
เมื่อพระธรรมทูตอินเดียกลายเป็นพนง.เก็บขยะ
เมื่อพระธรรมทูตอินเดียกลายเป็นพนง.เก็บขยะ : สำราญ สมพงษ์ นิสิตปริญญาโทสันติศึกษา มจร รายงาน
เมื่อนายนเรนทรา โมดี นายกรัฐมนตรีอินเดียคนปัจจุบันเข้ามาบริหารประเทศได้เล็งเห็นความสำคัญของการแก้ปัญหาปากท้อง และมีแผนพัฒนาระบบคมมนคมเชื่อมโยงแต่ละหัวเมือง พร้อมกันนี้ได้รณรงค์ให้บ้านเมืองมีความสะอาดนำดารามากวาดถนนหนทาง
ทำให้จากการเดินทางไปแสวงบุญสังเวชนียสถานที่ประเทศอินเดียความคณะหลักสูตรปริญญาโทสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร) รุ่นที่ ๒ และกำลังเปิดรับสมัครรุ่นที่ ๓ อยู่ขณะนี้ ระหว่างวันที่ ๑๐-๑๙ มีนาคม พ.ศ.๒๕๕๘ ที่ผ่านมาได้เห็นบ้านเมืองอินเดียสะอาดขึ้น
ความสะอาดดังกล่าวส่วนหนึ่งเกิดจากความร่วมมือของพระธรรมทูตไทยในอินเดียได้ร่วมมือกับชุมชนทำความสะอาดตั้งแต่นายกรัฐมนตรีอินเดียประกาศนโยบายออกมา หัวเรือใหญ่ภายใต้การนำของพระเทพโพธิวิเทศ เจ้าอาวาสวัดไทยพุทธคยา หัวหน้าพระธรรมทูตสายประเทศอินเดีย-เนปาล และได้เห็นภาพผ่านเฟซบุ๊กท่านคมสรณ์ ข่าวสารงาน-พระธรรมทูตอินเดีย ของพระครูปรัยัติโพธิวิเทศ (ดร.พระมหาคมสรณ์ ) เจ้าอาวาสวัดไทยเชตวันมหาวิหารอย่างต่อเนื่อง
ล่าสุดเฟซบุ๊กท่านคมสรณ์ฯได้โพสต์ภาพและข้อความเกี่ยวกับการทำความสะอาดเก็บขยะความว่า
นักข่าวนสพ.อินเดีย มาสัมภาษณ์เรื่องการกวาดขยะว่ามีความคิดเห็นอย่างไร เพราะเห็นมากวาดขยะเป็นประจำ กวาดแล้วก็สกปรกอีก มีวิธีการ แนวคิดหอย่างอย่างไร
ท่านคมสรณ์ตอบว่า:
๑. เชื่อว่าทุกคน ทุกชาติ ทุกศาสนาชอบความสะอาดกัรทั้งนั้น การมากวาดนี้ เพียงการให้คนเห็นความสำคัญเรื่องความสะอาด
๒. การทำความสะอาดต้องทำทุกวันเหมือนการอาบน้ำชำระร่างกายเพราะสิ่งที่ทำให้สกปรกก็เกิดขึ้นทุกวัน
๓. ต้องช่วยสร้างจิตสำนึกเรื่องการทิ้งขยะ การรักษาความสะอาดต้องเริ่มที่ตนเองก่อน รักษาความสะอาดหน้าบ้าน ที่อยู่ที่ทำงานของตน ๆ ให้ดีก่อน
๔. เจ้าหน้าที่สุขาภิบาลก็ต้องมี ต้องจัดถังขยะ ให้คนทิ้ง จัดคนมาเก็บที่ถีงขยะนั้นให้ทั่วถึง
๕. ความสะอาดกาย ทำให้เจริญวัย สะอาดใจเจริญด้วยความสุข สะอาดภายนอกบอกจิตที่สะอาดมาจากภายใน ชาวกุสินาราต้องทำให่เป็นตัวอย่างแก่คนทั้งประเทศ เพราะแผ่นดินนี้คือแผ่นดินแห่งที่สุดแห่งความสุขที่สะอาดเพราะพระพุทธเจ้าเสด็จปรินิพพาน.. นิพพานัง ปะระมัง สุขัง ฯ
มีคนถามว่า ท่านคมสรณ์ทำอะไรหลายอย่าง
ก็ตอบไปว่า : อาตมาไม่ได้ทำหลายอย่าง แต่ทำทีละอย่าง !*!
พร้อมกับฝ่ายข้อคิดว่า
" เวลานอนให้รู้ตัวว่า ต้องปล่อยวางทุกสิ่ง ทำใจให้หยุดนิ่ง ประหนึ่งว่า เราได้ตายแล้ว
เวลาตื่น ให้ตื่นตา ตื่นใจ ตื่นตัว ตื่นจากความหลับ ตื่นเพื่อลุกเดินไปข้างหน้า ตื่นรู้ทำหน้าที่ รู้คุณค่าเวลาชีวิต
เวลาเจอปัญหา ให้มีจิตเบิกบาน ที่จะต้องกล้าเผชิญ เดินต่อ ก้าวข้ามปัญหา อุปสรรคเหล่านั้นเพือความสำเร็จที่มุ่งหวังไว้ "
นี่คือชาวพุทธแท้ในความหมาย ผู้รู้ ผู้ตื่น และผู้เบิกบาน"
ดังนั้นพระธรรมทูตไทยในอินเดียนอกจากจะทำความสะอาดภายในแล้วยังทำความสะอาดภายนอกสนองนโยบายของนายกรัฐมนตรีโมดีดังกล่าวด้วย



