
พัฒนาหลักสูตรผู้บวชเป็นภิกษุเณรส่งเสริมรู้จักการเจริญสติ
พัฒนาหลักสูตรผู้บวชเป็นภิกษุสามเณร ส่งเสริมให้ชาวพุทธรู้จักการเจริญสติ : วิปัสสนาบนหน้าข่าว พระชาย วรธัมโม
เมื่อสองฉบับที่แล้ว ผู้เขียนได้นำเสนอปัญหามากมายที่อาจเกิดจาก ร่าง พ.ร.บ.อุปถัมภ์และคุ้มครองพระพุทธศาสนา ฉบับที่กำลังมีการนำเข้าสู่การพิจารณา
ถ้าหากเราเป็นห่วงศาสนาจริง กลัวศาสนาจะถูกทำลาย กลัวคำสอนจะถูกทำให้ผิดเพี้ยน ทำไมเราไม่หันไปปรับปรุงกลไกอื่นๆ ในศาสนาให้ดีขึ้นแทนที่จะหันมาแต่งตั้งคณะกรรมการให้มาเฝ้าดูศาสนาให้เปลืองงบประมาณชาติ
ยกตัวอย่างเช่น พัฒนาหลักสูตรผู้บวชเป็นภิกษุสามเณรระยะสั้น ๗ วัน ๑๐ วัน ให้ผู้บวชระยะสั้นได้รับการอบรมถวายความรู้อย่างจริงจัง เพราะปัญหาเร่งด่วนเกี่ยวกับพุทธศาสนาเวลานี้คือ บุคคลที่เข้ามาบวชระยะสั้นมักถูกปล่อยปละละเลย โดยอุปัชฌาย์ก็ไม่สนใจใยดีในการให้การอบรมผู้บวชใหม่ ทำให้การบวชของพวกเขากลายเป็นช่วงเวลาที่สูญเปล่า หรือการออกกฎระเบียบเอาผิดกับอุปัชฌาย์ที่ปล่อยปละละเลยไม่อบรมดูแลพระภิกษุสามเณรผู้บวชใหม่ให้ได้รับความรู้อย่างที่ควรจะได้รับ อย่างนี้น่าจะเป็นสิ่งที่ควรหันมาเอาใจใส่ดูแลแก้ไขกันมากกว่า
หรือการหันไปจัดกิจกรรมส่งเสริมให้ชาวพุทธรู้จักการเจริญสติ เมื่อชาวพุทธรู้จักการเจริญสติก็จะเข้าใจแก่นคำสอนทางพุทธศาสนามากขึ้น แทนที่จะไปตั้งคณะกรรมการมาปกปักรักษาพระพุทธศาสนาซึ่งเป็นการจัดการที่ปลายเหตุ
อาจเป็นเพราะจุดประสงค์ของ พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าว ไม่ตรงกับพุทธประสงค์ที่จะนำผู้คนไปสู่ความพ้นทุกข์อย่างแท้จริง เมื่อจุดประสงไม่ตรงและไม่ได้จริงใจกับการแก้ปัญหา รูปแบบการแก้ปัญหาจึงไขว้เขว เมื่อความเข้าใจไขว้เขว วิธีการแก้ปัญหาย่อมผิดเพี้ยนไปหมด
การแก้ไขปัญหาเรื่องกลัวศาสนาจะถูกทำลายไม่ใช่การไปเขียนกฎหมายขึ้นมาปกปักรักษา หรือไปตั้งคณะกรรมการมานั่งเฝ้าศาสนา ทางแก้ที่ถูกต้องคือ การหันกลับมาแก้ไขที่ต้นเหตุ ด้วยการเผยแพร่หลักธรรมแก่ชาวพุทธและการเผยแพร่การปฏิบัติ เมื่อชาวพุทธเข้าใจหลักธรรมเข้าใจการปฏิบัติก็จะเข้าถึงแก่นศาสนา ศาสนาก็จะคงอยู่ไม่ถูกทำลาย
นอกเหนือจากนี้ พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าวยังเป็นการแก้ที่ปลายเหตุ อันเป็นการแก้ไขที่ไม่ตรงจุด แต่กลับจะเป็นการสร้างปัญหาอย่างใหม่ที่ซับซ้อนขึ้นมาอีก



