
'ไพบูลย์'ประกาศ'ยุบ'ก.ก.ปฏิรูปพุทธ'แล้ว
'ไพบูลย์'ประกาศ'ยุบ'ก.ก.ปฏิรูปพุทธ'แล้ว อ้างทำหน้าที่ลุล่วงยอมรับมีแรงกดดัน เตรียมตั้งเครือข่าย ทำงานปฏิรูปศาสนาต่อ
6มี.ค.2558 นายไพบูลย์ นิติตะวัน ในฐานะประธานคณะกรรมการปฏิรูปแนวทางและมาตรการปกป้องพิทักษ์กิจการพระพุทธศาสนา สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) แถลงว่าตลอดระยะเวลากว่า 1 เดือนที่ผ่านมา คณะกรรมการฯชุดของตนนี้ได้ทำหน้าที่ เพื่อกำหนดแนวทางแก้ไขปัญหาของพระพุทธศาสนา มีการเชิญผู้ทรงคุณวุฒิ อาทิ ผู้แทนจากสำนักงานศาสนา ผู้แทนจากสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.)เพื่อมาให้ข้อมูลโดยทางคณะกรรมการฯเห็นว่ามีประเด็นสำคัญที่ต้องดำเนินการปฏิรูปคือ 1.เรื่องศาสนสมบัติของวัดและพระภิกษุสงฆ์ 2. ปัญหาของสงฆ์ที่ไม่ปฏิบัติตามพระวินัยนำมาซึ่งความเสื่อมศรัทธา
นายไพบูลย์ กล่าวว่า 3. ทำให้พระธรรมวินัยวิปริต 4. เรื่องของฝ่ายอาณาจักร ปกป้องคุ้มครองกิจการของฝ่ายศาสนจักร ทั้งนี้ทางคณะกรรมการได้ส่งความเห็นของผู้ทรงคุณวุฒิทำเป็นรายงานส่งไปยังนายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธาน สปช. ดังนั้นภารกิจของคณะกรรมการฯถือว่าได้บรรลุตามที่ตั้งไว้ คือการวิเคราะห์สภาพปัญหาต่อสังคม ทำให้พุทธศาสนิกชน พุทธบริษัทตื่นตัวต่อการปกป้องพระพุทธศาสนา ดังนั้นเมื่อภารกิจสมบูรณ์แล้ว ตนจึงเห็นว่าไม่มีความจำเป็นว่าจะต้องมีคณะกรรมการฯ ชุดนี้คอยปฏิบัติหน้าที่ต่อไปแล้ว จึงขอยุติการปฏิบัติหน้าที่แต่เพียงเท่านี้
นายไพบูลย์ กล่าวว่า การทำงานต่อจากนี้จะเป็นในรูปแบบเครือข่ายเพื่อปกป้องพระพุทธศาสนา โดยจะมีพุทธศาสนิกชนที่สนใจ พุทธบริษัทต่างๆเข้ามาร่วมขับเคลื่อน ปฏิรูปศาสนาอย่างเป็นรูปธรรม เป็นเครือข่ายภาคประชาสังคม ซึ่งจะมีตนในฐานะอดีตประธานคณะกรรมการฯเข้าไปร่วมด้วย แต่สำหรับชื่อของเครือข่ายนั้นยังไม่ได้คิดในขณะนี้ ส่วนงานที่จะทำต่อ อาทิ ติดตามในเรื่องของเงินที่ฝากไว้กับสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ทำให้ประชาชนผู้ฝากเงินเดือดร้อนเป็นจำนวนมาก และทางเครือข่ายจะติดตามกรณีที่พระภิกษุถูกกลั่นแกล้ง ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการปกครองของสงฆ์ เช่นกรณีวัดพุทธปัญญาเป็นต้น อย่างไรก็ตามหากประชาชนมีความเห็น เรื่องการปฏิรูปพระพุทธศาสนา หรือมีปัญหาเกี่ยวกับกิจการพระพุทธศาสนาสามารถส่งข้อมูลมาที่ตนหรือมาพบที่รัฐสภาได้
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า การทำงานของคณะกรรมการชุดนี้มีระยะเวลาสั้น อาจทำให้มองว่ามีปัจจัยภายนอกมากดดันหรือไม่ นายไพบูลย์ อ้ำอึ้งเล็กน้อยก่อน กล่าวว่า การทำงานของคณะกรรมการฯชุดนี้มีระยะเวลาประมาณเดือนกว่าแต่ผลงานเยอะ ให้ถือว่าเอาผลงานเป็นตัววัด เมื่อถามย้ำว่า ดูเหมือนการทำงานกำลังเดินอยู่ดีๆแล้วมาสะดุดลงอย่างนั้นหรือไม่ นายไพบูลย์กล่าวว่า ไม่ ตนคิดว่าคณะกรรมการฯทำผลงานได้ดีเกินคาด
ผู้สื่อข่าวถามว่า การยุติบทบาทครั้งนี้ไม่ได้เชื่อมโยงกับการที่ประธาน สปช. ออกมาท้วงติงว่าฆราวาสไม่ควรยุ่งกับกิจการของสงฆ์ใช่หรือไม่ นายไพบูลย์ กล่าวว่า ประธานสปช.ให้การสนับสนุนคณะกรรมการฯชุดนี้อย่างยิ่ง แต่เห็นว่าคณะกรรมการฯควรจะทำในเรื่องของฆราวาส ส่วนเรื่องของสงฆ์ก็ให้คณะสงฆ์ว่าไป
“เนื่องจากมีแรงทักท้วงมาก ผมคิดว่าประธานสปช.ก็ยังดำริว่าอยากให้ดำเนินการต่อ แต่ผมในฐานะเป็นอดีตประธานคณะกรรมการฯชุดนี้ ผมเห็นว่าได้ทำหน้าที่ปรากฏผลงานบรรลุจนหมดแล้ว การจะทำหน้าที่ต่อไป ผลประโยชน์ที่จะได้รับ จะได้น้อยกว่า และจะทำให้ประธาน สปช. อาจจะถูกต่อว่าโดยไม่จำเป้น ดังนั้นเพื่อรักษาเกียรติของประธาน สปช. ผมจึงเป็นผู้ที่เสนอว่าเราได้ศึกษาครบสมบูรณ์แล้ว ละผลงานได้เปิดเผยต่อประชาชนให้ได้รับทราบและตื่นตัว จึงครบภารกิจ ผมจึงเสนอต่อประธาน สปช.ว่าจะสรุปรายงานเพื่อที่จะให้จบการทำหน้าที่ของคณะกรรมการชุดนี้” นายไพบูลย์กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า แสดงว่ายอมรับว่ามีการกดดันการทำงานหรือไม่ นายไพบูลย์ กล่าวว่า ก็ต้องมี ปรากฏเป็นข่าวกันมากมาย แต่กระแสต่างๆตนคิดว่าเป็นเรื่องที่จะทำก็ทำ ซึ่งคงอยากเห็นว่าคณะกรรมการชุดนี้ทำหน้าที่แล้วก็จบหน้าที่ไป ทั้งนี้ไม่ได้หมายถึงว่าตนจะจบหน้าที่ เพราะในส่วนของตนยังจะทำในฐานะที่เป็นสมาชิก สปช. ซึ่งจำทำงานได้กว้างขวางกว่า มีประโยชน์ต่อประชาชนและต่อพุทธศาสนิกชน ต่อพุทธบริษัทได้มากกว่า
ผู้สื่อข่าวถามว่า การทำงานของเครือข่ายนี่จะมีการแก้กฎหมายหรือไม่ นายไพบูลย์กล่าวว่ามี 2 ระดับคือ 1.นำกฎหมายที่เกี่ยวข้องและยังไม่ถูกบังคับใช้ให้มาบังคับใช้ เช่นกฎหมายคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ที่ไปรับเงินหรือรับของขวัญ ห้ามให้มีมูลค่าเกิน 3,000 บาท ต้องนำมาใช้กับคนที่เป็นเจ้าพนักงาน ในส่วนนี้ก็ต้องไปปฏิบัติตาม ลำดับที่ 2 คือ ปรับปรุงเพิ่มเติมกฎหมายให้ชัดเจนและครอบคลุมมากขึ้น การรับเงินของพระภิกษุบางรูปที่ได้รับยกเว้นภาษีตามประมวลกฎหมายรัษฎากรมาตรา 42 อนุ 10 คือเป็นไปตามธรรมจรรยา โดยเงินจำนวนดังกล่าวนั้นมีขีดจำกัดเป็นเงินที่ให้ตามประเพณีเท่านั้น แต่ไม่หมายรวมเงินที่ให้เป็นจำนวนล้านๆ และเงินล้านๆดังกล่าวถ้านำไปให้วัดต่อ ก็ไม่มีปัญหาเพราะเป็นเงินให้กุศล แต่ถ้าเป็นเงินที่เก็บไว้ส่วนตัวน่าจะเป็นเงินได้พึงประเมิน โดยเรื่องนี้ตนจะติดตามจากกรมสรรพากรต่อไปว่าถึงเวลาหรือไม่ ที่จะต้องเรียกเงินเก็บจากภาษีของภิกษุที่รับเงินเกินกว่า เงินตามธรรมเนียมที่ควรจะเป็น
รมต.ยุติธรรมไฟเขียวสอบคดียักยอกเงินเครดิตยูเนี่ยนโยงธรรมกาย
พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ไม่ได้เรียกเข้าไปสั่งการเป็นพิเศษกรณีที่เกี่ยวข้องกับวัดพระธรรมกาย ในส่วนของตนก็ไม่ได้เข้าไปสั่งการดีเอสไอหรือปปง. ที่ดำเนินการในเรื่องดังกล่าวอยู่ แต่ให้ดำเนินการตามหน้าที่ ถึงจุดหนึ่งอาจเรียกเข้ามาสอบถามความก้าวหน้าบางส่วนประเด็นที่มีการกล่าวอ้างว่าเป็นเรื่องของศาสนาที่มีความละเอียดอ่อน รมว.ยุติธรรม กล่าวว่า ไม่ควรยึดติดว่าเป็นสถาบันใด เราทำคดีที่ผิดกฎหมาย หากบุคคลหรือสถาบันใดที่ทำผิดกฎหมาย ก็ต้องว่าไปตามกฎหมาย อย่าไปผูกพันกับตัวบุคคลหรือชื่อของสถาบัน เจ้าหน้าที่ต้องทำงานให้ถูกต้อง มีจุดยืนอยู่ในหลักกฎหมาย
ทางด้านกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พ.ต.ท.สมบูรณ์ สาระสิทธิ์ ผบ.สำนักคดีอาญาพิเศษ 3 พร้อมด้วยพ.ต.ท.ปกรณ์ สุชีวกุล หัวหน้าชุดติดตามร่องรอยทางการเงินวัดพระธรรมกาย ร่วมกันแถลงความคืบหน้าการสอบสวนคดีในรอบสัปดาห์ โดย พ.ต.ท.สมบูรณ์ กล่าวว่า ความคืบหน้าจากชุดตรวจสอบระบบบัญชีพบว่าอาจมีความผิดปกติเกี่ยวกับการใช้จ่ายเงินตั้งแต่ก่อนปี 2552-2555 ที่พบความผิดปกติชัดเจน โดยขณะนี้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ส่งเจ้าหน้าที่ระดับสูงมาทำงานร่วมกับดีเอสไอ เพื่อพิจารณาเกี่ยวกับการออกกฎหมายระเบียบต่าง ๆ ของสหกรณ์ว่ามีจุดใดที่มีการแก้ไขมติเพื่อเอื้อประโยชน์ให้การสั่งจ่ายเช็คโดยไม่เป็นไปตามระเบียบหรือไม่
ดีเอสไอขยายผล6กลุ่มโยงเงินสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น
หลังพนักงานสอบสวนกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ ลงพื้นที่ตรวจสอบเส้นทางการเงินที่สูญหายไปจากบัญชีเงินของสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น มาระยะเวลาหนึ่งล่าสุดได้มีการจัดประชุมทีมพนักงานสอบสวน เมื่อช่วงสายวันที่ 6 มีนาคม ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อสรุปและประมวลพยานหลักฐานที่ได้จากการลงพื้นที่รวมถึงวางแนวทางในการรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ และการติดตามเงินจำนวนเงินมากกว่า 1 หมื่นล้านบาท ที่หายไปจากบัญชีทางการเงินของสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น
การตรวจสอบเส้นทางการเงินที่หายไปกว่า 1 หมื่นล้านบาท จะทำอย่างละเอียด ซึ่งล่าสุดพบว่านอกจากจะมีการสั่งจ่ายเช็กลงนามโดยนายศุภัชัยให้กับบุคคลใน 6 กลุ่มใหญ่แล้ว ยังพบความปกติเกี่ยวกับการปล่อยเงินกู้ให้กับสมาชิกสมทบจำนวน 27 ราย เป็นเงิืนรวมกันกว่า 400 ล้านบาท
“พนักงานสอบสวนได้ตรวจดูแล้วมีความผิดปกติของสัญญากู้จำนวน 27 สัญญาที่มีการปล่อยกู้ให้กับสมาชิกสมทบ เป็นเงินรวมกันกว่า 400 ล้านบาท ซึ่งแม้จะมียอดเงินกู้ในแต่ละสัญญาค่อนข้างสูงแต่กลับไม่พบว่ามีการลงลายมือชื่อผู้กู้ในตัวสัญญาแต่อย่างใด ซึ่งเป็นเรื่องผิดปกติ ซึ่งต้องตรวจสอบว่าสัญญาเงินกู้จำนวนนี้เป็นสัญญาเงินกู้ที่ทำกันขึ้นจริง หรือเป็นการปลอมแปลงขึ้นโดยคนบางกลุ่ม" พ.ต.ท.สมบูรณ์ สาระสิทธิ์ ผบ.สำนักคดีอาญาพิเศษ 3 กรมสอบสวนคดีพิเศษ หนึ่งในคณะทำงานตรวจสอบกรณีการยกยอกเงินสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น กล่าว
ในการตรวจสอบเส้นทางการเงินครั้งนี้ พนักงานสอบสวนดีเอสไอ ยังพบความผิดปกติเกี่ยวกับบัญชีของสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ก่อนปี 2552 อีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบอย่างละเอียดว่าบัญชีที่ตรวจพบมีการยักยอกเงินเพิื่มเติมหรือไม่อย่างไร หรือเป็นเพราะความผิดปกติที่เกิดขึ้นจากการจัดทำบัญชี ซึ่งหากพบว่ามีการยักยอกเงินไปก็จะต้องเชิญผู้เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูลเพิ่มเติม หากพบการกระทำความผิดก็ต้องดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้อง
สำหรับเงินที่มีการโอนย้ายออกจากบัญชีของสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ซึ่งมีปลายทางไปอยู่ในบัญชีของวัดพระธรรมกาย พนักงานสอบสวนกรมสอบสวนคดีพิเศษ จะมีการตรวจสอบเส้นทางการเงินอย่างละเอียดเพื่อแยกแยะให้ได้ว่า เงินที่เข้าบัญชีวัดธรรมกายนั้นเป็นเงินที่โอนมาจากสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น หรือเป็นเงินที่ได้จากการรับบริจาค หากพบข้อพิรุธหรือข้อสงสัยหรือใครเกี่ยวข้องจะออกหมายเรียกเพื่อให้ข้อมูลกับพนักงานสอบสวนทันที
ส่วนการออกหมายเรียกพระธัมมชโย และกลุ่มพระในวัดพระธรรมกาย ก่อนหน้านี้ พนักงานสอบสวนได้กำหนดให้บุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งหมดเข้าให้ข้อมูลตั้งแต่วันที่ 10 มีนาคม เป็นต้่นไป โดยยังไม่ได้กำหนดว่าจะให้ใครเข้าพบเพื่อให้ข้อมูลภายในวันและเวลาใด ซึ่งจนถึงขณะนี้ยังไม่ได้รับการติดต่อจากพระธรรมชโย และพระในวัดธรรมกายที่เกี่ยวข้องว่าจะมีใครเข้าให้ข้อมูลกับพนักงานสอบสวนกรมสอบสวนคดีพิเศษหรือไม่ อย่างไรตามหลังจากถึงกำหนดแล้วหากยังไม่มีใครเดินทางเข้าให้ข้อมูลพนักงานสอบสวนจะพิจารณาอีกครั้งว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อ



