
ระนองต้านธรรมกายบิณฑบาตหวิดปะทะ
ระนองต้านธรรมกายบิณฑบาตหวิดปะทะ ดีเอสไอพบส่อวางแผนโกงเครดิตยูเนี่ยนเป็นขั้นตอน
ช่วงเช้าวันที่ 1 มี.ค.2558 เจ้าหน้าที่ตำรวจจากตำรวจตระเวนชายแดนที่ 415,เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองระนอง,เจ้าหน้าที่ทหารชุดเฉพาะกิจ กรมทหารราบที่ 25 กองกำลังเทพสตรี และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง รวมกว่า 50 นายต้องเข้าดูแลความเรียบร้อยและความปลอดภัยให้กับการจัดงานตักบาตรมิตรภาพพระภิกษุ สามเณรไทย-พม่า 1,000 รูป ที่ทางวัดพระธรรมการสาขาระนอง ที่ใช้ชื่อศูนย์กัลยาณมิตรแก้วระนอง ร่วมกับเครือข่ายประชาชน พ่อค้า จ.ระนอง และเครือข่ายประชาชน พ่อค้า จ.เกาะสองจัดขึ้น
หลังเกิดเหตุความวุ่นวายช่วงดึกคืนที่ผ่านมา เมื่อมีกลุ่มชาวบ้านในพื้นที่จังหวัดระนองกว่า 300 คน ได้รวมตัวออกมาคัดค้านการจัดงาน โดยเดินทางมายังสถานที่จัดงานที่ทางฝ่ายจัดงานกำลังจัดเตรียมสถานที่พร้อมตะโกนไล่บริเวณถนนสายเฉลิมพระเกียรติ 200 ปี จนเกิดหวิดมีการปะทะกันทั้งสองฝ่าย จนเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เชิญตัวแทนชาวบ้านและกลุ่มผู้จัดงานไปพูดคุยเจรจาที่ สภ.เมืองระนอง โดยสามารถตกลงกันได้ในระดับหนึ่งในขณะที่ชาวบ้านยืนกรานที่จะไม่ให้มีการจัดงานและปิดถนน เพราะสร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้าน
ขณะที่ฝ่ายจัดงานแจ้งว่า ได้มีการเตรียมการมานานและไม่ได้ทำผิดกฎหมายใดๆ โดยขอยอมย้ายสถานที่จัดงานจากบริเวณถนนสายเฉลิมพระเกียรติ ต.เขานิเวศน์ อ.เมืองระนอง ย้ายมายัง วัดวารีบรรพต ต.บางนอน อ.เมืองระนองแทน จากนั้นทั้งสองฝ่ายได้แยกย้ายกลับไป
ขณะที่ จนท.ยังไม่ไว้วางใจหวั่นเกรงว่าชาวบ้านที่คัดค้านจะรวมตัวคัดค้านการจัดงานอีกในช่วงเช้าวันที่ 1 มี.ค.2558 ที่มีการจัดกิจกรรม จึงได้นำกำลัง จนท.มาดูแลความสงบเรียบร้อย โดยพบว่ายนังไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆของกลุ่มผู้คัดค้านแต่ก็เพื่อความไม่ประมาท จนท.จะวางกำลังดูแลความสงบเรียบร้อยจนกว่าการจัดงานจะแล้วเสร็จและผลกระทบจากความขัดแย้งที่เกิดขึ้นพบว่าทำให้พุทธศานิกชนชาวไทยใน จ.ระนองเข้าร่วมกิจกรรมลดลง ในขณะที่มีพุทธศาสนิกชนชาวพม่าเข้าร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมากกว่า 5,000 คน เนื่องจากมีการนิมนต์พระภิกษุสงฆ์ชาวพม่าจำนวน 500 รูปมาร่วมตักบาตรในครั้งนี้
พระปรีดาธีรกุโล ประธานสงฆ์ศูนย์กัลยาณมิตรแก้วระนอง ซึ่งตั้งอยู่เลขที่1/11 ม.1 ต.บางนอน อ.เมือง จ.ระนองเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวก่อนหน้านี้ว่า ทางศูนย์กัลยาณมิตรแก้วระนอง กำหนดที่จะจัดกิจกรรมตักบาตรมิตรภาพไทย-พม่า 1,000 รูป ต่อไปไม่มีการเปลี่ยนแปลงในวันที่ 1 มี.ค. 2558 นี้ อย่างแน่นอน แม้ว่าจะมีความเห็นต่างกันบ้างจากกระแสปัญหาที่เกิดขึ้น แต่ทางศูนย์ฯยืนยันเจตนารมณ์ที่ดีในการจัดงาน เพื่อสืบสานวัฒนธรรมชาวพุทธในพื้นที่จังหวัดระนอง และการเชื่อมโยงสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับประเทศเพื่อนบ้านตามนโยบายรัฐบาล
พระปรีดา กล่าวต่อว่า แม้ว่าจะเกิดปัญหาในส่วนกลางต่อวัดพระธรรมกาย ซึ่งทำให้ประชาชนหลายคนมีการสอบถามเข้ามายังศูนย์ฯ รวมทั้งหน่วยงานภาครัฐในพื้นที่ที่สอบถามและมีการท้วงทิงการดำเนินกิจกรรม แต่จากกิจกรรมที่กำหนดขึ้นได้มีการเตรียมการมานานกว่า 3 เดือน อีกทั้งเป็นกิจกรรมที่ได้รับความเห็นชอบจากประชาชนในพื้นที่โดยเฉพาะเครือข่ายประชาชนพ่อค้า จ.ระนอง,เครือข่ายประชาชน พ่อค้า จ.เกาะสองประเทศพม่า,คณะสงฆ์ จ.ระนอง และคณะสงฆ์ จ.เกาะสอง ประเทศพม่าที่ทุกฝ่ายมองว่าเป็นกิจกรรมที่ดีที่มีพุทธศาสนาเป็นสื่อกลางในการจรรโลงจิตใจ และการเชื่อมโยงความสัมพันธ์ของคณะสงฆ์ทั้งสองประเทศ รวมทั้งการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างประชาชนทั้งสองประเทศ จึงได้เดินหน้าในการจัดกิจกรรมต่อไปไม่มีการยุติหรือมีผลกระทบใดๆ จากปัญหาที่เกิดขึ้นในส่วนกลาง เพราะการที่ศูนย์ฯมาตั้งขึ้นในพื้นที่ จ.ระนองก็เพื่อต้องการสร้างความเจริญในด้านพุทธศาสนาให้กับจังหวัดระนอง
พระปรีดา กล่าวต่อว่า กรณีกระแสข่าวที่เป็นปัญหายอมรับว่ามีผลต่อศรัทธาประชาชนบ้าง ซึ่งตอนแรกก็วิตกเช่นกัน แต่หลังจากเริ่มมีการประชาสัมพันธ์โครงการปรากฏว่าได้รับเสียงตอบรับที่ดี โดยเฉพาะประชาชนในพื้นที่ 5 จังหวัดใกล้เคียงประกอบด้วยสุราษฏร์ธานี, ชุมพร, พังงา, กระบี่, ภูเก็ต สอบถามรายละเอียดและแจ้งความประสงค์ที่จะเข้าร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก เพราะการจัดกิจกรรมใหญ่ที่มีการนิมนต์พระถึง 1000 รูปนั้นไม่ใช่ทำได้ง่ายและไม่บ่อยครั้งที่กิจกรรมลักษณะนี้จะเกิดขึ้นได้ นอกจากนี้จากการนิมนต์พระสงค์จาก จ.เกาะสองและใกล้เคียง นำโดยเจ้าคณะจังหวัดเกาะสองที่จะเดินทางมาร่วมตักบาตรจำนวน 500 รูป ปรากฏว่าได้สร้างกระแสในกลุ่มประชาชนชาวพม่ารวมทั้งแรงงานต่างด้าวชาวพม่าที่ทำงานใน จ.ระนองที่ทราบว่าต่างเตรียมตัวที่จะเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้จำนวนมากเช่นกัน โดยคาดว่าจะมีประชาชนชาวไทยและพม่าเข้าร่วมกิจกรรมตักบาตรมิตรภาพไทย-พม่า 1,000 รูป ในวันที่ 1 มี.ค. 2558 นี้ไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นคน
พระปรีดา กล่าวว่า ที่ผ่านมาทางศูนย์ฯหรือวัดธรรมกายจะถูกโจมตีหรือกล่าวร้ายว่ามีการระดมทุน แต่ความเป็นจริงนั้นการจัดงานต้องมีค่าใช้จ่าย ทางวัดมีใจที่จะดำเนินการแต่ไม่มีปัจจัยส่วนหนึ่งจำเป็นจะต้องหาปัจจัยเป็นค่าใช้จ่ายอย่างเช่นการตักบาตรพระ 1000 รูปในวันที่ 1 มี.ค. 2558 นี้นั้น ค่าใช้จ่ายส่วนแรกคือปัจจัยที่จะต้องใส่ซองให้กับพระที่มาร่วมกิจกรรม, ค่าใช้จ่ายต่อมาคือค่ายานพาหนะเดินทาง เนื่องจากมีการนิมนต์พระภิกษุมาจากหลายพื้นที่หลายจังหวัด รวมทั้งฝ่ายพม่าก็ต้องจัดเตรียมค่าเดินทางให้ เพราะการเดินทางจากฝั่งพม่าข้ามฟากมามายัง จ.ระนอง มีความยากลำบากมาก ส่วนข้าวสารอาหารแห้งที่ได้รับจากการตักบาตรส่วนหนึ่งก็จะนำไปมอบถวายให้กับวัดใน 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และถวายกลับไปยังพระภิกษุพม่าเพื่อนำกลับไปยังวัดในฝั่งพม่า
ผลจากการจัดกิจกรรมทำให้ฝ่ายพม่าเกิดความสนใจที่จะให้มีการจัดในฝั่งพม่าบ้าง ซึ่งในขณะนี้ได้กำหนดคร่าวๆที่จะจัดตักบาตรมิตรภาพพม่า-ไทย 1000 รูปที่ จ.เกาะสองในเดือน พ.ย. 2558 นี้ โดยจะมีพระภิกษุจากฝั่งไทยเข้าร่วม 500 รูป พระฝ่ายพม่า 500 รูป ซึ่งมั่นใจว่ากิจกรรมที่เกิดขึ้นจะส่งผลดีต่อความสัมพันธ์ของประชาชนทั้งสองประเทศ เป็นการเตรียมตัวและเตรียมพร้อมรับเออีซีได้เป็นอย่างดี และในวันที่ 31 มี.ค. 2558 ทางศูนย์ยังมีกิจกรรมที่สำคัญอีกกิจกรรมคือบวชสามเณรฤดูร้อน 350 รูป ขณะนี้อยู่ในระหว่างการเตรียมการและเชิญชวนผู้ประครองใน จ.ระนองให้นำบุตรหลานเข้าร่วมโครงการดังกล่าว เพราะเป็นกิจกรรมที่ทำขึ้นเพื่อปรับปรุง เปลี่ยนแปลงเด็ก เยาวชนให้ห่างไกลการมั่วสุมในสิ่งไม่ดี อบายมุขต่างๆ โดยจะเน้นในการพัฒนาจิตใจเป็นสำคัญ
ดีเอสไอพบส่อวางแผนโกงเครดิตยูเนี่ยนเป็นขั้นตอน
แหล่งข่าวจากพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) คดียักยอกทรัพย์สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด เปิดเผยถึงประเด็นคืบหน้าการสอบสวนว่า จากการตรวจสอบเอกสารระเบียบ ข้อบังคับของสหกรณ์พบความผิดปกติอย่างชัดเจนเกี่ยวกับการใช้อำนาจเบิกจ่ายเงินของนายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์ฯ โดยไม่คำนึงถึงกฎเกณฑ์และความเหมาะสม ไม่มีการเบิกจ่ายและลงบัญชีตามมาตรฐาน มีการอ้างมติที่ประชุมคณะกรรมการบริหารสหกรณ์ฯเพื่อสร้างความชอบธรรม เข้าข่ายกระทำผิดพ.ร.บ.สหกรณ์ รวมถึงการอนุมัติให้นิติบุคคลหรือสมาชิกสมทบที่ไม่ได้ถือหุ้นในสหกรณ์กู้ยืมเงินโดยไม่มีหลักประกัน การยืมเงินทดรองจ่ายจำนวนมากจนทำให้สหกรณ์ได้รับความเสียหาย แม้โดยหลักการประธานคณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์ฯจะมีอำนาจเบิกจ่ายเงินจำนวนมากได้ แต่จากการตรวจสอบพบนายศุภชัยมีพฤติกรรมใช้อำนาจตามอำเภอใจ มีการเบิกจ่ายเงินไปยังสหกรณ์ย่อยหลายสาขาที่ตัวเองดำรงตำแหน่งเป็นผู้บริหาร ซึ่งตั้งข้อสังเกตว่าพฤติกรรมเหล่านี้ส่อเจตนาทุจริตเพื่อยักยอกเงิน ซึ่งมีการวางแผนอย่างเป็นระบบ โดยข้อพิรุธทั้งหมดนายทะเบียนสหกรณ์และกรมตรวจบัญชีสหกรณ์เคยทักท้วงหลายครั้ง แต่ไม่เป็นผล
แหล่งข่าวจากดีเอสไอระบุด้วยว่าคดีดังกล่าวคงต้องใช้เวลาในการพิจารณาและรวบรวมข้อเท็จจริงที่มีอยู่จำนวนมาก เพื่อเอาผิดกับผู้ที่ได้รับผลประโยชน์จากการยักยอกเงินสหกรณ์ ซึ่งเชื่อว่าจะมีผู้เกี่ยวข้องที่ต้องถูกดำเนินคดีอีกจำนวนมาก เช่นการตรวจสอบพฤติกรรมของผู้จัดการ เจ้าหน้าที่การเงิน เจ้าหน้าที่บัญชี ที่ปล่อยให้มีการสั่งจ่ายเงินโดยไม่สมเหตุสมผล ซึ่งเบื้องต้นพบว่ากลุ่มคนเหล่านี้มีเงินในบัญชีมากกว่าปกติ บางรายมีเงินเข้าบัญชีกว่า 5-6 ล้านบาท หากพิจารณาจากตำแหน่งหน้าที่แล้วถือว่าสูงผิดปกติ การสอบสวนคดีครั้งนี้ตั้งเป้าดำเนินคดีทั้งขบวนการ



