนี้ พระธรรมทูตไทยลงพื้นที่ทั้งใกล้ทั้งไกลตามหมู่บ้านที่ได้รับความเดือดร้อน โดยช่วยเหลือแล้ว จำนวน 42 หมู่บ้าน แจกข้าวสาร จำนวน 2,506 กระสอบ (76,372กิโลกรัม) พร้อมทั้งถั่วดาน 652กระสอบ จูละ 1,333 ถุง (ข้าวเม่า) น้ำมันพืช 1,743 ถุง เกลือ 1,970 ถุงบะหมี่ 1,157ซอง น้ำ 462ขวด สบู่/ยาสีฟัน 790ชุด ผ้าห่ม 790 ผืน เต็นท์/เต็นท์ผ้าใบ/ผ้าพาสติกปูพื้น 1,645 ชุด สังกะสี 270 แผ่น ยา 13 ชุด ไฟฉาย 40 กระบอก เสื้อ 830 ตัว
และที่ประชุมได้ข้อสรุปการทำงาน และแนวทางการดำเนินงาน เป็น 3 ระยะ คือ ระยะที่ 1 ซึ่งอยู่ในช่วง 15 วันหลังแผ่นดินไหว มุ่งให้พระธรรมทูตทำงานเชิงรุก เคลื่อนออกไปช่วยตามหมู่บ้านห่างไกล ที่องค์กรต่างๆ ยังเข้าไม่ถึง (ซึ่งระยะนี้ได้ผ่านไปแล้ว) ระยะที่ 2 ตั้งศูนย์ให้ความช่วยเหลือถาวร ควบคู่ไปกับการออกไปช่วยตามสถานที่ต่างๆ โดยยึดตามคณะสงฆ์เนปาล เพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชน และให้ความช่วยเหลือการบูรณะวัดในเนปาล เพื่อให้คณะสงฆ์เนปาลเป็นหลัก พิจารณาตามลำดับความสำคัญ อันดับหนึ่งจากวัดที่เกี่ยวข้องโดยการที่เจ้าอาวาสอุปสมบทจากคณะสงฆ์ไทย มีพระอุปัชฌาย์ไทย อันดับสอง จากสายงานปกครองคณะสงฆ์เนปาล เพื่อให้คณะสงฆ์เนปาลเป็นหลัก และเป็นที่พึ่งให้กับประชาชนชาวเนปาล เช่น วัดสังฆนายกเนปาล เป็นต้น อันดับสาม จากวัดที่มีอุปการคุณต่อคณะสงฆ์ไทย โดย เคยเป็นที่พำนักของพระมหาเถระไทย เช่น วัดอานันทกุฎิ ที่เจ้าประคุณสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช เคยไปพำนัก เป็นต้น ระยะที่ 3 ระยะฟื้นฟูจิตใจ ซึ่งจะทำควบคู่ไปพร้อมกับการสร้างความมั่นคง โดยนำกุลบุตร กุลธิดาที่เป็นกำพร้าจากเหตุแผ่นดินไหวมาบวชให้อยู่ในอุปการะของวัดไทยลุมพินี และวัดในเนปาล โดยการอุปการะของคณะสงฆ์เนปาล ส่วนกุลธิดา ให้อยู่ในอุปการะของเสถียรธรรมสถาน โดยแม่ศันสนีย์ เสถียรสุต



