
ควรเชื่อหรือไม่!
ควรเชื่อหรือไม่! : บาตรเดียวท่องโลก โดยพระพิทยา ฐานิสฺสโร
แม่น้ำคงคา ยังมีมนต์ขลังมิได้เสื่อมคลายไปจากจิตใจของคนอินเดียหรือคนที่นับถือศาสนาฮินดู แม้เวลาจะผ่านไปเนิ่นนาน ความรู้ ความทันสมัยได้เข้ามามีบทบาทในชีวิตประวันมากขึ้นๆ ก็ตาม แต่ผู้คนจำนวนมากยังคงหลั่งไหลเดินทางมาจากที่ต่างๆ ทั้งเด็ก ผู้ใหญ่ ผู้สูงอายุตั้งแต่เช้าจรดค่ำ เพียงเพื่อมาเคารพสักการะ บูชา ได้ดื่ม ได้อาบน้ำ แม้แต่ซักเสื้อผ้า และทำกิจกรรมต่างๆ มากมายบริเวณริมแม่น้ำและในแม่น้ำ ตามความเชื่อในเรื่องของความศักสิทธิ์ของแม่น้ำสายนี้
ในทุกๆ ศาสนา มีศาสนิกชนจำนวนมากที่พยายามได้กระทำ สักการบูชา ทำความเคารพหรือเดินทางไปในที่ที่ตนเชื่อว่าศักสิทธิ์ เพื่อเป็นสิริมงคลแก่ชีวิตเพียงสักครั้งก็ดีที่สุดแล้ว บางคนต้องเดินทางมาจากแดนไกล ด้วยความยากลำบาก เสียค่าใช้จ่ายจำนวนมากมาย แต่ก็มิได้ทำให้เขาเหล่านั้นได้รับความย่อท้อ หลายชีวิตยังคงต้องการสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจเพื่อเป็นพลังใจให้ตนได้ประกอบคุณงามความดีซึ่งนับเป็นสิ่งที่ดี ถ้าความดีที่ค่อยๆ กระทำนั้นช่วยให้ดำเนินชีวิต พัฒนาตนอยู่อย่างถูกต้องทำนองคลองธรรม อาศัยร่วมกันด้วยความเกื้อกูลแบ่งปัน ไม่เบียดเบียนทำร้ายทั้งทางร่างกาย ชีวิต คู่ครอง และทรัพย์สินของผู้อื่น เคารพซึ่งกันและกันทั้งในความเชื่อที่ต่างกัน ในที่สุดแล้วก็เข้าถึงแก่นแท้แห่งธรรมชาติ ของความไม่มีตัวเรา ของเรา ตัวเขา ของเขา ที่แท้จริงยั่งยืน เพื่อการอยู่อย่างสงบสุขทั้งแก่ตัวเอง คนรัก และผู้อื่นอย่างแท้จริง
ไม่เช่นนั้นเราทุกคนที่ไม่ศึกษา ปฏิบัติพัฒนาจิตใจให้เข้าใจหลักความจริงแห่งธรรมชาติ จะหนีไม่พ้น ความเศร้าโศกเสียใจ ความทุกข์ใจเดือดร้อนใจ อย่างมิรู้จบสิ้น จากความยึดมั่นถือมั่นแห่งตัวเรา ของเรา
แม่น้ำคงคาสายนี้ หลายชีวิตเชื่อกันว่าสามารถล้างบาป ความมัวหมอง มลทินแห่งชีวิต จึงเป็นเหตุพวกเขาเหล่านั้นมาทำกิจกรรม ณ ที่แห่งนี้อย่างมิขาดสาย และทำด้วยความเต็มใจ มีความสุข แม้แม่น้ำสายนี้จะแปรเปลี่ยนสภาพเป็นเช่นไรก็ไม่สามารถทำลายศรัทธาความเชื่อที่ได้ถูกถ่ายทอด ปลูกฝังมาเป็นเวลานาน
เมื่อไตร่ตรองใคร่ครวญอย่างแท้จริง ถ้าแม่น้ำคงคาสายนี้สามารถล้างบาปได้จริง กุ้ง หอย ปู ปลา หรือสัตว์สิ่งมีชีวิตที่อาศัยในแม่น้ำคงไม่มีมลทินใดๆ เลย คงมีชีวิตอย่างเป็นสุขนิจนิรันดร์
ความเชื่อต่างๆ ยังคงมีบทบาทมากในทุกสังคม ทุกประเทศ ทุกศาสนา ถ้าเราสามารถใช้ปัญญาไตร่ตรองใคร่ครวญ พิจารณาก่อนที่จะเชื่อหรือทำตามสิ่งใดๆ แม้ได้รับการสืบทอดประพฤติปฏิบัติกันเป็นเวลานานก็ตาม เราจะไม่ตกเป็นเหยื่อหรือกระทำการใดๆ ที่เป็นแห่งการเบียดเบียนทั้งแก่ตนเองและผู้อื่น
การไม่ทำตามมิได้หมายความว่าไม่เคารพ ไม่นับถือ หรือทำลายล้างประเพณี วัฒนธรรมของบรรพบุรุษ แต่เราจะกระทำเพื่อช่วยเกื้อกูล พัฒนาทั้งแก่ตัวเองและผู้อื่น ให้เป็นไปในทางเรียบง่าย สงบ เคารพสรรพสิ่งอย่างแท้จริง
ความเชื่อหลายๆ อย่างในสังคมไทยเช่นเดียวกัน ที่รวมเอาความเพลิดเพลิน สนุกสนาน มัวเมา ทำร้าย ทำลาย เบียดเบียนชีวิตตัวเอง ผู้อื่นและสรรพสัตว์ มารวมอยู่กับ การทำบุญ ทั้งที่ บุญในความหมาย คือ ความผ่องใส เบาสบายใจจากการไม่เบียดเบียน แต่มีงานที่สมมติว่า งานบุญ ยังมีการฆ่า การเสพสิ่งเสพติด การพนัน การละเล่น มโหรสพ ความบันเทิงยั่วยุให้เกิดความเพลิดเพลิด มัวเมา จนหลายๆ ครั้ง เกิดการทุบตี ทำร้าย ฆ่าฟันกัน และยังใช้สถานที่ๆ เรียกว่า วัด มากิจกรรมเหล่านั้น เพียงเพื่อให้ได้มาซึ่ง เงิน
ปัญญาจึงเป็นฐานสำคัญแห่งความเชื่อทั้งปวง ถ้าเราเชื่อและศรัทธาแต่ไร้ซึ่งปัญญา เราจะกลายเป็นคนที่งมงาย ลุ่มหลง และเราจะตกเป็นเหยื่อแห่ง ความโลภ โกรธ หลงอย่างไม่รู้ตัว เป็นสิ่งแสดงให้เห็นว่าเรากำลังทำร้าย ตัวเอง ผู้อื่น ทำร้ายบรรพบุรุษและลูกหลานของเรา เพราะเรามิได้ช่วยกันให้เดินไปในทางที่เป็นอิสระ สงบสุข และปล่อยวางอย่างแท้จริง
ความเชื่อที่ถูกต้อง นำพาความสุขสงบเย็น ปล่อยวาง



