พระเครื่อง

รองโฆษกอัยการเล็งขอตรวจคำสั่งถอนฟ้อง‘ธัมมชโย’ปี49

รองโฆษกอัยการเล็งขอตรวจคำสั่งถอนฟ้อง‘ธัมมชโย’ปี49

02 มี.ค. 2558

"รองโฆษกอัยการ"ระบุเล็งขออัยการสูงสุดตรวจสำนวน"พชร"อดีตอัยการสูงสุดสั่งถอนฟ้องคดีพระธัมชโยปี49พร้อมปัดไม่มีหนังสือผู้ตรวจการฯให้ชี้แจงหลังพระพุทธะอิสระร้องสอบ

          วันที่ 2 มี.ค.58 นายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง รองโฆษกสำนักงานอันการสูงสุด กล่าวถึงความคืบหน้าในการตรวจสอบสำนวนคดีที่ นายพชร ยุติธรรมดำรง อดีตอัยการสูงสุด เคยมีคำสั่งถอนฟ้อง พระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ข้อหาเป็นเจ้าพนักงานเบียดบังเอาทรัพย์สินไปเป็นของตนโดยทุจริต เมื่อปี 2549 ว่า เนื่องจากคดีนี้มีสื่อมวลชนและประชาชนให้ความสนใจ สอบถามกันเข้ามามาก โดยภายในเช้า วันพรุ่งนี้ (3 มี.ค.) ตนจะนำเสนอเรื่องนี้ต่อ นายตระกูล วินิจนัยภาค อัยการสูงสุด เพื่อขออนุญาตตรวจดูสำนวนคดีก่อนที่จะมีการชี้แจงในรายละเอียดต่อไป ทั้งนี้เมื่อตรวจดูสำนวนแล้วก็จะทราบถึงเหตุผลในคำสั่งของอดีตอัยการสูงสุด เพราะก่อนการจะลงนามในครั้งนั้น จะต้องมีการอธิบายถึงเหตุผลในคำสั่งที่ออกไป    

          เมื่อถามถึงกรณีที่ หลวงปู่พุทธอิสระ ได้เข้ายื่นหนังสือต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน ขอให้ตรวจสอบกรณีอัยการสูงสุด เคยมีคำสั่งถอนฟ้องคดีพระธัมมชโย ในปี 2549 นายโกศลวัฒน์ รองโฆษกสำนักงานอันการสูงสุด กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีหนังสือจากผู้ตรวจการแผ่นดินในกรณีดังกล่าว มาถึงอัยการแต่อย่างใด
     
          ขณะที่นายวันชัย สร้อยทอง อัยการอาวุโส อดีตอธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญา และอดีตประธานคณะทำงานอัยการคดีฟ้องธัมชโย กล่าวปฎิเสธที่จะให้สัมภาณ์รายละเอียดในเรื่องการถอนฟ้องปี 2549 โดยระบุว่าตนเป็นข้าราชการประจำการให้ข่าวจะต้องมีขั้นตอน
 
 
ร้องก.ก.ปฏิรูปฯถูกปลดโดยไม่ชอบ

 
            พระครูวิโรจน์ธรรมานุกูล อดีตเจ้าอาวาสวัดกะทิง ต.พลวง อ.เขาคิชฌกูฏ จ.จันทบุรี เดินทางเข้ายื่นหนังสือต่อนายไพบูลย์ นิติตะวัน สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.) ในฐานะประธานคณะกรรมการปฏิรูปแนวทางและมาตรการปกป้องพิทักษ์กิจการพระพุทธศาสนา สปช. เพื่อขอความเป็นธรรม กรณีถูกตัดสินให้พ้นจากตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดกะทิง อย่างไม่เป็นธรรม

            พระครูวิโรจน์ธรรมานุกูล กล่าวว่า ต้องการขอความเป็นธรรมที่ถูกปลดจากตำแหน่งเจ้าอาวาส โดยถูกกล่าวหาว่านำเงินของวัดไปใช้จ่ายโดยมิชอบและละเมิดจริยาพระสังฆาธิการ ซึ่งตนได้ทำเรื่องอุทธรณ์ร้องทุกข์ขอแก้ข้อกล่าวหาแล้ว แต่กลับไม่ได้รับการพิจารณา จึงมองว่าคณะสงฆ์ จ.จันทบุรี ได้ทำการสอบสวนอย่างเร่งรัด และรีบด่วนเกินไป เพื่อให้เกิดประโยชน์ส่วนตนและพวกพ้อง จึงต้องมาขอความเป็นธรรมต่อสปช.

   

 

 
 

 

"}])