'ซิโก้'พาลูกสาวเข้าวัด!หลังเกาะติดขอบสนามบอล
'ซิโก้'พาลูกสาวเข้าวัด!หลังเกาะติดขอบสนามบอล : สำราญ สมพงษ์ นิสิตปริญญาโทสันติศึกษา มจร รายงาน
คนไทยส่วนใหญ่จะเห็นภาพของ "ซิโก้" เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง กุนซือทีมชาติไทย คอยบัญชาการอยู่ขอบสนามฟุตบอล ในฐานะที่เป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทยชุดใหญ่และทีมชาติไทยชุดอายุไม่เกิน 23 ปี
ล่าสุดเพิ่งจะเสร็จภารกิจผ่านด่านแรกการแข่งขันฟุตบอลปรีโอลิมปิกไปแล้วของทีมชาติไทยชุดอายุไม่เกิน 23 ปี แม้ว่าทีมชาติไทยชุดใหญ่จะพ่ายให้กับทีมแคเมอรูนนัดอุ่นเครื่อง ขะนี้กำลังเตรียมทีมสู้ศึกกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 28 ที่ประเทศสิงคโปร์ ระหว่างวันที่ 5-16 มิถุนายนนี้
แต่ภาพข้างหลังสนามฟุตบอลของ "ซิโก้" ที่มีคนไทยบางส่วนไม่ทราบ
ช่วงนี้ "ซิโก้" นอกจากจะอยู่ขอบสนามฟุตบอลแล้ว ยังหันหน้าเข้าวัด วัดดังกล่าวคือวัดมหาจุฬาลงกรณ์ภายใต้การดำเนินการก่อสร้างของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร) อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา ก่อนหน้านี้ "ซิโก้" และคณะ ได้นำเงินรายได้ที่ได้จากการจัดฟุตบอลการกุศล ระหว่างทีมชาติไทยชุดคิงส์คัพ VS ทีมบุรีรัมย์ยูไนเต็ด จำนวน 1,054,020 บาท (ครึ่งหนึ่งจากจำนวนเต็ม 2,108,040 บาท) ถวายแก่ มจร เพื่อร่วมเผยแผ่พระพุทธศาสนา หลังจากนั้นก็ได้เห็นภาพของ "ซิโก้" มีความสัมพันธ์กับ มจร เรื่อยมา
ในโอกาสที่ มจร จัดโครงการ " 60 พรรษา สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ จิตรลดา บรรพชาภิวันทน์" บวชสามเณรและบวชศีลจาริณี ถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเจริญพระชนมายุ 5 รอบ ในวันที่ 2 เมษายน 2558 ระหว่างวันที่ 27 มีนาคม ถึง 19 เมษายน 2558 นี้ "ซิโก้" ได้นำลูกสาว 3 คนบวชศีลจาริณีในโครงการนี้ด้วย
และวันที่ 2 เมษายน 2558ที่ผ่านมา "ซิโก้" พร้อมภรรยาและนักฟุตบอลทีมชาติไทยได้เดินทางไปทำบุญตักบาตรแก่พระภิกษุสามเณรที่บวชในโครงการนี้ โดยมีพระโสภณวชิราภรณ์ รองอธิการบดีฝ่ายกิจการต่างประเทศ เป็นประธานนำเดินบิณฑบาตรอบอุโบสถกลางน้ำหลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ ภาพดังกล่าวสร้างความชื่นชมให้กับผู้พบเห็น
การที่ "ซิโก้" ได้นำลูกสาว 3 คนบวชศีลจาริณีหรือบวชชีพราหมณ์นับได้ว่าเป็นการปูพื้นฐานทางด้านจิตใจให้กับลูกสาว นอกจากจะมีหน้าที่ปกติคือสนับสนุนการศึกษาของลูกในระบบโรงเรียนแล้ว ยังส่งเสริมการพัฒนาทางด้านจิตใจให้กับลูกสาวตามหลักการทางพุทธศาสนานั้นก็คือการพัฒนาทางด้านสมาธิและปัญญา โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางด้านปัญญาจะทำให้ลูกสาวสามารถมีปัญญานำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ นั้นก็คือการรู้จักวิเคราะห์แยกแยะสิ่งแวดล้อมที่สำคัญคือด้านสื่อ รู้จักถูกผิด รู้จัดอะไรควรแชร์ไม่ควรแชร์หรือกดชอบ สามารถพัฒนาเป็นบุคลากรที่ดีของประเทศชาติได้
นับได้ว่า "ซิโก้" ปฏิบัติตามหลักพุทธจริยา 3 ประการคือ โลกัตถจริยา ญาตัตถจริยาและพุทธัตถจริยา โดยเฉพาะข้อโลกัตถจริยาและญาตัตถจริยา ได้อย่างสมบูรณ์ โลกัตถจริยานั่นก็คือการที่ "ซิโก้" ได้เข้ามาทำหน้าที่เป็นกุนซือทีมชาติไทยทำประโยชน์ให้กับประเทศชาติ ส่วนญาตัตถจริยาก็จากการที่นำลูกสาว 3 คนบวชศีลจาริณีเป็นการส่งเคราะห์พัฒนาครอบครัวให้เป็นพลเมืองที่ดีของประเทศชาติ
พร้อมกันนี้ "ซิโก้" ยังได้ปฏิบัติตามหลักทิศ 6 ในหลักปุรัตถิมทิศ (ทิศเบื้องหน้า คือ ทิศตะวันออก) โดยบิดามารดาย่อมอนุเคราะห์บุตรธิดา ดังนี้ 1) ห้ามปรามจากความชั่ว 2) ให้ตั้งอยู่ในความดี 3) ให้ศึกษาศิลปวิทยา 4) หาคู่ครองที่สมควรให้ 5) มอบทรัพย์สมบัติให้ในโอกาสอันสมควร
ขณะที่บุตรธิดาพึงบำรุงมารดาบิดา ผู้เป็นทิศเบื้องหน้า ดังนี้ 1) ท่านเลี้ยงเรามาแล้ว เลี้ยงท่านตอบ 2) ช่วยทำการงานของท่าน 3) ดำรงวงศ์สกุล 4) ประพฤติตนให้เหมาะสมกับความเป็นทายาท 5) เมื่อท่านล่วงลับไปแล้ว ทำบุญอุทิศให้ท่าน
"ซิโก้" นับได้ว่าเป็นตัวอย่างหนึ่งของการเป็นชาวพุทธที่ดีเป็นพลเมืองที่ดีของประเทศชาติ ถือเป็นบุคคลที่ทำหน้าที่ของตัวเองได้อย่างสมบูรณ์ตามที่หลวงพ่อพุทธทาสได้กล่าวไว้คือผู้ปฏิบัติหน้าที่คือผู้ปฏิบัติธรรม
.......................................
(หมายเหตุ : ขอบคุณภาพจากสำนักทะเบียนและวัดผล มจร)



