พระเครื่อง

สิ่งที่ควรแสวงหาและสิ่งที่ไม่ควรแสวงหา

สิ่งที่ควรแสวงหาและสิ่งที่ไม่ควรแสวงหา

11 ก.พ. 2558

สิ่งที่ควรแสวงหาและสิ่งที่ไม่ควรแสวงหา : ธรรมะยู-เทิร์น โดยอิทธิโชโต

            ในพระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค เล่ม ๔ ภาค ๒  มณิจูฬกสูตร ว่าด้วยทองและเงินไม่สมควรแก่สมณศากยบุตร ไว้ตอนหนึ่งว่า ครั้งหนึ่งพระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสกับนายคามณีว่า ทองและเงินไม่ควรแก่สมณศากยบุตร สมณศากยบุตรย่อมไม่ยินดีทองและเงิน สมณศากยบุตรห้ามแก้วและทอง ปราศจากทองและเงิน....ทองและเงินควรแก่ผู้ใด เบญจกามคุณก็ควรแก่ผู้นั้น เบญจกามคุณควรแก่ผู้ใด ทองและเงินก็ควรแก่ผู้นั้น ดูก่อนนายคามณี ท่านพึงทรงจำความที่ควรแก่เบญจกามคุณนั้นโดยส่วนเดียวว่า ไม่ใช่ธรรมของสมณะ ไม่ใช่ธรรมของศากยบุตร

            "อนึ่งเล่า เรากล่าวอย่างนี้ว่า ผู้ต้องการหญ้าพึงแสวงหาหญ้า ผู้ต้องการไม้พึงแสวงหาไม้ ผู้ต้องการเกวียนพึงแสวงหาเกวียน ผู้ต้องการบุรุษพึงแสวงหาบุรุษ เรามิได้กล่าวว่า สมณศากยบุตรพึงยินดี พึงแสวงหาทองและเงินโดยปริยายอะไรเลย"

            เห็นไหมว่า ขนาดเงินมีประโยชน์ พระพุทธเจ้ายังไม่ให้พระใช้เงิน  เพราะมันมีประโยชน์ แต่มันก็มีโทษด้วย

            ถ้าพระถือเงินไปภาวนาก็กังวลแล้วว่าจะเก็บเงินไว้ไหนดี มีของมีค่าจะเก็บไว้อย่างไรดี ดีไม่ดี ขโมยรู้มันตีหัวเอาของเลยก็มี  เพราะมันเป็นโทษได้ การที่พระพุทธเจ้าเห็นว่าเป็นโทษ จึงให้ปรับอาบัติถ้าไปจับไปต้อง

            ไม่งั้นพระพุทธเจ้าจะให้ญาติโยมปวารณาทำไมว่า ใครอยากจะดูแลภิกษุรูปนั้นรูปนี้ อยากจะช่วยเหลือก็ปวารณากับภิกษุเสีย เราก็มาพิจารณาดูสิว่าปัจจุบันพระเป็นเช่นไร ก็ให้มองตัวอย่างจากครูบาอาจารย์ที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบที่ท่านยังคงรักษาพระธรรมวินัยอย่างเคร่งครัดก็มี อย่าไปเอาตัวอย่างพระที่ไม่ดีมาชี้นำ

            เราเองตอนเด็กๆ เคยฟังคนแก่คุยกัน ตอนนั้นเราก็ไม่เชื่อ เขาบอกว่า "ต่อไป คนแก่จะมีลูก"

            มันจะเป็นไปได้อย่างไร เราก็คิดนะว่าไม่น่าจะเป็นไปได้ คนแก่ก็บอกว่า ให้คอยดูไปก็แล้วกัน คือ มันเป็นปริศนาธรรม แล้วเขาเอามาจากไหน ส่วนใหญ่ก็มาจากครูบาอาจารย์ พระสงฆ์องคเจ้าสมัยก่อนที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบนั่นแหละได้มองการณ์ไกลไว้

            เดี๋ยวนี้ เราเห็นแล้วว่า คนแก่มีลูกจริงๆ คือคนแก่ต้องมาเลี้ยงลูกของลูก เป็นเพราะสภาพของครอบครัวสมัยใหม่ที่พ่อแม่ต้องไปทำงานนอกบ้าน บางทีไปกันเป็นปี ปล่อยให้ปู่ย่าตายายเลี้ยงหลาน แล้วปู่ย่าตายายก็รักหลานมาก เวลาไปวัดก็จะเอาลูกหลานไปวัดด้วย เด็กๆ ก็จะได้ศีล ได้ธรรมกลับมา

            เดี๋ยวนี้ พ่อแม่ให้อะไรกับลูก ให้เทคโนโลยี เขาก็ซึมซับเรื่องเทคโนโลยี ทำให้เด็กสมัยนี้ซึมซับเรื่องศีลธรรม จริยธรรมน้อยมาก ลองนับดูปีหนึ่งๆ มีวันเทศกาลมากแค่ไหน หนุ่มสาวไปไหนกัน หรือไม่ต้องมีเทศกาล เขาไปไหนกัน เรารู้บ้างไหม เขาอาจจะได้ไปวัดแค่สองสามครั้งเอง หรือไม่ได้ไปเลยด้วยซ้ำ

            แล้วจะทำอย่างไรในวันข้างหน้า สังคมวัยรุ่น บ้านเราเมืองเราจะเป็นอย่างไรต่อไป เพราะการปลูกฝังเรื่องศีลธรรมในภาคปฏิบัติน้อยจริงๆ

"}])