
หวั่นทรัพย์สินพ่อคูณ-วัดเสียหายสั่งล็อกกุญแจ​
หวั่นทรัพย์สินพ่อคูณ-วัดเสียหาย เจ้าคณะสั่งล็อกกุญแจป้องกัน พร้อมให้รายงานหนี้สินเกี่ยวกับการก่อสร้างให้ต้องรายงานให้คณะกรรมการตรวจสอบอย่างครบถ้วน
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 25 พฤษภาคม 2558 ที่ศาลาใต้พระอุโบสถ วัดบ้านไร่ ต.กุดพิมาน อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา พระราชสีมาภรณ์ รองเจ้าคณะจังหวัดนครราชสีมา ประธานกรรมการตรวจสอบทรัพย์สินพระเทพวิทยาคม หรือหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ และวัดบ้านไร่ พร้อมพระครูศรีปริยัติวิสุทธิ์ เจ้าคณะอำเภอด่านขุนทด นายศักดิ์สิทธิ์ สกุลลิขเรศสีมา นายอำเภอด่านขุนทด นายสมพงษ์ วิริยะจารุ วัฒนธรรมจังหวัดนครราชสีมา นายบัญชายุทธ นาคมุจลินท์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดนครราชสีมา นายธวัชชัย แสนประสิทธิ์ กำนันตำบลกุดพิมาน นายธวัช เรืองหร่าย รักษาการไวยวัจรกรวัดบ้านไร่ และนางสาวจู ปริสุทธชาติ รักษาการกรรมการวัดบ้านไร่ ร่วมประชุมหารือ เพื่อวางแผน กำหนดขั้นตอน และกรอบระยะเวลาการตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินทั้งหมด เบื้องต้นพบทรัพย์สินมีจำนวนมากคาดต้องใช้เวลานานนับเดือน จึงจะสามารถสรุปบัญชีทรัพย์สินได้ทั้งหมด ในระหว่างนั้นนายเกรียงไกร จารุทวี อดีตรองประธานกรรมการวัดบ้านไร่ ฐานะ ผู้อำนวยการวิหารเทพวิทยาคม ได้มอบสมุดปกเหลืองชุดความจริง กรณีวิหารเทพวิทยาคมสืบสานพระพุทธศาสนาตามปณิธานหลวงพ่อคูณ ซึ่งมีรายละเอียดทรัพย์สินและระบบริหารจัดการโดยสังเขป เพื่อให้กรรมการ และลูกศิษย์คนสนิท รวมทั้งประชาชน ที่สนใจได้มาสังเกตการณ์ จำนวนกว่า 200 คน รับทราบตามที่สังคมตั้งข้อสงสัย
พระราชสีมาภรณ์ เปิดเผยว่า พระราชวิมลโมลี เจ้าคณะจังหวัดนครราชสีมา ได้ใช้อำนาจตามความในข้อ 15 (5) กฎมหาเถรสมาคม ฉบับที่ 23 พ.ศ 2541 ว่าด้วยระเบียบการปกครองคณะสงฆ์ ได้ลงนามแต่งตั้งกรรมการตรวจสอบทรัพย์สิน ฯ จำนวน 31 คน เมื่อช่วงบ่าย วันที่ 16 พค.ที่ผ่านมา ประกอบด้วย 1.พระราชวิมลโมลี เจ้าคณะจังหวัดนครราชสีมา 2 .นายธงชัย ลืออดุลย์ ผวจ.นครราชสีมา เป็นที่ปรึกษา 3. พระราชสีมาภรณ์ รองเจ้าคณะจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธาน 4.พระครูศรีปริยัติวิสุทธิ์ เจ้าคณะอำเภอด่านขุนทด 5. พระภาวนาประชานารถ รักษาการเจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ 6.นายบัญชายุทธ นาคมจรินท์ ผู้อำนวยการสำนักพุทธศาสนาจังหวัดนครราชสีมา 7.นายสมพงษ์ วิริยะจารุ วัฒนธรรมจังหวัดนครราชสีมา 8.นายศักดิ์สิทธิ์ สกุลลิขเลศสีมา นายอำเภอด่านขุนทด เป็นรองประธานกรรมการ 9.พระครูศรีปริยัติพิธาน รองเจ้าคณะอำเภอด่านขุนทด 10. พระครูปราโมทย์ธรรมรส รองเจ้าคณะอำเภอด่านขุนทด
11.พระครูพีรเดชดำรง เจ้าคณะตำบลกุดพิมาน 12.พระครูปริยัติวรญาณ เจ้าคณะตำบลบ้านเก่า 13.พระครูเมตตานุรักษ์ เจ้าคณะตำบลพันชนะ 14. นายไพศาล ผลฟัก ปลัดอาวุโสอำเภอด่านขุนทด 15. แพทย์หญิงต้องตา ชนยุทธ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลด่านขุนทด 16 .พันตำรวจเอกต่อศักดิ์ กานตานนท์ ผกก.สภ.ด่านขุนทด ฯ 17. นายศุภเดช จีมขุนทด นายกพุทธสมาคมอำเภอด่านขุนทด 18.นายธวัชชัย แสงประสิทธิ์ กำนันตำบลกุดพิมาน 19.นายสุรพล หาจัตุรัส สารวัตรกำนันตำบลกุดพิมาน 20.นางนาฏธยาน์ แสนประสิทธิ์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) กุดพิมาน
21.นายสมบูรณ์ พามขุนทด ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านบ้านไร่ 22.นายชาญ ใกล้พุดซา ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านบ้านไร่ 23. นายสุรศักดิ์ พีบพุดซา สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบล (ส. อบต.) กุดพิมาน 24.นายสม ชัดขุนทด ส.อบต กุดพิมาน 25.นายธวัช เรืองหร่าย รักษาการไวยาวัจรกรวัดบ้านไร่ 26. นางสาวจู ปริสุทธชาติ รักษาการกรรมการวัดบ้านไร่ 27.นายสมบูรณ์ โสตถิอนันต์ รักษาการกรรมการวัดบ้านไร่ 28.นายอนันต์ พูลสวาย รักษาการกรรมการวัดบ้านไร่ เป็นคณะกรรมการ 29.ดร.พระมหาสิงขร ปริยัตติเมธี เลขานุการเจ้าคณะอำเภอด่านขุนทด เป็นคณะกรรมการและเลขานุการ 30.พระครูวินัยธรรินทร์ กันตสีโล เลขานุการรองเจ้าคณะอำเภอด่านขุนทด และ 31.พระสมุห์วุฒิภัทร วุฑฒญาโณ เลขานุการรองเจ้าคณะอำเภอด่านขุนทด เป็นผู้ช่วยเลขานุการ
“กรรมการทั้ง 31 คน มีอำนาจในการตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินของพระเทพวิทยาคมและวัดบ้านไร่ เช่นเงินสด บัญชีเงินรับบริจาคทุกรายการ บัญชีเช่าบูชาวัตถุมงคล บัญชีเงินฝากธนาคาร บัญชีเงินมูลนิธิวัดบ้านไร่ สิ่งของมีค่า รายการวัตถุมงคลที่มีอยู่ในปัจจุบัน บัญชีรายรับรายจ่าย หรือบัญชีหนี้สินค่าใช้จ่ายต่างๆ ในการตรวจสอบ ได้ประสานผู้เชี่ยวชาญสืบสวนสอบสวน มาร่วมดำเนินการตรวจสอบทรัพย์สิน เจ้าคณะจังหวัด ฯมีบัญชาการไม่ต้องการเอาผิดใคร แต่ต้องทำบัญชีให้ละเอียด เพื่อชี้แจงให้ศิษยานุศิษย์และประชาชนได้รับทราบ จะไม่เกิดข้อสงสัยภายหลัง ส่วนจะดำเนินการเมื่อไรขึ้นอยู่กับกรรมการเห็นควร ท่านได้เน้นย้ำ ให้รีบดำเนินการโดยเร็ว และรีบเข้าไปล็อกกุญแจหรือทำการห่อทรัพย์สินต่างๆไว้ เพื่อป้องกันไม่ให้มีการเคลื่อนย้ายหรือขนย้ายไปที่อื่น ซึ่งจะทำให้การตรวจสอบยุ่งยากภายหลัง” พระราชสีมาภรณ์ กล่าว
นายบัญชายุทธ กล่าวว่า ได้วางแผนขั้นตอนการตรวจสอบบัญชีทรัพย์สิน ทั้งสังหาริมทรัพย์ และอสังหาริมทรัพย์มีจำนวนมาก ขณะนี้ไม่สามารถระบุได้อย่างชัดเจน จึงได้กำหนดดังนี้ 1.หมวดอาคาร 2.หมวดที่ดิน 3.หมวดยานพาหนะ 4.หมวดทรัพย์สินของมีค่า โดยมีทรัพย์สินของวัดบ้านไร่ และของหลวงพ่อคูณ 5.หมวดการเงิน ได้แก่การเงินของบัญชีวัดบ้านไร่ ,บัญชีมูลนิธิในนามของวัดบ้านไร่ ,บัญชีในส่วนของหลวงพ่อคูณ ฯ และ 6.ทรัพย์สินอื่นๆ ต้องใช้เวลารวบรวมนานพอสมควร หากเป็นการตรวจสอบเชิงลึก ได้แต่งตั้งกรรมการที่เป็นผู้รู้ข้อมูลอย่างแท้จริง เมื่อดำเนินการเสร็จสิ้น รวมทั้งผ่านกระบวนการพิจารณาของกรรมการ จะรีบแจ้งให้สาธารณชนรับทราบโดยเร็ว
"ทั้งนี้กรรมการฯ ไม่มีอำนาจ หน้าที่จับผิดหรือกล่าวโทษ รวมทั้งแสดงความคิดเห็น เพียงรับทราบตามรายงานการสำรวจและต้องเป็นไปตามกระบวนการของกฎหมาย ส่วนหนี้สินที่เกี่ยวข้อง เช่นการก่อสร้างวิหารพระเพทวิทยาคมที่ยังอยู่ในระหว่างสัญญานั้น จะต้องมีการรายงานแก่คณะกรรมการตรวจสอบอย่างครบถ้วน โดยในระหว่างสำรวจ การดำเนินการทางทรัพย์ส่วนใหญ่ต้องถูกระงับไว้ ก่อนที่จะมีการแต่งตั้งคณะกรรมการวัดและไวยาวัจกรวัด ชุดใหม่เป็นทางการ และเป็นที่ยอมรับทุกฝ่ายอีกครั้ง ส่วนผู้ที่รับผิดชอบหนี้สิน นั้น คือ คณะกรรมการวัดชุดใหม่ แต่จะเป็นรูปแบบขั้นตอนอย่างไรนั้นจะต้องมีการวางแผนกำหนดแนวทางอีกครั้ง" นายบัญชายุทธ กล่าว



