
อนุสรณ์ผาลไถนา๑เดียวในโลก!ณ วัดในปราบอ.เคียนซาจ.สุราษฎร์
อนุสรณ์ผาลไถนา๑เดียวในโลก!ณ วัดในปราบ อ.เคียนซา จ.สุราษฎร์ธานี : ท่อไปในแดนธรรม เรื่องและภาพ ไตรเทพ ไกรงู
"เครื่องรางที่สร้างจากผาลไถนา" ปัจุบันต้องยกให้พ่อท่านชื่น อินทปัญโญ พระอริยสงฆ์แห่งวัดในปราบ อ.เคียนซา จ.สุราษฎร์ธานี ผู้สร้างเครื่องรางผาลไถอันโด่งดัง ท่านให้คติว่า วัตถุจากธรรมชาติและเครื่องใช้ไม้สอยต่างๆ ที่เราใช้ในชีวิตปกติประจำวันหลายชนิดมีอาถรรพณ์อยู่ในตัวอยู่แล้ว ไม่ต้องปลุกเสกสามารถนำไปใช้ได้เลย อย่างกรณีผาลไถนา ซึ่งใช้ประโยชน์สำหรับไถพลิกพื้นดิน และเป็นของใช้ชนิดเดียวในโลกที่สามารถพลิกแผ่นดินได้ เมื่อไถลงไปในดินแล้วก็สามารถผ่านตลอดโดยไม่มีอะไรติดขัด
ผาลไถนา วัตถุอาถรรพณ์ชนิดหนึ่งที่มีคติความเชื่อมาแต่โบราณและปัจจุบันนี้ก็ยังเชื่อกันอยู่ คือ ผาลไถนี้ผีกลัวมาก แค่เอาน้ำล้างหัวไถไปพรมคนผีเข้าก็ออกแล้ว ยังเชื่อว่าผาลไถทำอะไรก็ผ่านโดยสะดวกตามต้องการ พลิกร้ายกลายเป็นดีด้วย แช่โอ่งน้ำไว้กินอาบ ใครทำคุณมาผ่านพ้นไม่ต้องตัว และที่เชื่อกันมากที่สุดคือจะกลับร้ายกลายเป็นดี ดั่งเหมือนผาลไถที่กลับหน้าดินในการทำนา
คนสมัยก่อนเมื่อทำนา ผาลไถนาหมดอายุการใช้งาน ก็จะอามาเป็นเครื่องราง ยิ่งถ้าได้เอาไปให้อาจารย์ที่เรืองเวทเสกแล้วจะมีคุณมากยิ่งขึ้น โดยมักจะตัดเป็นชิ้นเล็กๆ ให้ลูกหลานและญาติมิตรไว้ใช้เพื่อเป็นสิริมงคล และเตือนสติในคุณค่าของเครื่องมือสำคัญอีกชิ้นหนึ่งที่ช่วยให้คนมีข้าวกิน
คติการใช้ผาลเป็นวัตถุอาถรรพณ์นั้น ส่วนใหญ่เป็นคนในภาคใต้ โดยจะใช้ผาลในการประกอบพิธีต่างๆ เมื่อหมดอายุใช้งาน หรือมีผาลเก่าๆ ก็จะเอาขึ้นหิ้งบูชา บางรายถึงกับใส่ไว้ในโอ่งน้ำเพื่อป้องกันอาถรรพณ์ ขณะเดียวกันการทำพิธีถอนอาถรรพณ์พื้นดิน เมื่อเสร็จพิธีจะสวดถอนก็จะเอาผาลพลิกธรณีทั้ง ๘ ทิศ นอกจากนี้แล้วในการถอนหรือย้ายตำหนิบนร่างกาย (ไฝ-ปาน) จะใช้ผาลในการประกอบพิธีถึงจะได้ผลดีที่สุด
ด้วยเหตุดังกล่าว หลวงพ่อชื่นใช้ผาลไถนาส่วนที่เป็นเหล็กอายุกว่า ๑๐๐ ปี นำมาตัดเป็นชิ้นๆ ขนาดและรูปร่างต่างๆ กันไปแล้วแต่หลวงพ่อจะจารมือลงไปว่าเป็นยันต์อะไร บางครั้งก็ยันต์นะ บางครั้งก็ยันต์อุ
สิ่งหนึ่งที่เป็นเครื่องยินยันว่า ผาลไถนาเป็นวัตถุอาถรรพณ์ที่สามารถผลิกชะตาชีวิตให้ร้ายกลับกายเป็นดีได้คือ อนุสรณ์ผาลไถนา ขนาดกว้างประมาณ ๒ เมตร สูง เกือบ ๓ เมตร น้ำหนักกว่า ๓ ตัน ตั้งอยู่ด้านหลังโบสถ์วัดในปราบ โดยแต่ละวันจะมีคนเดินทางมาปิดทองจนเหลืองอร่าม พร้อมกับเช่าชิ้นส่วนหัวผาลไถ่นาที่ตัดเป็นรูป ๓ เหลี่ยม วันละนับร้อยๆ ชิ้น ว่ากันว่าโบสถ์พระมหาเจดีย์ กุฏิ รวมทั้งสิ่งปลูกสร้างในวัดกว่าครึ่งหนึ่งของมูลค่าการก่อสร้างมาจากการให้เช่าบูชาชิ้นส่านผาลไถนา
อนุสรณ์ผาลไถนาวัดในปราบ ไม่ได้มีการบันทึกว่าผู้ใดสร้างถวาย มีเพียงเรื่องเล่าว่า สร้างโดยเศรษฐีท่านหนึ่งที่เกือบจะล้มละลาย แต่เมื่อมากราบหลวงพ่อชื่นและเช่าผาลจากตู้ขายวัตถุมงคลของวัด จากนั้นธุรกิจที่เกือบจะล้มละลายก็เริ่มฟื้นตัวและดีขึ้นกว่าเดิมชนิดที่เรียกว่า "ผลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือ" จึงได้สร้างหัวผาลขนาดใหญ่มาถวายหลวงพ่อชื่น แรกๆ ก็มีเฉพาะหัวผาลใครไปใครมาก็จะไปไหว้ และปิดทองหัวผาล ภายหลังหลวงพ่อชื่นเห็นว่าการขอพรจากหัวผาลอาจจะมองเป็นเรื่องงมงายขัดต่อวามรู้สึกของคนในต่างถิ่น ท่านจึงเอารูปหล่อลอยองค์ไปประดิษฐานไว้ด้านหน้า โดยให้ผาลไถนาเป็นฉากหลัง แต่ที่ไหนได้คนยังกราบไหว้ขอพร และปิดทองหัวผาลอยู่ดี
พระเครื่องพ่อท่านชื่นรุ่นล่าสุด
ในพระไตรปิฎก เล่มที่ ๕ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๕ มหาวรรค ภาค ๒ ว่าด้วยเรื่อง "ภิกษุอาพาธด้วยโรคต่างๆ" โดยสมัยนั้นแล ภิกษุรูปหนึ่งอาพาธถูกยาแฝด ภิกษุทั้งหลายกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค พระผู้มีพระภาคตรัสอนุญาตแก่ภิกษุทั้งหลายว่า "ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้ดื่มน้ำที่เขาละลายจากดินรอยไถซึ่งติดผาล"
ตรงคำว่า "ดินติดผาลไถ" นี้ก็ได้แก่ดินที่ติดอยู่ที่ผาลไถที่ชาวนาเขาใช้ไถนานั่นแหละถ้าได้ดินติดผาลไถที่เป็นแบบโบราณ คือไถที่เป็นไม้หรือเหล็ก และใช้เทียมกับควายหรือวัว แล้วก็มีคนจับเดินตามแบบนี้ก็ดีและก่อนจะดื่มน้ำดินผาลไถ ก็อธิษฐานด้วยว่า "ขออำนาจพุทธ - ธรรม - สงฆ์ จงบันดาลบุญข้าให้มาอยู่ที่น้ำดินผาลไถนี้ จงมีฤทธิ์อำนาจล้างอาคมยาแฝดในกายข้าให้มลายไป" เรื่องดื่มน้ำนี้ก็ดื่มไปเรื่อยๆ ทั้งดื่มทั้งอธิษฐานไปเรื่อยๆ จนกว่าอาการจะดีขึ้น
เมื่อ พ.ศ.๒๕๔๘ หลวงพ่อได้จัดสร้างวัตถุมงคล รุ่นแรกขึ้นมา หลักจากชาวบ้านได้รูปเหรียญหลวงพ่อห้อยคอ ได้มีประสบการณ์มากมายเป็นที่ร่ำลือในด้านอยู่ยงคงกระพัน แคล้วคลาด เมตตามหานิยม และชื่อเสียงของท่านเป็นที่รู้จักกันทั่วทั้งภาคใต้ เช่าหาบูชากันจนหมดไม่เหลือ จนเป็นที่ต้องการของผู้นิยมสะสมพระเครื่องและชาวต่างประเทศยังเดินทางมาจากมาเลเซียเพื่อกราบขอพร
คณะกรรมการจึงจัดสร้างหลวงพ่อชื่นเตารีดหล่อไทย และหลวงพ่อชื่นเนื้อผาลไถโบราณ ทั้งนี้ได้มีการจัดสร้างชุดกรรมใหญ่และชุดกรรมเล็กสร้าง ๙ ชุด ประกอบด้วย พระ ๙ องค์ ได้แก่ พระบูชาหลวงพ่อชื่นหล่อเป็นรูปผาลไถเนื้อนวะหน้าตัก ๙ นิ้ว และ ๕ นิ้ว เนื้อทองคำ (ชุดใหญ่หนักกว่า ๒ บาท ชุดเล็ก ๖ สลึง) เนื้อเงิน เนี้อนวะ เนื้อทองแดง เนื้อฝาบาตร เนื้อเงินยวง และเนื้อผาลไถ โดยได้ประกอบพิธีพุทธาภิเษก เมื่อวันเสาร์ที่ ๑๑ มกราคม ๒๕๕๘
เจ้าตำรับ "ผาลพลิกแผ่นดิน" ๑ เดียว
"นายชื่น แก้วศรีมล" เป็นชื่อและสกุลเดิมของพ่อท่านชื่น อินทปัญโญ เกิดเมื่อวันอาทิตย์ที่ ๑ มกราคม พ.ศ.๒๔๖๗ บิดาของท่านเป็นที่รู้จักกันในนามอาจารย์ล่อง ผู้รักษาคนไข้ทางด้านอาคม หรือไสยศาสตร์ในสมัยนั้น เมื่ออายุครบ ๗ ขวบ ได้เข้าเรียนที่โรงเรียนวัดศิลา จ.นครศรีธรรมราช ได้เรียนจบชั้น ป.๔ หลังจากเรียนจบ บิดาของท่านได้นำท่านไปฝากเป็นศิษย์หลวงพ่อคล้าย วาจาสิทธิ์ วัดสวนขัน จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งหลวงพ่อคล้ายมีฐานะเป็นตาของนายชื่น
ครั้งหนึ่งพ่อท่านคล้ายได้สรงน้ำ ในขณะที่นายชื่นซักสบงให้พ่อท่านคล้ายอยู่ พ่อท่านคล้ายได้ตักน้ำขันที่สามนำมารดศีรษะและนำมือรับน้ำใต้คาง แล้วส่งให้นายชื่นดื่ม เมื่อดื่มน้ำนั้นแล้วพ่อท่านคล้ายได้เริ่มถ่ายทอดวิชาต่างๆ และท่านได้เล่าเรียนวิชาอาคมจากพ่อท่านคล้าย เช่น วิชาทำนายดวงชะตา ขับไล่ภูตผีปีศาจ การขับไล่คุณไสยต่างๆ อีกมากมายจากพ่อท่านคล้าย และเล่าเรียนวิชาอาคมที่ตกทอดจากตระกูลของบิดาท่าน ซึ่งได้ถ่ายทอดให้จนครบอายุครบ ๑๘ ปี บิดาได้เสียชีวิตจึงกลับมาบ้านทำงานเลี้ยงดูผู้เป็นมารดา
เมื่อวันที่ ๑๓ มีนาคม พ.ศ.๒๕๒๒ นายชื่นได้อุปสมบท ณ วัดไม้เรียง ต.ไม้เรียง อ.ฉวาง จ.นครศรีธรรมราช โดยมีพระครูญาณวรากร เป็นพระอุปัชฌาย์ ได้รับฉายาว่า ชื่น อินทปัญโญ เมื่อ พ.ศ.๒๕๓๒ ได้มาจำพรรษาที่พักสงฆ์ ที่ชาวบ้านจัดไว้และได้เริ่มสร้างเป็นวัดมาจนถึงปัจจุบันชื่อว่า วัดในปราบ โดยความร่วมมือจากชาวบ้านและผู้มีจิตศรัทธา โดยชาวบ้านให้ความนับถือหลวงพ่อมาก เนื่องจากหลวงพ่อมีวิชาอาคมรักษาชาวบ้าน
ขณะนี้หลวงพ่อชื่นกำลังดำเนินการก่อสร้างศาลาการเปรียญ ซึ่งมีความคืบหน้าไปแล้วกว่า ๘๐% ใช้เงินประมาณ ๑๓ ล้านบาท และเมรุ ใช้เงินประมาณ ๓ ล้านบาท ผู้มีจิตศรัทธาร่วมบุญได้ที่วัดในปราบ โทร.๐๙-๓๗๗๙-๘๘๓๙, ๐๘-๙๒๑๓-๗๙๖๔ และ ๐๘-๘๘๖๗-๔๔๙๖