พระเครื่อง

เรียบง่าย!พิธีฌาปนกิจศพ‘สังฆราช’ศรีลังกา

เรียบง่าย!พิธีฌาปนกิจศพ‘สังฆราช’ศรีลังกา

13 เม.ย. 2558

เรียบง่าย!พิธีฌาปนกิจศพ‘สังฆราช’ศรีลังกา อธิการบดี‘มจร’ร่วมไว้อาลัย : สำราญ สมพงษ์ นิสิตปริญญาโทสันติศึกษา มจร รายงาน

               ตามที่พระอูดูกามา ศรีพุทธรักขิตา มหานายะกะเถโร"Most Ven. Aggamahapanditha Udugama Sri Buddharakkitha Rathanapala Mahanayake Thero"  พระสังฆนายก(พระสังฆราช)ฝ่ายอรัญวาสี วัดอัสคิริยะ เมืองแคนดี้ ประเทศศรีลังกา  ได้มรณภาพลงเมื่อวันที่  8  เม.ย.2558  ที่โรงพยาบาลMount Elizabeth ประเทศสิงคโปร์ สิริอายุ 85 ปี สร้างความอาลัยแก่ชาวพุทธศรีลังกาและชาวพุทธทั่วโลก โดยพระอูดูกามา ศรีพุทธรักขิตา มหานายะกะเถโรเกิดเมื่อวันที่ 17 มี.ค.2473

               ประเทศศรีลังกาได้จัดพิธีศพตามอริยะประเพณีและมีพิธีฌาปนกิจศพเมื่อวันที่ 12 เม.ย.ที่ผ่านมา ในการนี้พระพรหมบัณฑิต กรรมการมหาเถรสมาคม อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย(มจร) พร้อมด้วยพระโสภณวชิราภรณ์ รองอธิการฝ่ายกิจการต่างประเทศ และคณะเดินทางไปร่วมไว้อาลัยและพิธีดังกล่าวด้วย

               พระอูดูกามา ศรีพุทธรักขิตา มหานายะกะเถโรนั้นเป็นพระสงฆ์ในนิกายสยามวงศ์ซึ่งก่อตั้งโดยพระอุบาลีมหาเถระหัวหน้าพระธรรมทูตจากกรุงศรีอยุธยา ในรัชสมัยพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ ซึ่งเดินทางไปช่วยสืบทอดและเผยแผ่พระพุทธศาสนา ณ เมืองแคนดี ประศรีลังกา เมื่อปี พ.ศ. 2396 จนปัจจุบัน นิกายสยามวงศ์เป็นพุทธเถรวาทนิกายที่สำคัญที่สุดในศรีลังกา และแบ่งออกเป็น 2 ฝ่ายคือฝ่ายคามวาสีและอรัญวาสี   โดยพระมหานายกะทั้งสองฝ่ายได้รับมอบให้เป็นผู้ดูแลพระธาตุเขี้ยวแก้วที่เมืองแคนดี ร่วมกับไวยาวัจกรแห่งวัดพระธาตุเขี้ยวแก้วซึ่งเป็นวัดที่สำคัญที่สุดของประเทศศรีลังกา

               พระอูดูกามา ศรีพุทธรักขิตา มหานายะกะเถโรนั้นมีความสัมพันธ์อันดีกับกรรมการมหาเถรสมาคมและพระเถระในประเทศไทยเป็นอย่างดี โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มจร เพราะได้ตั้งวัดอัสคิริยะเป็นเป็นสถาบันสมทบของ มจร ในประเทศศรีลังกาเปิดสอนในระดับปริญญาตรี และได้เดินทางมาประเทศไทยหลายครั้งในพิธีกรรมต่างๆ  และครั้งสุดท้ายคราวพิธีประทานต้นพระศรีมหาโพธิ์และร่วมปลูกต้นพระศรีมหาโพธิ์จังหวัดตรังปี 2557

               พระพรหมบัณฑิตกล่าวถึงประเทศศรีลังกาในโอกาสไปเยือนเพื่อร่วมฉลองเนื่องในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของไทยทรงเจริญพระชนมพรรษา 80 พรรษาเมื่อปี 2550 สมัยดำรงสมณศักดิ์ที่พระธรรมโกศาจารย์ ความโดยสรุปว่า คณะสงฆ์ศรีลังกาในปัจจุบันแบ่งออกเป็น 3 นิกายหลักคือ สยามนิกาย อมรปุรนิกายและรามัญญนิกาย แต่ละนิกายต่างมีประมุขสงฆ์สูงสุดเรียกว่าพระมหานายกปกครองตนเองนิกายใครนิกายมัน
          
               ตำแหน่งพระมหานายกของศรีลังกานี้เทียบได้กับตำแหน่งสังฆนายกของไทยในสมัยที่ยังใช้ พ.ร.บ. คณะสงฆ์ 2484 ศรีลังกาเคยมีพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายกเพียงรูปเดียวคือพระสรณังกรแห่งสยามนิกาย ผู้เป็นศิษย์รูปแรกของพระอุบาลี ภายหลังที่เกิดอมรปุรนิกายขึ้นมา ตำแหน่งพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายกก็ถูกยกเลิกไป คงเหลือแต่ตำแหน่งพระมหานายกมาจนถึงปัจจุบัน
          
               ทุกวันนี้ สยามนิกายได้แบ่งออกเป็น 2 นิกายย่อย ได้แก่ มัลวัตตะ (Malwatta) และ อัสคิริยะ (Asgiriya) และมีพระมหานายก 2 รูป คือ พระมหานายกฝ่ายมัลวัตตะ และพระมหานายกฝ่าย อัสคิริยะ

               พระโสภณวชิราภรณ์ได้เคยกล่าวถึงความร่วมมือทางการศึกษาระหว่าง มจร กับ ประเทศศรีลังกาว่า  คณะสงฆ์ศรีลังกามีความเชี่ยวชาญด้านภาษาบาลีมาก จึงขอความร่วมมือในการร่วมกันศึกษาคำสอนทางพระพุทธศาสนาที่มีการจารึกลงบนคัมภีร์ใบลานเป็นภาษาบาลี ส่วนทางคณะสงฆ์ไทยซึ่งเชี่ยวชาญเรื่องกรรมฐานก็จะช่วยส่งเสริมในเรื่องกรรมฐาน พร้อกันนี้ทางประเทศไทยยังให้ทุนพระสงฆ์ศรีลังกามาศึกษาในประเทศไทยด้วย
 

"}])