พระเครื่อง

ยิ่งศึกษายิ่งห่างไกลความรู้ที่แท้จริง

ยิ่งศึกษายิ่งห่างไกลความรู้ที่แท้จริง

12 มี.ค. 2558

ยิ่งศึกษายิ่งห่างไกลความรู้ที่แท้จริง : บาตรเดียวท่องโลก โดยพระพิทยา ฐานิสฺสโร

             'พุทธคยา' มิเคยจางคลายจากกลิ่นอายของพลังแห่งการปฏิบัติของผู้แสวงบุญมากมายจากทั่วสารทิศ ในรูปแบบที่แตกต่างจากความเชื่อศรัทธาตามแนวของตนๆ

             ทุกชีวิตที่ได้มีโอกาสมาสัมผัส ณ ที่แห่งนี้รับรู้ได้ถึงพลังแห่งความสงบสุข ตื่นรู้ เบิกบานในตัวเองตามกำลังตน ก่อเกิดจากพลังแห่งความสุขสงบที่ได้ถูกสั่งสมมาจากการภาวนาเป็นเวลานานอย่างมิได้ขาด ทำให้ไม่เป็นการยากที่จะเข้าถึงความสงบในตนเองเมื่ออยู่ ณ ที่นี้ และเป็นที่ทราบกันดีว่า พุทธคยา เป็นสถานที่ที่ก่อให้เกิดผู้รู้ที่แท้จริงของโลก คือ พระพุทธเจ้า

             พระองค์ค้นพบวิธีดับทุกข์ในตัวพระองค์เอง และชี้แนวทางแห่งการดับทุกข์นั้นให้กับสรรพชีวิต ผู้คนจึงได้หลั่งไหลมาร่วมกันปฏิบัติบูชาในรูปแบบต่างๆ มากมายทุกๆ วันมิได้ขาด แม้มีการตรวจตราอย่างแน่นหนาจากเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย หลังจากเหตุการณ์วางระเบิดเมื่อสองสามปีที่ผ่านมา คนก็ยังมากันไม่ขาดสาย 

             ความรู้ที่พยายามส่งมอบให้เยาวชนส่วนใหญ่ในปัจจุบันมุ่งเน้นไปทางทำมาหาเลี้ยงชีวิตทางกายมากกว่าทางจิตวิญญาณ ยิ่งทำให้ห่างไกลจากความรู้ที่พระพุทธองค์ได้ทรงสอนเป็นแบบอย่างตลอด ๔๕ พรรษา 

             โลกทุกวันนี้ให้ค่ากับเม็ดเงิน ยศฐาบรรดาศักดิ์ ใบปริญญาบัตร หรือตัวเลขวัดคุณภาพของความรู้เป็นระบบเชิงปริมาณมากกว่าเชิงคุณภาพ การศึกษาที่จำเพาะเจาะจงเฉพาะด้านใดด้านหนึ่งไม่ได้ศึกษาเชิงสัมพันธ์เชิงลึกแบบองค์รวม ทำให้มีการแข่งขัน กดดันกับคนรอบข้างมากขึ้น จนมิตรภาพหายไป การศึกษาเป็นธุรกิจ มีค่าใช้จ่ายสูงในทุกระดับการศึกษา ทั้งที่ความรู้ไม่ควรไปติดอยู่กับเงินตรา ตำแหน่ง ผลประโยชน์ เพราะจะเป็นการทำลายคุณค่าที่แท้ขององค์ความรู้ ซึ่งเป็นเหตุให้ทั้งผู้เรียนและผู้สอนไม่มีความสัมพันธ์ในทางเกื้อกูล ช่วยเหลือ สนับสนุนอย่างแท้จริง

             ยิ่งศึกษามากยิ่งสั่งสมความเห็นแก่ตัว ขาดความเมตตากรุณาต่อตนเองและผู้อื่น ไม่สามารถยินดีกับความสำเร็จของบุคคลอื่นด้วยความจริงใจ เพิ่มความอยาก ความอวดตน หลงตน ยึดมั่นในความเห็นของตนเป็นใหญ่ อิจฉาริษยา ฯลฯ มากยิ่งขึ้นโดยไม่รู้จักตัวความรู้ที่ถูกต้องดีงาม ที่สามารถนำพาผู้ที่กำลังศึกษาเกิดความสำนึก เคารพ เข้าใจคุณค่าของชีวิตทั้งแก่ตัวเอง ผู้อื่นและสิ่งรอบข้างมากยิ่งขึ้น 

             ความรู้ที่แท้จริง ต้องลงมือทำไม่ใช่แค่เพียงคิด จินตนาการ นั่นหมายถึงคุณครู ผู้ส่งผ่านความรู้ต้องมีศักยภาพในตนเองก่อนถึงสามารถส่งผ่านความรู้ที่แท้จริงได้ เพราะต่อให้เราศึกษา รู้เรื่องราวความเป็นไปต่างๆ มากมายบนโลกและจักรวาล แต่หากเราไม่รู้จักตัวเอง ไม่สามารถดับความทุกข์ภายในใจที่มีรากเหง้าจากความอยาก ความโกรธ ความหลงในตนเองได้ ความรู้ที่กำลังถ่ายทอด ศึกษาหาได้เกิดประโยชน์ที่แท้จริงไม่

             เราอาจมาถกเถียง วิพากวิจารณ์หรือหาเหตุผลเพื่อให้ตนเองเป็นผู้ถูกต้องหรือเป็นผู้ชนะ แต่ภายในใจกลับไม่สงบสุขขณะที่ศึกษา ถ่ายทอด ถกเถียง หรือวิพากษ์วิจารณ์ความรู้เหล่านั้น นี่เป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นว่าเราไม่รู้ว่า การศึกษาที่แท้จริง คืออะไร พระพุทธองค์ทรงเป็นแบบอย่างของผู้รู้ และเป็นผู้ส่งมอบความรู้ที่พระองค์มีต่อสรรพชีวิต อย่างบริสุทธิ์ ไร้ซึ่งเงื่อนไข ไม่ต้องการอำนาจ ค่าตอบแทนหรือตำแหน่ง ยศถาบรรดาศักดิ์ใดๆ เพราะพระองค์ทรงมีคุณค่าที่แท้ในตัวพระองค์เอง ไม่ทรงต้องการให้ผู้อื่นมาให้คุณค่ากับพระองค์อีกต่อไป พระองค์ทรงอยู่เหนือคุณค่าทั้งปวง ทรงอยู่อย่างต่ำที่สุด

             การให้ของพระองค์จึงเปี่ยมด้วยความเมตตากรุณา มีมุทิตาจิตอย่างหาที่เปรียบประมาณมิได้ มีความเป็นกลางกับทุกสรรพชีวิต ความรู้จากพระพุทธองค์ที่ถ่ายทอดมาจากจิตถึงจิต จึงมีชีวิต เป็นอมตะนิรันด์กาล สามารถรู้ได้ทุกชีวิตเฉพาะตนๆ

             เพียงแค่น้อมการสอนของพระองค์มาใส่ตัวเอง ฝึกฝน ปฏิบัติ อย่างซื่อสัตย์ อดทน เมื่อผลปรากฏ เราจะเกิดความอ่อนโยน อ่อนน้อมถ่อมตนต่อตัวเอง ต่อสรรพชีวิตและต่อโลก

             ใครที่เปรียบเป็นตนเป็นผู้รู้ แต่ไม่มีความสงบสุข

             อยู่อย่างต่ำไม่ได้ หาใช่ผู้รู้ที่แท้ไม่

"}])