มข.เตรียมจัดเส้นทางเคลื่อนสรีระหลวงพ่อคูณ
22 พ.ค. 2558
ม.ขอนแก่น เตรียมเส้นทางในการเคลื่อนสรีระสังขาร "หลวงพ่อคูณ" ขณะที่ตร.นำเครื่องตรวจจับโลหะมาใช้รักษาความปลอดภัย หลังมีกระแส "ยิ่งลักษณ์"จะมาร่วมงาน
วันที่ 22 พ.ค.58 ที่ศูนย์ประชุมอเนกประสงค์กาญจนาภิเษก มหาวิทยาลัย ในช่วงเช้ามีประชาชนเดินทางมาสักการะสรีระสังขาร พระเทพวิทยาคม หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ แต่ในวันนี้ทางตำรวจได้เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด โดยมีการนำเครื่องตรวจจับโลหะมาใช้ในบริเวณประตูทางเข้าในตัวห้องประชุม เพื่อตรวจหาวัตถุต้องสงสัย โดยเฉพาะอาวุธมีดและปืน หลังจากพบว่ามีกลุ่มมิจฉาชีพได้ใช้มีดมากรีดประชาชนที่เดินทางมาร่วมงาน ซึ่งเป็นการเพิ่มมาตรการรักษาความปลอด ประกอบกับมีกระแสข่าวว่า นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีจะเดินทางมาร่วมสวดพระอภิธรรมเย็นวันนี้
ขณะที่มหาวิทยาลัยขอนแก่นได้กำหนดเส้นทางในการเคลื่อนสรีระสังขารหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ ในวันอาทิตย์ที่ 24 พ.ค. 2558 แล้ว โดยจะเคลื่อนขบวนออกจากศูนย์ประชุมกาญจนาภิเษก ไปตามถนนกัลปพฤกษ์ไปจนถึงแยกถนนมิตรภาพ จากนั้นจะเลี้ยวซ้ายไปบนถนนมิตรก่อนจะเลี้ยวซ้ายอีกครั้งเพื่อเข้าคณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยขอนแก่น ซึ่งตลอดสองข้างทางประชาชนสามารถที่จะสักการะสรีระสังขารที่เคลื่อนผ่านได้ จากนั้นเมื่อนำสรีระสังขารถึงคณะแพทยศาสตร์แล้วจะเคลื่อนสรีระสังขารไปยังชั้นที่ 7 ทันทีก่อนที่จะมีการนำสรีระสังขารออกใส่อ่างดอง
ส่วนโรงแรมในเขตอำเภอเมืองขอนแก่นถูกประชาชนจากต่างจังหวัดจองห้องพักจนเต็มไปจนถึงคืนวันอาทิตย์ หลังจากประชาชนส่วนใหญ่จะเดินทางมาร่วมงานในวันเสาร์และวันอาทิตย์จำนวนมากกว่าแสนคน จึงทำให้ห้องพักถูกจองจนเต็ม
"จก-ทา" ขอบวชให้พ่อคูณตามคำสั่งเสีย
นายสุรชัย ลิ้มชูวงศ์ อายุ 53 ปี และนางจัญญา ลิ้มชูวงศ์ อายุ 49ปี สองสามี-ภรรยา พร้อมด้วยลูกชายสองคนคือนายชาคริสต์ ลิ้มชูวงศ์ หรือ มาร์ค หรือไอ้จก อายุ 22 ปี และนายธีทัต ลิ้มชูวงศ์ หรือ มอส หรือ ไอ้ทา อายุ 21 ปี อยู่บ้านเลขที่ 288/9-1- ถนนสีคิ้ว-ชัยภูมิ อ.ด่านขุดทด จ.นครราชสีมา ซึ่งเป็นอีกครอบครัวหนึ่งที่เป็นศิษยานุศิษย์ที่ใกล้ชิดกับหลวงพ่อคูณ และยกลูกทั้งสองให้เป็นลูกของพ่อคูณ ที่พ่อคูณจะตั้งชื่อเรียกขานทั้งครอบครัว และทุกคนยึดคำพูดของหลวงพ่อเมื่อสิบปีที่แล้วว่าให้ไอ้จกกับไอ้ทาบวชให้หลวงเมื่อหลวงพ่อมรณภาพ
นางจรรยา ลิ้มชูวงศ์ หรือ อีลาว ที่พ่อคูณ เรียกขาน เปิดเผยว่า ครอบครัวของตนมีความสนิทกับหลวงพ่อคูณมาเป็นเวลาหลาย 10 ปีแล้ว เนื่องจากเคยทำงานธนาคารและทำหน้าที่เป็นผู้รับเงินฝากของวัดบ้านไร่ส่งเข้าธนาคาร และได้ปรึกษากับหลวงพ่อว่าแต่งงานมา 5 ปีแล้วยังไม่มีลูกหลวงพ่อบอกว่าออกจากงานแล้วจะมีลูก ให้ไปวัดโพธิ์ทำพิธีหนีจากการทำงานธนาคารแล้วจะดีเอง แล้วไปทำศิวาลึงค์ ที่วัดโพธิ์ ตามพิธีกรรมศิวาลึงค์ ตนมีความเชื่อและศรัทธาจึงตัดสินใจออกจากงานมาทำธุรกิจประดับยนต์ แล้วเดินทางไปทำพิธีกรรมดังกล่าว หลังจากนั้น 5 เดือนต่อมาก็ได้ตั้งท้อง
ซึ่งหลวงพ่อบอกว่าจะได้ลูกชาย เมื่อคลอดออกมาจึงตั้งชื่อให้ว่า ไอ้จก พอสี่เดือนต่อมาก็ตั้งท้องคนที่สอง หลวงพ่อก็บอกว่าได้ลูกชายและตั้งชื่อว่าไอ้ทา ปรากฎว่าคลอดลูกชายจริงๆ ซึ่งหลวงพ่อบอกว่าทั้งคู่เป็นลูกของหลวงพ่อ จากนั้น จึงพาลูกชายทั้งสองไปหาหลวงพ่อที่วัดเป็นประจำ จนกระทั่งวันหนึ่ง ขณะที่ครอบครัวไปหาหลวงพ่อ ซึ่งเริ่มสุขภาพไม่ค่อยดี แต่ยังคงให้ทุกคนในครอบครัวได้อยู่อย่างใกล้ชิด และบอกว่าเมื่อหลวงพ่อมรณภาพให้ลูกทั้งสองบวชให้หลวงพ่อ 3 วัน
วันนี้เมื่อหลวงพ่อท่านสิ้นไปแล้ว ทุกคนในครอบครัวจึงขอทำตาม คำพูดที่เรายึดมั่นว่าเป็นคำสั่งเสียของหลวงพ่อ เพราะที่ผ่านมาท่านให้พวกเรามาโดยตลอด ทำให้สมหวังโดยเฉพาะการมีลูกทั้งสอง จึงจะให้ลูกชายทั้งสองได้บวชอุทิศกุศลให้หลวงพ่อ ในวันที่ 24 พ.ค.เพื่อได้จูงท่านไปส่งให้กับคณะแพทย์
นายสุรชัย ลิ้มลูวงศ์ หรือไอ้ ดม เล่าว่า ตนมีความศรัทธาในตัวของหลวงพ่อคูณ ที่มีวาจาศักดิ์สิทธิ์ ล่วงรู้ถึงอนาคตเหมือนเทพ ทันทีที่รู้ข่าวการมรณภาพก็เสียใจมาก ซึ่งหลายปีที่ผ่านมา รถหายก็สามารถได้คืน เพราะท่านลั่นวาจาว่าอีก 3 วันรถก็กลับมาเองก็กลับมาจริงๆ ทำธุรกิจก็เจริญก้าวหน้า มีลูกชายก็เป็นเด็กดี เป็นลูกที่ดีของพ่อคูณ เมื่อถึงเวลาต้องทดแทนพระคุณหลวงพ่อที่มีต่ิครอบครัว ให้ลูกชายได้บวชอุทิศกุศลให้ท่าน ในวันเคลื่อนสรีระของท่าน
นายชาคริสต์ หรือไอ้จก บอกว่า ปัจจุบันเรียนอยู่ที่ราชภัฎชัยภูมิ ยังจำได้ตลอดกับสิ่งที่พ่อคูณสั่งเสียว่าให้บวชเมื่อพ่อคูณมรณภาพจึงตั้งใจที่จะบวชจูง แบะอุทิศกุศลให้ท่าน ได้ทดแทนพระคุณของพ่อคูณที่ได้สั่งสอน โดยเฉพาะพ่อคูณมักจะบอกเสมอว่าให้เป็นคนกตัญญู คนกตัญญูทำอะไรก็เจริญก้าวหน้า
ส่วนนายธีทัต หรือไอ้ทา บอกว่า รู้สึกภาคภูมิใจที่ได้เป็นลูกของหลวงพ่อคูณและเรียกท่านว่า “พ่อ” มีความผูกพันและศรัทธา โดยยึดหลักคำสอนของหลวพ่อคูณให้เป็นคนดี สิ่งที่ยึดมั่นในคำสอนคือคำว่า ให้ ให้หมั่นทำทาน ซึ่งพ่อคูณท่านได้ให้เป็นแบบอย่าง และบอกว่าเมื่อให้เราก็จะมีความสุข เพราะได้เห็นคนอื่นมีความสุข ยิ่งให้มากก็จะมีความสุขมาก ซึ่งเราสองคนก็เต็มใจและจะร่วมบวชเพื่อระลึกคุณธรรม และเป็นส่วนหนึ่งในจำนวน 93 คน ที่จะบวชอุทิศส่วนกุศลให้ท่านในวันอาทิตย์ที่ 24 พ.ค.58 นี้
ยอดเงินบริจาคพ่อคูณแตะ 26 ล้าน
วันที่ 6 ของงานบำเพ็ญกุศลสรีระสังขารพระเทพวิทยาคม หรือหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ ประชาชนยังคงหลั่งไหลเดินทางมาร่วมงาน คาดว่าจะมีประชาชนยังคงทยอยเดินทางมาจากทั่วประเทศเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงวันหยุดเสาร์ซึ่งเป็นวันสวดพระอภิธรรมวันสุดท้าย และวันอาทิตย์ ซึ่งจะเป็นวันทำพิธีเคลื่อนสรีระหลวงพ่อคูณไปให้คณะแพทย์ โรงพยาบาลศรีนครินทร์ ส่วนเงินที่ประชาชนร่วมทำบุญในครั้งนี้ ยอดรวมล่าสุด มากกว่า 26 ล้านบาท
ขณะเดียวในวันนี้เป็นวันแรกที่ชุดอีโอดี กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 23 นำเครื่องตรวจค้นอาวุธ แบบบุคคลเดินผ่าน จำนวน 2 เครื่อง มาตั้งที่บริเวณประตูทางเข้าหอประชุม ซึ่งเจ้าหน้าที่บอกว่าเป็นการคุมเข้มและเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยเนื่องจากมีประชาชนเพิ่มมากขึ้นทุกวัน นอกจากตรวจวัตถุอันตรายแล้ว ยังช่วยนับจำนวนคนที่มาร่วมงาน และเป็นการป้องกันเหตุที่อาจจะมีผู้ไม่หวังดีมาสร้างสถานการณ์ เนื่องจากวันนี้เป็นวันที่ครบรอบ 1 ปี รัฐประหาร และในช่วงเช้าที่ผ่านมามีการพบใบปลิวต่อต้าน คสช.แจกกระจายหลายแห่ง
โดย รศ.นพ.ชาญชัย พานทองวิริยะกุล คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เปิดเผยว่า การนำเครื่องตรวจวัตถุอันตรายมาใช้ เพื่อการตรวจนับจำนวนคน ได้อย่างชัดเจน คาดว่าจำนวนคนที่มาร่วมงาน 2 วันสุดท้าย จะมีจำนวนมากกขึ้นอาจจะสูงกว่า 300,000 คน
"}])



