
'3กก.มส.'ไม่เหมาะส่งเสริมคุณธรรม
12 มี.ค. 2558
'พุทธะอิสระ' ยื่นหนังสือค้านตั้ง กก.มส. 3 รูป เป็น คกก.ส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ เรียกร้องทบทวนเปลี่ยนตัว แนะหาพระดีมาทำงาน ปัดนั่งแทนตำแหน่ง
12 มี.ค. 58 เมื่อเวลา 09.30 น. ที่อาคารธนาลงกรณ์ กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) พระพุทธะอิสระ วัดอ้อน้อย จ.นครปฐม เดินทางมายื่นหนังสือคัดค้านการแต่งตั้งคณะกรรมการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ โดยมีนายอภินันท์ โปษยานนท์ ปลัด วธ. เป็นผู้รับหนังสือ โดยพระพุทธะอิสระ กล่าวว่า วันนี้มาเพื่อยื่นหนังสือคัดค้านการแต่งตั้งคณะกรรมการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ที่ได้แต่งตั้ง พระพรหมวชิรญาณ พระพรหมดิลก และพระพรหมบัณฑิต มาเป็นคณะกรรมการ ซึ่งประชาชนคนพุทธทั้งแผ่นดินกำลังตรวจสอบธรรมกาย และธัมมชโย หยุดพฤติกรรมนำผ้าเหลืองมาหลอกลวงชาวบ้าน อีกทั้งพ้นจากการเป็นนักบวชไปแล้ว ขณะที่สังคมกำลังคลางแคลงใจต่อพฤติกรรมโอบอุ้มธัมมชโยของมหาเถรสมาคม (มส.) ที่ไม่ปฏิบัติตามพระธรรมวินัย และพระลิขิตของสมเด็จพระสังฆราช แต่ วธ.โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กลับกระทำในสิ่งที่ฝืนความรู้สึกผิดชอบชั่วดีของสังคม ด้วยการแต่งตั้งบุคคลที่ปกป้องผู้ต้องอาบัติปาราชิก และละเมิดพระธรรมวินัยเป็นอาจิณ ซึ่งเป็น มส. ทั้งสามรูป คือ พระพรหมวชิรญาณ พระพรหมดิลก และพระพรหมบัณฑิต ซึ่งเป็น 1 ใน มส. ที่มีส่วนลงมติในการไม่อาผิดต่อธัมมชโยให้ต้องอาบัติปาราชิกตามพระลิขิตสมเด็จพระสังฆราช เข้ามาเป็นคณะกรรมการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ
พระพุทธะอิสระ กล่าวอีกว่า พฤติกรรมส่วนตัวของกรรมการ มส. ทั้ง 3 รูป ก็เป็นที่น่าสงสัยคลางแคลงใจในเรื่องจริยธรรมดังหลักฐานการกระทำละเมิดพระธรรมวินัยและคุณธรรมจริยธรรมอันดีงามของชาติที่แนบท้ายหนังสือที่ยื่นคัดค้านมาด้วย ทั้งสามท่านนี้มีมาตรฐานทางคุณธรรมหลงเหลืออยู่หรือไม่ จึงอยากร้องเรียนให้มีการทบทวนการแต่งตั้งนักบวชทั้งสามให้มาทำหน้าที่คณะกรรมการคุณธรรมแห่งชาติ
"ฉันสงสัยจริงๆ ว่าทำไมพระสงฆ์ในประเทศไทยมีจำนวนสามแสนกว่ารูป หาคนดีไม่ได้แล้วหรืออย่างไร ทำไมเอาคนมีปัญหาน่ารังเกียจ สังคมสงสัยในมาตรฐานคุณธรรมมาทำหน้าที่การเผยแผ่คุณธรรม เป็นคณะกรรมการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ หรือระบบเล่นพรรคเล่นพวกเข้ามาครอบงำการบริหารประเทศของท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม จริยธรรมอันดีงามของชาติและหลักธรรมวินัยไม่สำคัญเท่ากับตัวบุคคลหรืออย่างไร จึงขอให้เปลี่ยนตัวบุคคล เอาใครก็ได้ที่เป็นที่ยอมรับของสังคมไทย สังคมพุทธ พระตั้ง 3 แสนกว่ารูปไม่น่าจะมีแค่ 3 รูปเท่านั้นต้องยกขึ้นมาเป็นคณะกรรมการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ซึ่งจะเป็นต้นแบบสังคมต่อไป ควรหาภิกษุรูปใหม่มาแทน แต่พุทธะอิสระไม่เอาอยู่แล้ว เพราะไม่ได้คิดอยากได้อะไร แต่สิ่งที่อยากเห็นคือรัฐบาลชุดนี้ต้องการปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชั่น ต้องการความมีคุณธรรม แล้วทำไมถึงตั้งบุคคลที่มีข้อสงสัยของสังคมขึ้นมา จึงมาขอคัดค้าน"
ด้านนายอภินันท์ กล่าวว่า เนื่องจากนายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รมว.วัฒนธรรม ติดภารกิจต่างจังหวัด จึงได้มอบหมายให้มารับหนังสือแทน ส่วนทางกรมการศาสนาที่ทำหน้าที่คัดเลือกคณะกรรมการชุดนี้ ทางนายกฤษศญพงษ์ ศิริ อธิบดีกรมการศาสนา ติดภารกิจไปสังเวชนียสถานที่ประเทศอินเดีย เนปาล อย่างไรก็ตาม จะนำหนังสือดังกล่าวไปนำเสนอต่อ รมว.วัฒนธรรม โดยเร็วที่สุด
ทั้งนี้ ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2558 ได้มีมติเห็นชอบแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ พ.ศ. 2550 โดย ครม.มีมติอนุมัติตามที่ วธ.เสนอแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติชุดใหม่ จำนวน 10 รูป / คน แทนกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิชุดเดิมที่ครบวาระ ดังนี้
1. พระพรหมวชิรญาณ (ปสฤทธ์ เขมงฺกโร) 2. พระพรหมดิลก (เอื้อน หาสธมฺโม) 3. พระพรหมบัณฑิต (ประยูร ธมฺมจิตฺโต) 4. ศ.กิตติคุณสุมน อมรวิวัฒน์ 5. นายดำรง พุฒตาล 6. พลอากาศเอกวีรวิท คงศักดิ์ 7. พลเอกศรุต นาควัชระ 8. นายสุวิทย์ กิ่งแก้ว 9. นายอรุณ บุญชม 10. นายดนัย จันทร์เจ้าฉาย
โดยกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติทั้ง 10 คนนี้ เข้าไปเป็นหนึ่งในคณะกรรมการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติชุดใหญ่ ซึ่งมีนายกรัฐมนตรี เป็นประธานกรรมการ
สำหรับกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ เป็นผู้ที่มีความรู้ ความสามารถและมีผลงานเป็นที่ประจักษ์เกี่ยวกับส่งเสริมคุณธรรมและจริยธรรม มาวาระ 2 ปี ซึ่งคณะกรรมการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ มีหน้าที่เสนอแนะและให้ความเห็นต่อ ครม. เกี่ยวกับนโยบายการส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรม เสนอแนะแก้ไขกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ หรือมติ ครม.ที่เกี่ยวกับการส่งเสริมคุณธรรมและจริยธรรมในสังคมไทย เสนอแผนแม่บทการส่งเสริมคุณธรรมและจริยธรรมในสังคมไทยต่อ ครม. กำหนดมาตรการในการส่งเสริมคุณธรรมและจริยธรรมในสังคมไทย กำหนดกรอบและแนวทางในการประชุมสมัชชาคุณธรรมแห่งชาติ เป็นต้น
'พระมนตรี' เลื่อนให้ปากคำเป็น 20 มี.ค.
พ.ต.ท.ปกรณ์ สุชีวกุล หัวหน้าชุดติดตามเส้นทางการเงินวัดพระธรรมกาย เปิดเผยถึงกำหนดนัดเข้าให้ปากคำของพระมนตรี สุดาภาโส ที่มีชื่อรับเช็คจากนายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานกรรมการดำเนินการสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด ในวันนี้ (12 มี.ค.) ว่า ได้รับการติดต่อจากทนายว่า พระมนตรีขอเลื่อนการเข้าให้ปากคำไปเป็นวันที่ 20 มี.ค. โดยในวันพรุ่งนี้ (13 มี.ค.) คณะพนักงานสอบสวนประชุมติดตามความหน้าคดีประจำสัปดาห์
สำหรับกลุ่มบุคคลที่มีชื่อเป็นผู้รับเช็ค ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับวัดพระธรรมกายที่ถูกเรียกเข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนเพื่อชี้แจงเกี่ยวกับการรับเช็คบริจาคเป็นกลุ่มแรกทั้งพระครูปลัดวิจารย์ ธีรังกุโร พระธัมมชโย พระมนตรี สุดาภาโส ทั้งหมดขอเลื่อนการเข้าให้ปากคำนัดแรกออกไป โดยพระครูปลัดวิจารย์ เลื่อนให้ปากคำเป็นวันที่ 19 มี.ค. พระธัมมชโย เลื่อนให้ปากคำเป็นวันที่ 26 มี.ค. และพระมนตรี เลื่อนเป็นวันที่ 20 มี.ค. ซึ่งพยานรายสำคัญดีเอสไอระบุว่าจะอนุญาตให้เลื่อนการเข้าให้ปากคำได้เพียง 1 ครั้ง เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบกับการสอบปากคำพยานรายอื่น โดยเฉพาะกลุ่มนิติบุคคลที่มีจำนวน 38 บริษัท ที่ต้องเข้าให้ปากคำ
ด้านนายวิตถวัลย์ สุนทรขจิต รองเลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) กล่าวถึง กรณีที่สหกรณ์ออมทรัพย์สำนักงาน ป.ป.ส.จำกัด เป็นหนึ่งในสหกรณ์ที่นำเงินมาฝากไว้กับสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นฯ ว่า ป.ป.ส.มีเงินฝากออมทรัพย์ จำนวน 28 ล้านบาท โดยเป็นเงินฝากตั้งแต่ปี 2546 ที่ผ่านมารับรู้ปัญหาที่เกิดขึ้นกับสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นฯ ซึ่งได้มีการทำความเข้าใจกับสมาชิกเพื่อไม่ให้ตื่นตระหนกและแห่ถอนเงินออก ในส่วน ป.ป.ส.มีการตั้งทนายติดตามสถานการณ์เพราะหากศาลล้มละลายมีคำสั่งในวันที่ 20 มี.ค. ให้ล้มละลายก็จะเข้ากระบวนการเป็นลูกหนี้ เพื่อเรียกคืนทรัพย์จากสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนฯ อย่างไรก็ตาม ย้ำว่า ขณะนี้สถานะของสหกรณ์ยังเป็นปกติ โดยสหกรณ์ ป.ป.ส.มีทรัพย์สินและทุนรวมกว่า 500 ล้านบาท และมีเงินสดสำรอง 30 ล้านบาท
"}])



