พระเครื่อง

'วิษณุ'ถกเงินบริจาคเครดิตยูเนี่ยนให้ธรรมกาย

'วิษณุ'ถกเงินบริจาคเครดิตยูเนี่ยนให้ธรรมกาย

06 มี.ค. 2558

'วิษณุ'ถกเงินบริจาคเครดิตยูเนี่ยนให้ธรรมกาย นัดไกล่เกลี่ย16มี.ค.นี้วัดเล็งตั้งกองทุนหาเงินคืน

                 เมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 6 มี.ค.2558  นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ได้เรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการกรณีสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด ได้แก่ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) คณะกรรมการฟ้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) กรมส่งเสริมสหกรณ์ กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ เพื่อรายงานความคืบหน้าในการดำเนินคดีกับนายศุภชัย ศุภอักษร ผู้บริหารสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น โดยใช้เวลาประชุมร่วมกันกว่า 3 ชั่วโมง

                  ภายหลังการประชุมนายวิษณุ เปิดเผยว่า การประชุมวันนี้ เพื่อถามความคืบหน้าในงานที่ได้มอบหมายไป จุดยืนในเรื่องดังกล่าว คือต้องการตรวจสอบความโปร่งใสในสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ซึ่งจะสามารถสาวไปที่ใครนั้น ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง หากพบว่ามีความผิดจะต้องดำเนินคดี แต่ถ้าไม่เป็นความผิดทุกอย่างก็แล้วไป และได้ทราบว่าในกรณีสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนฯ นั้น มีเรื่องที่เป็นคดีอาญากำลังอยู่ในขั้นตอนการดำเนินการของชั้นพนักงานสอบสวน และชั้นพนักงานอัยการ แต่ยังไม่ถึงขั้นฟ้องต่อศาล ซึ่งเป็นการดำเนินคดีกับนายศุภชัยกับพวกหลายคน เป็นคดีอาญาทั้งหมด 3 คดี ทั้งความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน ยักยอกทรัพย์ ส่วนคดีแพ่งสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนฯ ได้ฟ้องเรียกเงินจากนายศุภชัย กับพวก อีกจำนวน 3 คดี โดยศาลจะนัดพิจารณาในช่วงปลายเดือนเมษายนนี้

                 ส่วนกรณีที่สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนฯดำเนินคดีกับวัดพระธรรมกายนั้นรวมถึงพระซึ่งมีหลายรูปด้วยกัน ถือเป็นอีกคดีต่างหากจำนวนหลายคดี และในที่สุดก็ได้ทราบว่า ทั้งโจทก์คือสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนฯ และจำเลยได้ตกลงรับข้อเท็จจริงในการฟ้องร้องและเรียกเงินในส่วนที่เกี่ยวข้องกับวัดพระธรรมกาย จำนวน 684 ล้านบาท ซึ่งตอนแรกจำนวนเงินที่ฟ้องร้องนั้น มีจำนวนมากกว่านี้เพราะถ้าเป็นการฟ้องว่าพระรูปนั้นรับเงินไป บัดนี้ได้มีการแถลงแล้วว่า การที่ให้พระ ก. ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับทางวัด ซึ่งต้องเรียกคืนจากพระก.เอง ทั้งนี้ ตัวเลขที่เกี่ยวข้องกับทางวัดยังคงนิ่งอยู่ที่ 684 ล้านบาท โดยในวันที่ 16 มีนาคม ทั้งหมดจะต้องไปศาลเพื่อตกลงที่ศาลอีกครั้งว่าตัวเลขดังกล่าวนั้นจะทำอย่างไรต่อไป

                  "ส่วนทางวัดจะต้องคืนหรือไม่เป็นอีกเรื่องหนึ่งเพราะขณะนี้ตัวเลขนิ่งอยู่แค่นี้ เพราะถ้าวัดบอกว่าได้รับเงินมาโดยสุจริตก็เป็นส่วนหนึ่ง หรือวัดได้รับเงินมาโดยรู้ว่าเงินมาจากไหน ซึ่งจะรู้หรือไม่หรือจะคืนหรือไม่คืน เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ต้องไปพูดกันวันที่ 16 มี.ค. นอกจากนี้ ตนยังได้ทราบมาว่า ทางวัดพระธรรมกายกำลังเตรียมที่จะตั้งกองทุนเพื่อหาเงินมาคืน ในวันที่ 16 ต้องดูว่าเขาจะไปตกลงกันอย่างไร โดยเป็นการตกลงกันเองและตกลงต่อหน้าศาล" นายวิษณุ กล่าว และว่าวันนี้เรื่องเร่งด่วนที่สุดก็คือ ต้องหาทางนำเงินกลับมาคืนสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนฯ เพื่อจะชดใช้ให้แก่สมาชิกสหกรณ์ โดยเฉพาะรายย่อย

                  ผู้สื่อข่าวถามว่า ได้สอบถามไปยังพนักงานสอบสวนหรือไม่ว่าเพราะเหตุใดคดีดังกล่าวจึงล่าช้า นายวิษณุ กล่าวว่า ขณะนี้จำเลยยังไม่ได้มีความผิดในคดีอาญาที่ขณะนี้อยู่ในระหว่างการดำเนินการ โดยอาจเป็นผู้ต้องหาแล้วได้รับการประกันตัวออกมา จึงไม่ได้ถูกควบคุมตัว ซึ่งเมื่อเข้าสู่กระบวนการแล้ว ก็ต้องว่ากันไปตามกระบวนการทั้งนี้เป็นเรื่องของพยานหลักฐานและอะไรหลายอย่าง

                 ต่อข้อถามที่ว่ากรณีที่ดีเอสไอจะเชิญพระธัมมชโยมาให้ปากคำ นายวิษณุ กล่าวว่า เป็นส่วนของดีเอสไอที่จะดำเนินการโดยได้มีการแถลงแล้วว่าจะดำเนินการออกหมายเรียกซึ่งกระบวนการมีอยู่ เรื่องนี้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องต่างได้เร่งรัดในการทำงาน

                  ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่วัดพระธรรมกายมีการขู่จะนำลูกศิษย์ออกมาเคลื่อนไหวหากสนช.ไม่ยกเลิกการปฏิรูปศาสนาภายใน 7 วัน นายวิษณุ กล่าวว่า ได้รับรายงานเป็นระยะ แต่ไม่อยากจะพูดอะไร และคิดว่า ณ นาทีนี้คงทำความเข้าใจกันได้แล้ว แม้ไม่มีคนกลาง ซึ่งหลังจากที่มีการยุบคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ปฏิรูปแนวทางและมาตราการปกป้องพิทักษ์กิจการพระพุทธศาสนาสภาปฏิรูปแห่งชาติ ที่มีนายไพบูลย์ นิติตะวัน เป็นประธานเรื่องก็จะเบาลงไปในระดับหนึ่ง

 

ดีเอสไอขยายผล6กลุ่มโยงเงินสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น


             หลังพนักงานสอบสวนกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ ลงพื้นที่ตรวจสอบเส้นทางการเงินที่สูญหายไปจากบัญชีเงินของสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น มาระยะเวลาหนึ่งล่าสุดได้มีการจัดประชุมทีมพนักงานสอบสวน เมื่อช่วงสายวันที่ 6 มีนาคม ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อสรุปและประมวลพยานหลักฐานที่ได้จากการลงพื้นที่รวมถึงวางแนวทางในการรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ และการติดตามเงินจำนวนเงินมากกว่า 1 หมื่นล้านบาท ที่หายไปจากบัญชีทางการเงินของสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น

             การตรวจสอบเส้นทางการเงินที่หายไปกว่า 1 หมื่นล้านบาท จะทำอย่างละเอียด ซึ่งล่าสุดพบว่านอกจากจะมีการสั่งจ่ายเช็กลงนามโดยนายศุภัชัยให้กับบุคคลใน 6 กลุ่มใหญ่แล้ว ยังพบความปกติเกี่ยวกับการปล่อยเงินกู้ให้กับสมาชิกสมทบจำนวน 27 ราย เป็นเงิืนรวมกันกว่า 400 ล้านบาท

             “พนักงานสอบสวนได้ตรวจดูแล้วมีความผิดปกติของสัญญากู้จำนวน 27 สัญญาที่มีการปล่อยกู้ให้กับสมาชิกสมทบ เป็นเงินรวมกันกว่า 400 ล้านบาท ซึ่งแม้จะมียอดเงินกู้ในแต่ละสัญญาค่อนข้างสูงแต่กลับไม่พบว่ามีการลงลายมือชื่อผู้กู้ในตัวสัญญาแต่อย่างใด ซึ่งเป็นเรื่องผิดปกติ ซึ่งต้องตรวจสอบว่าสัญญาเงินกู้จำนวนนี้เป็นสัญญาเงินกู้ที่ทำกันขึ้นจริง หรือเป็นการปลอมแปลงขึ้นโดยคนบางกลุ่ม" พ.ต.ท.สมบูรณ์ สาระสิทธิ์ ผบ.สำนักคดีอาญาพิเศษ 3 กรมสอบสวนคดีพิเศษ หนึ่งในคณะทำงานตรวจสอบกรณีการยกยอกเงินสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น กล่าว

             ในการตรวจสอบเส้นทางการเงินครั้งนี้ พนักงานสอบสวนดีเอสไอ ยังพบความผิดปกติเกี่ยวกับบัญชีของสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ก่อนปี 2552 อีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบอย่างละเอียดว่าบัญชีที่ตรวจพบมีการยักยอกเงินเพิื่มเติมหรือไม่อย่างไร หรือเป็นเพราะความผิดปกติที่เกิดขึ้นจากการจัดทำบัญชี ซึ่งหากพบว่ามีการยักยอกเงินไปก็จะต้องเชิญผู้เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูลเพิ่มเติม หากพบการกระทำความผิดก็ต้องดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้อง

             สำหรับเงินที่มีการโอนย้ายออกจากบัญชีของสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ซึ่งมีปลายทางไปอยู่ในบัญชีของวัดพระธรรมกาย พนักงานสอบสวนกรมสอบสวนคดีพิเศษ จะมีการตรวจสอบเส้นทางการเงินอย่างละเอียดเพื่อแยกแยะให้ได้ว่า เงินที่เข้าบัญชีวัดธรรมกายนั้นเป็นเงินที่โอนมาจากสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น หรือเป็นเงินที่ได้จากการรับบริจาค หากพบข้อพิรุธหรือข้อสงสัยหรือใครเกี่ยวข้องจะออกหมายเรียกเพื่อให้ข้อมูลกับพนักงานสอบสวนทันที

             ส่วนการออกหมายเรียกพระธัมมชโย และกลุ่มพระในวัดพระธรรมกาย ก่อนหน้านี้ พนักงานสอบสวนได้กำหนดให้บุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งหมดเข้าให้ข้อมูลตั้งแต่วันที่ 10 มีนาคม เป็นต้่นไป โดยยังไม่ได้กำหนดว่าจะให้ใครเข้าพบเพื่อให้ข้อมูลภายในวันและเวลาใด ซึ่งจนถึงขณะนี้ยังไม่ได้รับการติดต่อจากพระธรรมชโย และพระในวัดธรรมกายที่เกี่ยวข้องว่าจะมีใครเข้าให้ข้อมูลกับพนักงานสอบสวนกรมสอบสวนคดีพิเศษหรือไม่ อย่างไรตามหลังจากถึงกำหนดแล้วหากยังไม่มีใครเดินทางเข้าให้ข้อมูลพนักงานสอบสวนจะพิจารณาอีกครั้งว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อ

 

"}])