
อย่าให้ใครขโมยความดีงามไปจากเรา
อย่าให้ใครขโมยความดีงามไปจากเรา : บาตรเดียวท่องโลก โดยพระพิทยา ฐานิสฺสโร
วัยรุ่นหญิงอินเดียท่านหนึ่งที่มาร่วมกิจกรรม "โลกเป็นหนึ่งเดียว" (United world ๒๐๑๕) ที่มุมไบ ก่อนวันสุดท้ายของกิจกรรม เธอถูกขโมยโทรศัพท์มือถือโดยเพื่อนสนิทของเธอ ทำให้เธอรู้สึกโกรธ เสียใจมากและไม่สามารถมองหน้าเพื่อนหรือทำกิจกรรมร่วมกับเพื่อนคนนั้นของเธอได้
ยิ่งกว่านั้น เธอไม่สามารถมีความสุขกับการทำกิจกรรมต่างๆ ในวันนั้นได้เลย เพราะคำถามในทางลบเกิดขึ้นมากมายในใจของเธอ แต่คำถามหนึ่งที่วนเวียนอยู่ตลอดเวลาว่า ทำไมเขาถึงสามารถทำกับเธอได้? และเธอก็ได้สร้างเหตุผลในทางลบมากมายเช่นกันว่า ข้อมูล เบอร์โทรศัพท์ รูปภาพที่สำคัญมลายหายไป เป็นเหตุให้เธอยิ่งทุกข์ใจมากขึ้น
ของหาย อาจไม่ใช่ประเด็นสำคัญของวัยรุ่นหญิงอินเดียคนนี้ แต่ประเด็นสำคัญคือ เพื่อนเธอเป็นคนขโมย เธอจึงยอมรับไม่ได้ ตรงนี้ต่างหากที่ทำให้เราทำใจยอมรับยาก กับความคาดหวังอันเต็มเปี่ยมว่าเพื่อนเรานั้นจะไม่มีวันทำแบบนี้แน่
บางที...การพิจารณาไตร่ตรองใคร่ครวญว่า เราต้องพรากจากคนรัก ของรักไม่วันใดก็วันหนึ่งอย่างสม่ำเสมอทุกๆ วัน เป็นการเตรียมจิตใจให้พร้อมก่อนเหตุการเหล่านั้นเกิดขึ้นจริงๆ อาจจะง่ายกว่า และเพื่อเป็นการป้องกันจิตใจไม่ให้ทุกข์ใจไปกว่าเดิมเมื่อเหตุการณ์ใดๆ ที่คาดไม่ถึงเกิดขึ้น ที่สำคัญทำให้เขาหรือเธอเข้าใจความจริงของชีวิตอย่างแท้จริง และดำเนินชีวิตด้วยความไม่ประมาทด้วยการทำหน้าที่ มีบทบาทอย่างถูกต้องทั้งกับตัวเองและคนรอบข้าง
การได้เกิดมาใช้ชีวิตร่วมกันเป็นเรื่องยากอยู่แล้ว แต่การเกิดมาใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันด้วยความรัก ความสงบสุข สามัคคี เมตตากรุณาต่อกันยากยิ่งกว่า หลายชีวิตยิ่งอยู่ไปนานๆ ยิ่งมีศัตรูมากกว่ามิตร หลายคนเห็นคุณค่าของกันและกันก็ต่อเมื่อได้รับความเจ็บไข้ได้ป่วยขั้นรุนแรง หรือกำลังเสียชีวิตลงไป แต่ก็ยังมีอีกมากมายที่ไม่สามารถเห็น และสร้างคุณค่าชีวิตที่ดีทั้งแก่ตัวเองและคนรอบข้าง เพราะไม่สามารถดูแลอารมณ์ จิตใจของตนให้ฝักใฝ่ในทางสงบ เบิกบาน กลับทำร้ายทำลายร่างกาย จิตวิญญาณของตนด้วยความลุ่มหลง มัวเมา เพลิดเพลินในทางรูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส ฯลฯ จนในที่สุดตกเป็นทาสอย่างซื่อสัตย์ และสูญเสียอิสรภาพโดยสิ้นเชิงอย่างไม่รู้ตัว
การที่เพื่อนของวัยรุ่นอินเดียคนนั้น อยากได้สิ่งของความสะดวกสบายทันสมัยทางวัตถุ เกินกำลังความสามารถ เกินความจำเป็น จนถึงขนาดลงมือขโมยมือถือของเพื่อน ในเวลานั้นภายในจิตใจของเธอกำลังสูญเสียอิสรภาพ กำลังทำร้าย ทำลายคุณค่าในตนเองอย่างยิ่ง เธอกำลังขาดความรักความเมตตากรุณาต่อตนเองและคนรอบข้าง
ถ้าเรามีพ่อแม่ พี่น้อง ญาติ เพื่อน คนรัก คนรอบข้างที่เป็นเช่นนั้น เราจะทำอย่างไร นี่คือคำถามจากพระ
ลึกๆ แล้ว เขาเหล่านั้นต้องการกำลังใจ ความเข้าใจ ความรักอย่างยิ่ง เพราะการแสดงกิริยา คำพูด การกระทำเช่นนั้นเป็นสิ่งบ่งบอกว่า ภายในจิตใจเขายังขาดความสุขที่แท้จริง เขาเพียงต้องการวิ่งหนีความทุกข์ในตัวเอง เขายังไม่พบตัวเอง เขาจึงอยากได้ของของคนอื่นมากจนกระทั่งขาดสติปัญญาไตร่ตรองถึงผล จนกระทั่งลงมือกระทำไปในทางที่ผิด
ขณะเดียวกัน ในฝั่งของผู้สูญเสีย การทำจิตใจให้เป็นปกติ สงบสุขเมื่อต้องสูญเสีย พลัดพราก หรือจากไป จึงเป็นการแสดงความรักทั้งแก่ตนเองและคนรอบข้างอย่างแท้จริง เพราะจะไม่ทำให้คนที่ต้องจากไปต้องห่วงใยเรา และเมื่อสูญเสียสิ่งใดๆ เราไม่ทุกข์ใจ เสียใจ ร้องไห้ฟูมฟาย หรือเกลียดชังบุคคลหรือสิ่งที่ทำให้ต้องสูญเสีย แต่ถ้าเราไม่เคยฝึกจิตใจ เตรียมใจที่ต้องสูญเสีย หรือพลัดพราก เราจะไม่มีทางที่เข้าใจหรือรับได้ เมื่อเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นจริงๆ
เราจึงไม่สามารถแสดงความรักกับบุคคลหรือสิ่งที่ทำให้เราต้องสูญเสียสิ่งใดๆ ก็ตามที่ถูกสมมติว่าเป็นของเรา ในที่สุดเราก็จะทุกข์ใจเป็นที่สุดและสูญเสียอิสรภาพโดยสิ้นเชิงตามมา...
ไม่มีอะไรเป็นของเรา จึงไม่มีอะไรต้องเสียใจ ทุกข์ใจ



