
ลูกศิษย์แห่บริจาคร่างตามหลวงพ่อคูณ
ลูกศิษย์แห่บริจาคร่างตามหลวงพ่อคูณ จับบัตรคิวหวังเป็นประโยชน์ต่อการแพทย์
วันที่ 18 พ.ค.2558 ที่หน่วยรับบริจาคร่างกาย ภาควิชากายวิภาคศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้มีประชาชนเดินทางมากรอกเอกสารแบบฟอร์มอุทิศร่างกายจำนวนมากกว่าปกติ จนเจ้าหน้าที่ต้องจัดทำบัตรคิว ส่วนใหญ่ต่างก็บอกว่าต้องการอุทิศร่างกายให้เป็นประโยชน์ต่อการเรียนการสอนทางการแพทย์ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อสังคม เช่นเดียวกับที่หลวงพ่อคูณได้ทำไว้เป็นแบบอย่าง
นางรำพึง นันทอนันต์ ชาวบ้านจันอัด ต.จันอัด อ.โนนสูง จ.นครราชสีมา ได้โชว์บัตรบัตรประจำตัวผู้อุทิศร่างกายที่เพิ่งได้รับหลังจากได้กรอกเอกสารอุทิศร่างกายให้กับภาควิชากายภาคศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัย บอกว่า ได้เดินทางมากราบสักการะสรีรสังขารหลวงพ่อคูณในช่วงเช้า จากนั้นจึงเดินทางมาที่ภาควิชากายวิภาคศาสตร์ ซึ่งไม่คิดว่าจะมีคนมาบริจาคร่างกายมากขนาดนี้ต้องรอคิว เพราะมีคนมาบริจาคจำนวนมาก จนเจ้าหน้าที่ที่ต้องจัดทำทะเบียนอย่างละเอียดต้องจัดคิวให้
หลวงพ่อคูณมีส่วนให้ได้มีโอกาสมาทำเรื่องบริจาคร่างกาย แม้ว่าก่อนหน้าจะตั้งใจไว้ว่าอยากจะบริจาคร่างกายเพื่อให้นักศึกษาแพทย์ได้เรียน แต่ก็ไม่มีโอกาส จึงถือโอกาสนี้มาดำเนินการให้เสร็จ ซึ่งร่างกายเราเมื่อตายไปแล้วดีกว่าให้เผาทิ้งไปโดยเปล่าประโยชน์ บริจาคให้กับคณะแพทย์ ให้นักศึกษาได้นำมาศึกษายังจะเป็นประโยชน์ต่อคนอื่นอีกมากมาย
เช่นเดียวกับนายพล โชคธนภัทร ชาว อ.เมืองนครราชสีมา ซึ่งเดินทางมาพร้อมกับครอบครัว บอกว่า ทุกคนที่เดินทางมาด้วยกัน ในวันนี้ ทั้งตนเอง ภรรยาและญาติ ตั้งใจมากราบสรีระสังขารหลวงพ่อคูณ และมาบริจาคร่างกายให้กับคณะแพทย์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เพราะต้องการให้ร่างกายของเราเมื่อตายแล้วไปได้เป็นประโยชน์ต่อสังคม
เชื่อว่าที่หลวงพ่อคูณได้ทำพินัยกรรมยกร่างกายให้กับคณะแพทย์ มข. ได้สร้างแรงบันดาลใจ ให้กับลูกศิษย์ที่มีอยู่ทั่วประเทศ ได้ทำตาม เพราะร่างกายของเราเมื่อตายไปแล้วก็ควรจะเป็นประโยชน์ต่อคนอื่น สิ่งที่ทำได้คือการได้เป็นครูใหญ่
นางวิลัยพุด ชินคำหาญ หัวหน้าห้องปฏิบัติการผ่าศพ และหน่วยรับบริจาคร่างกาย เปิดเผยว่า ปกติจะมีผู้มายื่นความประสงค์บริจาคร่างกายเฉลี่ยวันละ 50 ราย แต่วันนี้ค่อนข้างมีจำนวนมาก เพิ่มขึ้นกว่าปกติ เกือบ 100 ราย ทำให้การทำงานอาจจะล่าช้า จนต้องทำคิวเพื่อที่จะให้เป็นระเบียบ รวมทั้งการจัดทำบัตร ซึ่งบางคนต้องส่งไปให้ที่บ้านเนื่องจากต้องรอนาน ซึ่งเชื่อว่าเป็นเพราะหลวงพ่อคูณ ที่ท่านได้บริจาคสรีระสังขารให้กับทางภาควิชาฯ ทำให้ลูกศิษย์ที่มีอยู่ทั่วประเทศให้ความสนใจ และต้องการที่จะบริจาคร่างกายเพื่อประโยชน์ต่อการเรียนการสอนทางการแพทย์ โดยเฉพาะวันนี้มีมาจากจังหวัดนครราชสีมาและจังหวัดอุบลราชธานีหลายราย
“สุวัจน์”ขอทุกคนช่วยดูแลวัดบ้านไร่ให้คงสภาพเดิม
ที่ห้องประชุมอาคารที่พักนักกีฬา สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา นครราชสีมา เมื่อเวลา 14 .00 น. นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าร่วมประชุมคณะกรรมการจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ ฯ เดิน วิ่ง 2015 Olympic Day ครั้งที่ 1/2558 แสดงความคิดเห็นกรณีหลวงพ่อคูณละสังขาร ว่า ต่อไปชาวโคราช ทุกภาคส่วนต้องช่วยกันรักษาดูแลศาสนาสถาน “ วัดบ้านไร่ ” และ “วิหารเทพวิทยาคม” ให้คงสภาพเสมือนครั้งหลวงพ่อคูณมีชีวิตอยู่ รวมทั้งสินทรัพย์คุณค่าทางจิตใจ คุณงามความดี ประวัติศาสตร์ตำนานของท่านที่ได้สร้างไว้ให้ลูกหลานชาวพุทธศาสนิกชน และผู้เลื่อมใสศรัทธาทั่วโลก นำไปสู่แหล่งศึกษาหาความรู้จากหลักธรรมคำสั่งสอนของพุทธศาสนา ตนเชื่อมั่นแม้นจะไม่มีหลวงพ่อประชาชนทั่วสารทิศจะเดินทางมาที่วัดบ้านไร่ อย่างเนื่องแน่นเช่นเดิม ต้องการสัมผัสปาฏิหาริย์หลวงพ่อคูณ และขณะนี้วัตถุมงคลต่างๆ กำลังเป็นที่ต้องการของบรรดาลูกศิษย์ ต่างแสวงหากัน เพื่อเป็นสิริมงคลต่อชีวิต
ผู้ว่าฯนครราชสีมาสั่งตั้งคณะทำงานตรวจสอบทรัพย์สิน
นายธงชัย ลืออดุลย์ ผวจ.นครราชสีมา เปิดเผยว่า หลังการละสังขาร พระเทพวิทยาคม หรือหลวงพ่อคูณปริสุทโธ เจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ ต.กุดพิมาน อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา เบื้องต้นตนมีคำสั่งให้ศึกษาธิการอำเภอ ขณะนี้เป็นตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักพุทธศาสนาจังหวัดนครราชสีมา และนายอำเภอด่านขุนทด ร่วมตรวจสอบทรัพย์สินทั้งหมด กระบวนการทั้งหมด จะต้องดำเนินการตามข้อกฎหมาย และให้สังคมรับทราบ เพื่อความโปร่งใส
ขณะเดียวกันได้รับเสียงสะท้อนจากบรรดาลูกศิษย์อย่างต่อเนื่องที่ต้องการไปร่วมกราบศพ ที่ จ.ขอนแก่น แต่ติดปัญหาไม่มียานพาหนะ หากจะเดินทางไปเอง ต้องมีค่าใช้จ่ายต่อคนเฉลี่ย 500 บาท ขณะนี้ได้รับการสนับสนุนจากผู้ประกอบการรถโดยสารในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา บริการจัดรถโดยสารปรับอากาศ จำนวน 10 คันผู้เดินทาง 400 คน ไปร่วมงานบำเ ในวันที่ 19 พ .ค. นี้ และจะบริการจัดยานพาหนะจนครบกำหนด 7 วัน



