
ประจำวันอาทิตย์ที่12ก.ค.
*** "คมเลนส์ส่องพระ" วันนี้ขอเริ่มกันที่ พระสมเด็จ ซึ่งช่วงนี้มีการหมุนเวียนเปลี่ยนมือกันบ่อยๆ ใครมีเงินเหลือใช้ ซื้อไว้ไม่มีทางขาดทุน องค์แรก คือ พระสมเด็จ กรุบางขุนพรหม พิมพ์เส้นด้าย เป็นพระเก่าเก็บของผู้ใหญ่ เช่ามาก่อนเปิดกรุอย่างเป็นทางการเมื่อปี ๒๕๐
ตอนเช่ามาสมัยนั้น ไม่กี่พันบาท มาถึงวันนี้เห็นว่ามีราคาเป็นล้าน ก็เลยเอามาเปลี่ยนเป็นเงินดีกว่า โดยคนที่โชคดีได้จ่ายเงินซื้อคือ ป๋อง สุพรรณ องค์นี้เนื้อเข้มจัดมาก แบบเนื้อขนมตุ๊บตั๊บของฝั่งวัดระฆัง องค์พระสวยคมชัดทุกซอกมุม ไม่ชำรุดอุดซ่อมแต่ประการใด ถือเป็น องค์ครูเนื้อครู ได้เลย
** องค์ที่ ๒ พระสมเด็จ พิมพ์เส้นด้าย ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเป็น พระกรุบางขุนพรหม (วัดใหม่อมตรส) เพราะทางฝั่งวัดระฆัง ไม่มีพิมพ์นี้ ** สภาพโดยทั่วไป สวยคมชัดมาก เนื้อจัด คราบกรุบางๆ อย่างมีเสน่ห์ พระพิมพ์นี้เส้นสายจะบางคมกว่าพิมพ์อื่นๆ ที่เห็นได้ชัดคือเส้นซุ้มครอบแก้ว เส้นฐาน วงแขนที่วางในท่าสมาธิจะเป็นวงกลม โย้เล็กน้อย กล่าวโดยสรุป คือ เป็นพระที่อยู่ในขั้นสวยมากองค์หนึ่ง เป็นพระของ นักธุรกิจชื่อดัง สมบูรณ์ หลายปัญญา ผู้บริหาร บริษัท แอล.วาย.อินดัสทรีย์ จำกัด และบริษัท แอล.วาย.อีสเทิร์น เท็กซ์ไทด์ จำกัด ผู้สนใจสะสมพระด้วยจิตศรัทธาอย่างแท้จริง **
** ต้นกำเนิด พระกริ่งบาเก็ง เป็นพระกริ่งจีน แต่ไปขุดพบที่ เทือกเขาพนมบาเก็ง ในเขมร พุทธลักษณ์แตกต่างไปจาก พระกริ่งใหญ่ แต่ความนิยมพอๆ กัน และเป็นพระกริ่งที่หายากมานานแล้ว ดังนั้น ในสมัยของ พระมงคลราชมุนี หรือ เจ้าคุณศรีฯ (สนธิ์ ยติธโร) ศิษย์เอกใน สมเด็จพระสังฆราช (แพ) วัดสุทัศนฯ จึงได้มีการสร้าง พระกริ่งบาเก็ง ขึ้นมาหลายวาระด้วยกัน โดยถอดพิมพ์มาจาก พระกริ่งบาเก็ง องค์เดิมที่ได้จากเขมร ตามประวัติ ท่านเจ้าคุณศรีฯ (สนธิ์) ได้สร้าง พระกริ่งบาเก็ง หลายครั้ง ช่วงปี ๒๔๘๕-๒๔๙๔ แต่ละครั้งมีจำนวนสร้างไม่มากนัก ไม่เกิน ๒๐๐ องค์เท่านั้น แสดงว่า ท่านเจ้าคุณศรีฯ (สนธิ์) มีความนิยมชมชอบในพุทธศิลป์ของ พระกริ่งบาเก็ง นี้มากเป็นพิเศษ ถึงได้สร้างหลายครั้งด้วยกัน
** พระกริ่งบาเก็ง องค์ในภาพนี้ ท่านเจ้าคุณศรีฯ (สนธิ์) สร้างเมื่อวันที่ ๙ พฤษภาคม ๒๔๘๗ (วงการเรียกว่า พระกริ่งบาเก็ง รุ่น ๒) จำนวนสร้าง ๒๐๒ องค์ บรรจุกริ่งในตัว ๒ รู โดยใช้ทองชนวนที่เหลือจาก พระกริ่งบาเก็ง รุ่น ๑ เนื้อหามวลสารจึงใกล้เคียงกัน คือ เนื้อในแดงออกชมพู กลับเทาแก่เงิน พระกริ่งบาเก็ง รุ่น ๒ นี้ ช่วงฐานด้านหลังจะมีรอยมาแต่ในพิมพ์ ที่เรียกกันว่า “ปาดก้น” ซึ่งไม่มีใบในพระกริ่งบาเก็ง รุ่น ๑ นอกจากนี้พระกริ่งบางองค์จะมีการตอกโค้ด บางองค์ก็ไม่มี ที่พิเศษของ พระกริ่งบาเก็ง องค์นี้คือ ใต้ฐานมีรอยเหล็กจาร ลายมือของ ท่านเจ้าคุณศรีฯ (สนธิ์) อย่างสวยงามชัดเจน เป็นพระกริ่งองค์สวยคมชัดของ เสาวนีย์ จันทรปัญญากุล นักธุรกิจย่านผ่านฟ้า ละแวกถนนราชดำเนิน ผู้สะสมพระสวยมีอันดับท่านหนึ่ง ที่มีพระหลักยอดนิยมอยู่ในครอบครองมากพอสมควร **
** แม้ว่าจะเป็น พระปิดตา ที่หายาก ราคาแพง แต่หากศรัทธาสนใจจริงๆ และมีกำลังเงินมากพอ ก็ย่อมจะสำเร็จสมหวังได้เสมอ อย่างกรณีของ บงกชธร บำรุงพืช นักธุรกิจแวดวงบันเทิง ผู้สนใจพระหลักยอดนิยมมาโดยตลอด ล่าสุดได้ พระปิดตาหลวงปู่เอี่ยม วัดหนัง พิมพ์ยันต์ยุ่ง และ พระปิดตาหลวงปู่ทับ วัดทอง พิมพ์ยันต์ยุ่ง เศียรบาตร มาพร้อมๆ กัน ๒ องค์ เลยขอภาพให้ชมเป็นวิทยาทาน ขอให้สังเกตว่า พระปิดตาวัดหนัง มือล้วงลงไปทางทวาร ขณะที่พระปิดตาวัดทอง จะโชว์แข้ง เป็นจุดแตกต่างของพระปิดตา ๒ พระเกจิอาจารย์ชื่อดังร่วมสมัย และต่างก็เป็นสุดยอดพระปิดตาเนื้อโลหะ ที่ได้รับยกย่องให้เป็น ๑ ใน ๕ ของชุดเบญจภาคีพระปิดตายอดนิยม ประเภทเนื้อโลหะ ที่เช่าหากันองค์หลายแสนบาทขึ้นไป **
** เหรียญหลวงพ่อทวด วัดช้างให้ จ.ปัตตานี นอกจากเหรียญรุ่นแรก ปี ๒๕๐๐ ที่แพงสุดๆ เหรียญสวยคมชัดอยู่ในหลักล้านบาทแล้ว ก็ยังมีเหรียญหลัก (หลาย) แสนอยู่อีกหลายเหรียญ ๑ ในนั้นก็คือ เหรียญรุ่นเลื่อนสมณศักดิ์ ปี ๒๕๐๘ เนื้อทองแดงรมดำ พิมพ์นิยม สวยคมชัดมากๆ และอยู่ในสภาพเดิมๆ อย่างที่เห็นในภาพนี้จะต้องเฉียดล้านอย่างแน่นอน เหรียญนี้เป็นของ พล.ท.เชวงศักดิ์ ทองสลวย ผู้ศรัทธาเลื่อมใสในหลวงพ่อทวดมาตั้งแต่สมัยยังเป็นหนุ่ม ด้วยกิตติศัพท์ที่เลื่องลือกันว่า ใครมีเหรียญเลื่อนสมณศักดิ์ รุ่นนี้แล้ว จะมีความเจริญก้าวหน้าในชีวิตราชการ จะมีโอกาสได้เลื่อนยศเลื่อนตำแหน่งอยู่เสมอ (หากทำงานดี) ซึ่งก็เป็นความจริง ที่ท่าน พล.ท.เชวงศักดิ์ ได้ประสบพบเห็นมาด้วยตนเองเสมอ นอกจากเหรียญรุ่นนี้แล้ว ท่านยังได้สะสมพระหลวงพ่อทวด อีกหลายรุ่น รวมทั้งเหรียญพระอาจารย์ฝั้น อาจาโร เหรียญหลวงปู่เพิ่ม วัดกลางบางแก้ว รุ่นแรก ฯลฯ ที่พิเศษสุดๆ คือ พระสมเด็จ จิตรลดา พิมพ์เล็ก ซึ่งหายากกว่าพิมพ์ใหญ่ เพราะจำนวนสร้างน้อยกว่ากันมาก มีโอกาสจะได้ขอภาพมาให้ชมกันในคอลัมน์นี้ต่อไป
** พูดถึง เหรียญหลวงปู่เพิ่ม วัดกลางแก้ว จ.นครปฐม ก็พอดียังมีภาพที่ สุขเกษม ปาริชาติดุสิต ผู้บริหารบริษัท อรรถสาส์น จำกัด ที่ได้ลงของท่านไปแล้วในคอลัมน์ “เส้นทางนักพระเครื่อง” เมื่อวันอาทิตย์ก่อนโน้น ยังมีเหรียญหลวงปู่เพิ่มอยู่อีก ๑ เหรียญที่ยังไม่ได้ลง คือ เหรียญโภคทรัพย์ หรือ เหรียญสตางค์ เพราะมีขนาดเล็กเท่ากับเหรียญสตางค์ วงการนักสะสมถือว่าเป็นนามมงคล คือ เหรียญเพิ่มสตางค์ หรือ เหรียญเพิ่มเงิน ก็เลยพากันนิยมชมชอบเป็นพิเศษ จากเหรียญละไม่กี่พันบาท เวลานี้พุ่งแพงขึ้นเป็นหลักแสนอย่างเหลือเชื่อจริงๆ ตุ๋ย อรรถสาส์น บอกว่า เก็บมานานแล้ว สมัยราคายังถูกๆ จึงมีอยู่หลายเหรียญ เมื่อรู้ว่าราคาแพงขึ้นก็รู้สึกดีใจ แต่ก็ไม่เคยคิดจะขายออก เพราะพระทุกองค์ที่เช่าบูชามา ไม่ได้หวังจะปล่อยต่อเอากำไรแต่อย่างใดเลย ** เหรียญหลวงปู่เพิ่ม รุ่นนี้ ออกเมื่อปี xxxxx **
** วันนี้ยังมี พระกรุล้านนา มาให้ชมกันอีก โดยส่งมาจาก นพ.ภาณุเมศ ศรีสว่าง แพทย์ผู้ชำนาญสาขาโรคหัวใจ โรงพยาบาลสวนดอก จ.เชียงใหม่ คือ พระขุนแผน กรุวัดหัวข่วง (วัดแสนเมืองมาหลวง) เนื้อดินเผา อายุการสร้างประมาณ ๖๐๐ ปี ** พระกรุวัดหัวข่วง ที่พบส่วนมากเป็น พิมพ์พระรอด ส่วนพิมพ์ขุนแผน มีน้อยมาก จึงพบเห็นยาก คนที่มีอยู่ต่างก็เก็บกันเงียบ ไม่ยอมเอาออกมาโชว์ให้ใครเห็น เพราะเป็นพระที่มีประสบการณ์สูงทางด้านเมตตามหานิยม
** พระพิมพ์นี้มีลักษณะคล้ายกับ พระขุนแผน เนื้อดินเผา ที่มีต้นกำเนิดมาจาก เมืองสุพรรณบุรี กรุวัดบ้านกร่าง อ.ศรีประจันต์ และกรุวัดใหญ่ชัยมงคล จ.พระนครศรีอยุธยา คือ พระขุนแผนเคลือบ ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นพระที่ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทรงสร้างขึ้น เมื่อครั้งประสบชัยชนะจากสงครามชนช้างกับ พระมหาอุปราช แม่ทัพใหญ่ของพม่า ** สำหรับ วัดแสนเมืองมา (วัดหัวข่วง) เป็นวัดที่สร้างขึ้นในสมัย พระเจ้าแสนเมือง กษัตริย์ราชวงศ์มังราย ทรงครองราชย์ระหว่างพ.ศ.๑๙๓๑-๑๙๕๔ วัดหัวข่วง จึงเท่ากับเป็น วัดหลวง นั่นเอง และ พระขุนแผน กรุวัดหัวข่วง ก็คือ พระที่กษัตริย์ทรงสร้างขึ้น เช่นเดียวกับ พระขุนแผน เมืองสุพรรณ / อยุธยา
** วัดหัวข่วง อยู่ในตัวเมืองเชียงใหม่ ทุกวันนี้มี พระครูปลัดทรงสวัสดิ์ ปัญญาวชิโร (ครูบาแอ) เป็นเจ้าอาวาส ท่านเป็นพระนักพัฒนา ที่ไม่ยอมอยู่นิ่งเฉยไปวันๆ มีงานต้องทำตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นตัวท่านเอง หรือพระลูกวัดก็ตาม...** ท่านที่สนใจ พระกรุล้านนา หรือ พระเมืองเหนือ ของแท้มีใบรับประกัน เปิดเข้าไปดูได้ที่ pralanna.com จัดทำโดยทีมงาน น้อย ไอยรา อาจารย์พิเศษแห่งมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ผู้มีประสบการณ์ด้านพระเครื่องมานานกว่า ๓๐ ปี และเป็นผู้ที่ แล่ม จันท์พิศาโล ให้ความเคารพนับถือมาโดยตลอด **
** เหรียญพระครูรัตนวิมล ที่เห็นในภาพนี้ นับว่าเป็นเหรียญที่น่าสนใจไม่น้อย เพราะไม่มีตัวหนังสืออื่นใดบนหน้าเหรียญอีกเลย นอกจาก อักขระเลขยันต์ หลังเหรียญเท่านั้น ทำให้เกิดการท้าทายที่จะนำไปสู่การเรียนรู้ว่า แท้จริงแล้ว เหรียญนี้เป็นของพระเกจิอาจารย์ท่านใด ? หมอ ท่าแซะ เจ้าของเหรียญนี้บอกว่า เหรียญนี้เป็นเหรียญหลวงพ่อแบน วัดท่าเคย อ.ท่าฉาง จ.สุราษฎร์ธานี เป็นเหรียญรุ่นแรก อายุการสร้างกว่า ๕๐ ปี ที่เห็นนี้เป็นพิมพ์นิยม ที่เรียกว่า พิมพ์ "นะขาด" โดยดูจากตัวอักขระตัวขอม ที่อ่านว่า "นะ" (เหมือนกับตัว L) จะมีเส้นขาดที่ด้านล่าง) ราคาเช่าหาหลายหมื่นบาท คนในท้องถิ่นนิยมกันมาก เพราะหลวงพ่อท่านนี้มีวิชาอาคมขลัง ชาวบ้านเคารพศรัทธาเลื่อมใส อีกทั้งรูปแบบของเหรียญก็มีความสวยงามคมชัด คลาสสิกจริงๆ **
** นอกจากมีข่าวการประกวดพระ ๒ รายการใหญ่ ที่ไบเทคบางนา ( ๒ สิงหาคม ๒๕๕๒) และที่ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ อ.สามพราน จ.นครปฐม ( ๒๓ สิงหาคม๒๕๕๒) แล้ว...ในวันอาทิตย์ที่ ๑๙ กรกฎาคม นี้ สมาคมผู้นิยมพระเครื่องพระบูชาไทย จะจัดให้มีการตรวจสอบ พระเครื่อง ขึ้นด้วย ณ ที่ทำการของสมาคม ฯ ชั้น ๓ ห้างพันธุ์ทิพย์ งามวงศ์วาน พระที่รับตรวจสอบคือ พระชุดเบญจภาคี พระเนื้อดิน และพระเนื้อผง ท่านที่มีพระ ๓ ประเภทอยู่ในครอบครอง เอาไปให้พิจารณาได้ โดยเสียค่าบริการเล็กน้อย หากเป็น พระแท้ ทางสมาคมฯ จะออกใบรับรองให้ จะซื้อจะขายให้ใครก็มั่นใจได้ ถ้าหากเป็น พระปลอม ก็จะบอกความจริงให้เช่นกัน เจ้าของพระก็จะได้หายกังขาเสียที...ขอให้ทุกท่านโชคดี..ขอขอบพระคุณ...นะมัสเต ***



