
แอ๊ด คาราบาวเข้ากราบสังขารหลวงพ่อคูณ
แอ๊ด คาราบาวพร้อมทีมงานเข้ากราบสรีรสังขารหลวงพ่อคูณ ผู้ว่าฯโคราชยันทำทุกอย่างตามพินัยกรรม
เมื่อเวลา13.30น.วันที่ 19 พ.ค.2558 นายยืนยง โอภากุล หรือ แอ๊ด คาราบาว ได้เดินทางเข้าสักการะสรีรสังขารพระเทพวิทยาคม หรือหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ วัดบ้านไร่ อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา ภายในหอประชุมเอนกประสงค์กาญจนาภิเษก มหาวิทยาลัยขอนแก่น ซึ่งภายหลังกราบสักการะสรีระสังขารหลวงพ่อคูณแล้ว
"แอ๊ด คาราบาว" กล่าวว่า หลังทราบว่าหลวงพ่อคูณละสังขารแล้วก็รู้สึกเสียใจ และตั้งใจเดินทางมากราบสักการะสรีรสังขารหลวงพ่อคูณ เมื่อว่างเว้นจากงานจึงรีบเดินทางมากราบสักการะก่อนที่จะเดินทางไปแสดงคอนเสิร์ตที่จังหวัดมหาสารคาม
“เราได้เห็นในคุณงามความดีที่ท่านทำต่อสังคม ไม่ใช่เฉพาะทางพุทธศาสนาแต่ในเรื่องของการรักษาพยาบาล แม้แต่ก่อนจะละสังขารไปท่านได้เขียนพินัยกรรมถือเป็นบทเรียนที่ยิ่งใหญ่ที่ท่านทำเพื่อความเมตตาธรรมที่เผื่อแพร่ให้กับคนที่มีชีวิตอยู่ พวกผมจึงมากราบลาท่านเป็นครั้งสุดท้ายที่เป็นอมตะต่อไป และคงไม่แต่งเพลงให้กับหลวงพ่อคูณแล้ว อันนั้นก็สุดยอดแล้วครับ” "แอ๊ด คาราบาว" กล่าว
ผู้ว่าฯโคราชยันทำทุกอย่างตามพินัยกรรม
ที่ห้องประชุมอาเซียนชั้น 2 ศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา นายธงชัย ลืออดุลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา พร้อมด้วย ประชาสัมพันธ์จังหวัด, วัฒนธรรมจังหวัด, อัยการจังหวัด และ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดฯ ได้ร่วมกันแถลงข่าวกรณีการมอบสรีรสังขารหลวงพ่อคูณให้กับคณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น โดยชี้แจงว่าต้องทำตามพินัยกรรมที่หลวงพ่อคูณได้เขียนไว้ก่อนละสังขาร ซึ่งพินัยกรรมถือว่าเป็นกฎหมาย ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่นไปได้
นายธงชัย ลืออดุลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า หลังจากที่หลวงพ่อคูณ มรณภาพแล้ว วันนั้นก็ได้มีการประชุมผู้ที่เกี่ยวข้อง ทั้งศิษยานุศิษย์ และคณะกรรมการวัด ซึ่งมีตนเป็นประธาน แต่ท้ายที่สุดตนก็ได้ตัดสินใจ ให้ส่งมอบสรีระสังขารหลวงพ่อคูณให้กับมหาวิทยาลัยขอนแก่น เนื่องจากในพินัยกรรมเขียนไว้เช่นนั้น ต่อมาก็มีหลายคนโทรศัพท์มาถามเรื่องนี้เป็นจำนวนมาก บางคนอ้างว่าเป็นทนายความ และแนะนำให้ส่งเรื่องไปให้ศาลเป็นผู้พิจารณา เพื่อเปลี่ยนแปลงพินัยกรรม ให้สามารถนำสรีระสังขารหลวงพ่อคูณมาบำเพ็ญกุศลที่ จ.นครราชสีมาได้ ซึ่งตนก็ขอยืนยันว่าเรื่องนี้เราไม่สามารถเปลี่ยนแปลงไปเป็นอื่นได้ เนื่องจากพินัยกรรมเขียนไว้เช่นนั้น ข้อความในพินัยกรรมถือว่าเป็นกฎหมายที่ต้องยึดถือเป็นสำคัญ
ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา กล่าวอีกว่า ในส่วนของเรื่องการแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบทรัพย์สินของหลวงพ่อคูณและวัดบ้านไร่นั้น ก็เป็นอำนาจหน้าที่ของเจ้าคณะจังหวัดนครราชสีมา ส่วนตนเป็นเพียงที่ปรึกษา แต่ทั้งนี้ถือว่าเป็นเรื่องปกติของระเบียบคณะสงฆ์ ที่เมื่อเจ้าอาวาสมรณภาพแล้ว ก็ต้องมีการตรวจสอบทรัพย์สินของวัด เพื่อทำบัญชีทรัพย์สินทั้งหมด ส่งมอบให้กับเจ้าอาวาสรูปต่อไป ส่วนเรื่องทรัพย์สินของหลวงพ่อคูณนั้น หากถือตามกฎหมาย ซึ่งวัดถือว่าเป็นนิติบุคคล ก็จะต้องตกเป็นของวัดบ้านไร่ทั้งหมด ขณะที่เรื่องการแต่งตั้งรักษาการเจ้าอาวาสวัดบ้านไร่นั้น ก็เป็นเรื่องของคณะสงฆ์ ตนในฐานะผู้ว่าราชการจังหวัด ไม่สามารถเข้าไปก้าวก่ายกิจการคณะสงฆ์ได้
รักษาการเจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ทำใจ
พระครูภาวนาประชานาถ หรือพระครูปลัดนุช อดีตเลขา หลวงพ่อคูณฯ กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ในการที่ได้รับการแต่งตั้งให้ ดำรงตำแหน่งรักษาการเจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ นั้นตนเองมีความรู้สึกเฉยๆ ไม่ยินดียินร้ายอะไร แม้ว่าตัวเองเคยเป็นผู้ดำเนินการก่อสร้าง อุโบสถวัดบ้านไร่ ตนเองอยู่ที่ไหนก็ทำงานรู้สึกเป็นเฉยๆ เมื่อชาวบ้านบ้านไร่เขาเรียกร้อง ก็ยินดี ส่วนเรื่องจะมีคนเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย คัดค้านไม่อยากให้ตนเองกลับมาอยู่วัดบ้านไร่นั้น มันเป็นเรื่องธรรมดาของมนุษย์ที่มีทั้งคนรักและคนชัง ทุกอย่างมันอยู่ที่ชาวบ้านส่วนใหญ่เขาอยากให้เรามา เราก็มา เรื่องธรรมดาหลอกโยมอาตมาอยู่ไหนก็อยู่ได้
นายธวัชชัย แสนประสิทธิ์ กล่าวว่า ความจริงแล้ววัดบ้านไร่นั้น มันมีผลประโยชน์ มหาศาล ตนเองไม่อยากจะขุดคุ้ย เรื่องที่ผ่านมาก็อยากจะให้ผ่านไป อยากจะให้ทุกคนมาเรี่มต้นกันใหม่ มาช่วยกันคิดว่า หลังจากวัดบ้านไร่เราสิ้นหลวงพ่อคูณฯ แล้ว ทำอย่างไรเราจะช่วยกันทำให้วัดบ้านไร่อยู่รอด ตามเจตนารมณ์ของหลวงพ่อคูณฯ ที่พวกเราให้ความเคารพนับถือ



