พระเครื่อง

แม่ป่วยเป็นมะเร็งระยะที่๓รักษาเต็มที่จนเงินหมดควรทำอย่างไร

แม่ป่วยเป็นมะเร็งระยะที่๓รักษาเต็มที่จนเงินหมดควรทำอย่างไร

17 ก.พ. 2558

แม่ป่วยเป็นมะเร็งระยะที่๓พยายามรักษาเต็มที่จนเงินหมดควรทำอย่างไรดี : ปุจฉา-วิสัชนากับพระไพศาล วิสาโล

               ปุจฉา : กราบนมัสการพระอาจารย์ พอดีแม่ป่วยเป็นมะเร็งระยะ ๓ ดิฉันพยายามรักษาแม่เต็มที่แต่เงินหมด แล้วตอนนี้ก็ค่อนข้างลำบาก ท่านพระอาจารย์จะมีแนวทางแนะนำดิฉันได้ไหมคะ ตอนนี้ดิฉันก็เป็นหนี้เบิกเงินเดือนล่วงหน้าจนจะหมดแล้วค่ะ ขอเเนวทางชี้แนะด้วยนะคะ ขอบพระคุณค่ะ

               วิสัชนา : คุณหรือคุณแม่น่าจะลองใช้สิทธิ ๓๐ บาทรักษาทุกโรค โดยโทรศัพท์ปรึกษาที่หมายเลข ๑๓๓๐ ว่า คุณสามารถใช้สิทธิ์ได้ที่ใด ถ้าคุณแม่ของคุณรักษาที่โรงพยาบาลของรัฐอยู่แล้ว ก็อาจขอโอนสิทธิ์มาที่โรงพยาบาลที่กำลังรักษาตัวอยู่ โดยให้เหตุผลว่าเป็นการรักษาเฉพาะทางที่โรงพยาบาลใกล้บ้านที่คุณมีสิทธิ ๓๐ บาทไม่สามารถทำได้ หรืออ้างว่าหมอประจำตัวคนไข้นั้นรักษากันมานานแล้ว

               ในกรณีที่คุณแม่รักษาตัวที่โรงพยาบาลเอกชน น่าจะย้ายไปรักษาที่โรงพยาบาลของรัฐแทน ทุกวันนี้โรงพยาบาลของรัฐสามารถรักษามะเร็งหรือดูแลผู้ป่วยมะเร็งได้ดีมาก อาจดีกว่าโรงพยาบาลเอกชนด้วยซ้ำ อีกทั้งโรงพยาบาลของรัฐปัจจุบันก็มีบริการที่สะดวกสบายพอๆ กับโรงพยาบาลเอกชน

               อีกประเด็นหนึ่งก็คือ หากคุณแม่มีอาการหนัก อยู่ในระยะสุดท้าย ควรใช้วิธีการดูแลแบบประคับประคอง (palliative care) ซึ่งเป็นการรักษาตามอาการ โดยมุ่งให้ผู้ป่วยมีความสุขสบาย วิธีนี้สิ้นเปลืองน้อยกว่า และช่วยให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตดีกว่าการพยายามรักษาผู้ป่วยให้หาย ซึ่งมักใช้วิธีการที่รุนแรง สร้างความเจ็บปวด อย่างมากก็ช่วยใช้มีชีวิตยืนยาวขึ้น แต่ไม่ได้ช่วยให้หายหรือรอดตาย อีกทั้งคุณภาพชีวิตกลับจะย่ำแย่ลง

               หากใช้การดูแลแบบประคับประคอง คุณสามารถพาผู้ป่วยมาดูแลที่บ้านก็ได้ โดยขอคำแนะนำและความช่วยเหลือจากโรงพยาบาลของรัฐ ซึ่งอาจมีบริการเยี่ยมผู้ป่วยที่บ้าน หรือติดต่อโรงพยาบาลประจำตำบล (กรณีที่อยู่ชนบท)ให้ช่วยดูแลสนับสนุน การดูแลแบบนี้มีหลายอย่างที่คนทั่วไปหรือญาติผู้ป่วยสามารถทำได้เอง โดยไม่ต้องพึ่งหมอและพยาบาล หากคุณต้องการรายละเอียดเพิ่มเติม อาตมาขอแนะนำให้ปรึกษา ศูนย์บริรักษ์ โรงพยาบาลศิริราช โทร.๐-๒๔๑๙-๙๖๗๙, ๐-๒๔๑๙-๙๖๘๐

วิตกกังวลว่าจะเดือดร้อนเพราะชอบคิดลบหลู่ดูถูกผี เปรต อสุรกาย

               ปุจฉา : กราบนมัสการค่ะ คือหนูมีเรื่องไม่สบายใจ หนูมีอาการคล้ายโรคย้ำคิดย้ำทำค่ะ ค้นหาในอินเทอร์เน็ตก็เจอ ที่พระอาจารย์พิมพ์ไว้ว่า “อย่าไปห่วงว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์จะโกรธเคือง หรือคิดว่านี่เป็นการจาบจ้วงท่าน ท่านย่อมมีญาณหยั่งรู้ว่า นี่เป็นฝีมือของมาร ไม่ได้เกิดจากความตั้งใจของคุณ ขอให้คุณสบายใจ และทำตามที่อาตมาแนะนำ ก็จะดีขึ้นเรื่อย ๆ”

               แต่หนูสงสัยว่าถ้าหนูไม่ได้คิดลบหลู่แค่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ แต่คิดลบหลู่หรือไปขอสิ่งที่ไม่ดีให้กับตัวเองด้วย กับพวกผีเปรต อสุรกาย สัตว์นรกในภพภูมิต่างๆ เขาจะมีญาณหยั่งรู้เหมือนที่สิ่งศักดิ์สิทธิ์มีไหมคะ เขาจะรู้ไหมคะว่าหนูไม่ได้ตั้งใจด่าว่าเขาเเละไม่ได้ต้องการสิ่งที่ขอออกไปเลย

               วิสัชนา : คำด่าว่าจ้วงจาบที่ผุดขึ้นมาในใจคุณนั้น ว่ากันตามจริงแล้วเป็นสิ่งที่จิตปรุงแต่งขึ้นมาเอง มิได้เกิดจากความตั้งใจของคุณที่จะลบหลู่ดูถูกสิ่งใด ดังนั้นจึงไม่ควรคิดว่านั่นเป็นการกระทำของคุณ ในเมื่อความคิดปรุงแต่งดังกล่าวมิได้มีเจตนาเป็นองค์ประกอบ จึงไม่มีพลังที่จะส่งผลต่อผี เปรต อสุรกาย หรือสัตว์นรกต่างๆ ได้ คุณจึงไม่ควรเป็นห่วงว่าจะประสบความเดือดร้อนเพราะสิ่งเหล่านี้

               อันที่จริงสิ่งเหล่านี้อยู่ในภพภูมิที่ต่ำ ย่อมไม่มีญาณหยั่งรู้หรือความสามารถพิเศษอย่างที่สิ่งศักดิ์สิทธิ์มี สิ่งที่คุณควรทำมีเพียงอย่างเดียว คือ เมินเฉยเสียงที่ดังอยู่ในหัวของคุณ มันจะว่าอย่างไร ก็อย่าไปสนใจ ไม่ต้องผลักไสหรือกลัวมัน หากวางใจเป็นอุเบกขา มันก็จะค่อยๆ หายไปเอง

 

"}])