
'พุทธะอิสระ'ร้องเอาผิด'ธัมมชโย-มส.'
02 มี.ค. 2558
'พุทธะอิสระ' มอบตัวกองปราบฯ 'มจร' แจ้งความขัดขืนกฎอัยการศึก ร้องดำเนินคดี 'ธัมมชโย' ผิด ม.137 , 208 , 341 เอาผิดเจ้าคณะปกครอง-มส. ตาม ก.ม.อาญา ม.137 , 157
2 มี.ค. 58 เมื่อเวลา 13.30 น. พระสุวิทย์ ธีรธมฺโม หรือหลวงปู่พุทธะอิสระ เจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย ต.ห้วยขวาง อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม เดินทางเข้าพบ ร.ต.อ.พัฒนพงษ์ ศิริเจริญนำ พนักงานสอบสวน กก.1 บก.ป. เพื่อเข้ามอบตัว หลังคณะนิสิตมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย (มจร) วิทยาเขตอุบลราชธานี เข้าแจ้งความว่า หลวงปู่พุทธะอิสระ กระทำการขัดขืนกฎอัยการศึก ตามประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ฉบับที่ 7/2557 เรื่อง ห้ามชุมนุมทางการเมือง ห้ามมิให้มั่วสุม หรือชุมนุมทางการเมือง ตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป และคุกคามมหาเถรสมาคม (มส.) ขณะเดียวกัน หลวงปู่พุทธะอิสระ ยังได้แจ้งความร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับ พระเทพญาณมหามุนี หรือพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย หรือนายไชยบูลย์ สุทธิผล ในความผิดฐานแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงานในประการที่อาจทำให้ผู้อื่น หรือประชาชนได้รับความเสียหาย , แต่งกายเลียนแบบสงฆ์ หรือนักบวชในศาสนาโดยมิชอบ และข้อหาฉ้อโกง โดยหลอกลวงผู้อื่นด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อความซึ่งควรแจ้ง โดยการหลอกลวงนั้นได้มาซึ่งทรัพย์สินจากผู้ถูกหลอกลวง หรือบุคคลที่ 3 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137 , 208 และ 341 ตามลำดับ รวมทั้งดำเนินคดีกับเจ้าคณะปกครอง คือ เจ้าคณะตำบล เจ้าคณะอำเภอ และเจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี และกรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) ในความผิดฐานแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงานในประการที่อาจทำให้ผู้อื่น หรือประชาชนได้รับความเสียหาย และเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137 และ 157 ตามลำดับ และดำเนินคดีกับมหาเถรสมาคม ฐานไม่ปฎิบัติตามอำนาจหน้าที่ซึ่งบัญญัติไว้ใน พ.ร.บ.คณะสงฆ์ มาตรา 15 (ตรี) คือ ไม่ปกครองคณะสงฆ์ให้เป็นไปโดยเรียบร้อยดีงาม ไม่รักษาหลักพระธรรมวินัย
หลวงปู่พุทธะอิสระ กล่าวว่า วันนี้เดินทางมามอบตัวในฐานะคณะนิสัย มจร วิทยาเขตอุบลราชธานี แจ้งดำเนินคดีไว้ กล่าวหาว่าฉันละเมิดกฎอัยการศึก และคุกคามมหาเถรสมาคม และพระพุทธศาสนา ตามประกาศ คสช.ที่ 7/2557 เรื่อง ห้ามชุมนุมทางการเมือง อาศัยอำนาจตามมาตรา 8 และ 11 พ.ร.บ.กฎอัยการศึก แม้ว่าข้อหานี้ขาดองค์ประกอบความผิด เพราะต้องชุมนุมกันเพื่อวัตถุประสงค์ทางการเมือง ก่อให้เกิดความกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชน แต่เพื่อไม่ให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทรโอชา นายกรัฐมนตรี รัฐบาล และ คสช.ต้องลำบากใจ และเพื่อไม่ให้เกิดข้อครหาว่ามีการปฏิบัติสองมาตรฐาน จึงแสดงความจำนงที่จะเข้าพบพนักงานสอบสวนเอง ส่วนมูลเหตุคงมาจากที่ได้เดินทางไปวัดปากน้ำ ซึ่งวันนั้นมีผู้มาถวายสังฆทาน จึงเป็นเหตุให้มีการกล่าวอ้างเพื่อแจ้งความดำเนินคดี
หลวงปู่พุทธะอิสระ กล่าวต่อว่า ส่วนอีกเรื่องที่มา บก.ป.ในวันเดียวกันนี้ คือ มาแจ้งความดำเนินคดีธัมมชโย หรือนายไชยบูลย์ จากกรณีที่ธัมมชโย ต้องอาบัติปาราชิกตามพระบัญชาของสมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปริณายก ตั้งแต่วันที่ 26 เมษายน 2542 แต่ยังคงแต่งกายเลียนแบบสงฆ์ ฉ้อโกงประชาชน หลอกเอาทรัพย์สินเพื่อประโยชน์ส่วนตน โดยเจ้าคณะปกครอง และกรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) กลับเพิกเฉย ไม่ปฏิบัติตามพระลิขิตของสมเด็จพระสังฆราชฯ แต่ มส.กลับหลีกเลี่ยงที่จะสั่งธัมมชโย ให้สึก โดยแค่เรียกทรัพย์สินคืน แล้วอ้างว่าไม่เจตนา ต่อมาก็มีการคืนตำแหน่งการปกครองให้แก่ธัมมชโย จนต่อมาในปี 2554 ธัมมชโย ยังบังอาจขอพระราชทานสถาปนาเลื่อนสมณศักดิ์ ระดับพระราชาคณะชั้นเทพ การกระทำดังกล่าวจึงเข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ละเมิดพระธรรมวินัย และบิดเบือนพระธรรมวินัย
หลวงปู่พุทธะอิสระ กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ดี การที่ มส.บังอาจนำรายชื่อบุคคลที่ไม่ใช่พระ ไปเพ็จทูลต่อเบื้องสูง ถือเป็นการหมิ่นประมาทเบื้องสูงตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 อีกด้วย ซึ่งเป็นรายละเอียดในคดีที่จะนำเสนอ แต่มีสิ่งที่อยากวิเคราะห์ถึงพฤติกรรมของ มส.และเจ้าคณะปกครอง รวมทั้งวัดพระธรรมกาย ได้กระทำถูกต้องตามพระธรรมวินัย หรือไม่ ซึ่งพระพุทธเจ้าได้วางหลักการไว้ ดังนี้ พระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงตรัสสอนพระนางปชาบดี ความว่า ผู้ปฏิบัติพระธรรมวินัยต้องเป็นไปเพื่อ 1. เป็นไปเพื่อความคลายกำหนัด 2. เป็นไปเพื่อความไม่ประกอบทุกข์ 3. เป็นไปเพื่อไม่สะสมพอกพูนกองกิเลส ก็ลองไปดูรักษาการสมเด็จพระสังฆราช ว่ามีรถหรูกี่คัน กรรมการ มส.มีเงินกันเท่าไหร่ กี่ร้อยล้านบาท ลองไปดูว่านั่นถูกธรรมวินัย หรือไม่ 4. เป็นไปเพื่อความอยากน้อย การกระทำของวัดพระธรรมกายในทุกวันนี้ ไม่มีอะไรที่ถูกธรรมวินัยเลย กลับกลายเป็นตรงกันข้ามตลอดเวลา แต่ทาง มส.ก็ละเลยเพิกเฉยที่จะบังคับให้เป็นไปตามหลักพระธรรมวินัย 5. เป็นไปเพื่อความสันโดษ พระสงฆ์องค์เจ้าที่รับจ้างธัมมชโย มาเดินธุดงค์แบบนี้มันไม่ถูกต้อง แถมยังบิดเบือน และทำลายอริยวินัย เพราะการธุดงค์ เป็นวัตรพิเศษเฉพาะของผู้ที่ต้องการบรรลุธรรม ไม่ใช่ของผู้ที่ต้องการโฆษณาตัวเองเพื่อหาลาภ 6. เป็นไปเพื่อความไม่คลุกคลีในหมู่คณะ 7. เป็นไปเพื่อความพากเพียร เพื่อความพ้นทุกข์ก็ไม่ได้ มส.ไม่เคยพากเพียรตรงนี้เลย มีแต่จะทำยังไงให้ได้ยศมากขึ้นได้ลาภเยอะขึ้น และ 8. เป็นไปเพื่อความเลี้ยงง่าย ก็เลี้ยงไม่ง่ายเลย เพราะนั่งรถหรูๆ กัน แพงกว่าชาวบ้านที่ให้ข้าวกินอีก รวมสรุปแล้วก็คือมหาเถรสมาคม และสังฆมณฑลในปัจจุบัน ไม่ได้ปฏิบัติตามหลักตัดสินพระธรรมวินัยเลย
"มส.กระทำการเหมือนให้สังคมเข้าใจผิดว่าได้กระทำไปหมดแล้ว ไม่มีอะไรต้องทำแล้ว แต่จริงแล้วทำแค่ในประเด็นคืนทรัพย์ แต่ประเด็นที่ต้องบังคับให้สึกธัมมชโย ยังไม่ได้ทำ สรุปคือ มส.ก็โกหกเหมือนเดิม ฉันถึงได้เขียนในเฟซบุ๊กว่า 'ผีหลอกก็น่ากลัว แต่พระหลอกเนี่ยน่ากลัวยิ่งกว่า' ส่วนการดำเนินการทางศาสนจักรก็พึ่งใครไม่ได้ ธรรมกายเขาก็อ้างอยู่แล้วว่าเป็นพวกของเขาทั้งนั้น ธรรมกายก็ยืนยันได้ว่า มส.เขาซื้อหมด เป็นคนของเขา จึงอยากเรียกร้องนายกฯ ว่า ให้เอาธรรมกาย เอา มส.คืนไป แล้วเอาพระธรรมวินัยกลับคืนมา ไม่งั้นบ้านเมืองนี้ไม่มีมาตรฐานอะไรจะใช้บังคับ หรือปกครองคณะสงฆ์ได้อีกต่อไป จะเหลือแต่ใช้พวกมากลากไป ใช้เงิน ใช้อำนาจในการครอบงำสังฆมณฑลพระธรรมวินัย ต่อไปจะเหลือไว้ให้ใครกราบ ต่อไปศาสนาพุทธอาจจะหายไป เหลือไว้แต่ศาสนาธรรมกาย ที่ทำมานี่ก็เพื่อให้การปฏิรูปพระศาสนามันเดินไปข้างหน้าได้ ไม่งั้นก็จะมีการเตะถ่วงขัดขวาง อ้างว่าจะต้องจัดการกับคนนั้นคนนี้ก่อน ฉันมาเคลื่อนไหวไม่ได้มาเพื่อปกป้ององค์กรสงฆ์ใด แต่กำลังปกป้องพระธรรมวินัย ไม่สนใจหลอกว่ามหานิกาย หรือธรรมยุต จะล่มสลาย แต่พระธรรมวินัยต้องอยู่ได้ เพราะอยู่มา 2,600 ปีแล้ว และยังต้องอยู่ต่อไปเพื่อเป็นหลักชัย หลักคิด หลักธรรมของอนุชนคนชั้นหลังของพระสงฆ์ในอนาคต ส่วนที่ไปดึงคนนั้นคนนี้ องค์กรจากต่างประเทศมาช่วยพูด ก็คงเป็นกลยุทธ์ของเขาที่จะดึงต่างชาติเข้ามาเพื่อกดดัน เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องภายในประเทศไทย ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับองค์กรระดับโลกเลย เป็นเรื่องที่เราต้องชำแหละ ต้องประจาน ใครมาหาว่าฉันเอาเรื่องของพระสงฆ์มาสาวไส้ให้กากิน แต่จริงแล้วนี่คือธรรมเนียมการปฏิบัติของศาสนาพุทธ เพราะพระสงฆ์ต้องปลงอาบัติเช้า-เย็น ต่อหน้าพระสงฆ์ เพื่อให้คนรู้ว่าตัวเองนั้นผิดจะได้หาวิธีแก้ไข นี่คือธรรมเนียมของอริยวินัย การประจานความผิดของคณะสงฆ์ไม่ได้กระทำผิดวินัย แต่มันตรงธรรมตรงวินัยด้วย"
"}])



