พระเครื่อง

วิศวกรสันติภาพสร้างองค์กรสันติสุขยุคใหม่

วิศวกรสันติภาพสร้างองค์กรสันติสุขยุคใหม่

21 ม.ค. 2558

วิศวกรสันติภาพสร้างองค์กรสันติสุขยุคใหม่ ‘ฉลาดประยุกต์ สนุกมีสาระ’แบบ‘Dhamma OD Happy Life’ : สำราญ สมพงษ์ นิสิตปริญญาโท สาขาสันติศึกษา มจร รายงาน

               ทุกองค์กรมีความพยายามจะพัฒนาบุคลากรของตนเองให้มีประสิทธิภาพ “เพื่อลดความขัดแย้งคนในองค์กร  สร้างสัมพันธภาพที่ดี นำคุณธรรมจริยธรรมหลักศาสนามาประยุกต์ในการดำเนินชีวิต สามารถปรับสมดุลงานสมดุลชีวิต มีศิลปะการเป็นผู้นำ  เป็นผู้บริหารที่ดีโดยใช้หลักธรรมาธิปไตย  คิดเชิงบวก  มีความอ่อนน้อมถ่อมตน ให้อภัยซึ่งกันและกัน ยอมรับ เคารพ ให้เกียรติ อดทนในความแตกต่าง  มีความกตัญญูจงรักภักดีต่อองค์กร มีการสื่อสารที่ดี มีพฤติกรรมบริการด้วยใจ ลดการร้องเรียน ปฏิบัติตามวัฒนธรรมองค์กร  มีการพัฒนาด้านอารมณ์ EQ   ลดอัตตาตัวตน   ยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น   สามารถทำงานเป็นทีมได้อย่างมีความสุข  มีพลังในการทำงาน มีทัศนคติที่ดีต่องาน ผู้บริหาร หัวหน้างาน เพื่อนร่วมงาน ผู้มาใช้บริการ พร้อมทั้งมีความสามัคคีในองค์กร เป็นองค์กรที่ดีความสุข”

               คำถามคือเราจะใช้กระบวนการอะไร?ที่จะทำให้คนในองค์กรมีความสุขในการทำงานและการดำเนินชีวิต

               นายแพทย์สุภาพ สำราษวงษ์   ผู้อำนวยการโรงพยาบาลภูเขียว ได้เสนอแนวคิดการพัฒนาองค์กรยุคใหม่ ในการพัฒนาองค์กรสิ่งสำคัญที่ต้องพัฒนาเป็นลำดับต้นๆ คือ การพัฒนาคนในองค์กร  เรียกว่า “บริหารคน ก่อนบริหารงาน” การพัฒนาคนนั้นถ้าเป็นเรื่องขององค์ความรู้ ความสามารถในทางวิชาชีพ ก็จะมีองค์กรวิชาชีพที่คอยดูแลควบคุมกำกับตามมาตรฐานวิชาชีพ  แต่อีกด้านหนึ่งในการพัฒนาคน คือ การพัฒนาด้านจิตใจ ซึ่งผมถือว่าเป็นปัจจัยแห่งความสำเร็จในการทำงานของคนในองค์กร ผมมีความเชื่อว่า คนเราถ้าจิตใจดี ก็จะคิดดี พูดดี ส่งผลให้ทำดีเป็นลำดับ ไม่เบียดเบียน ไม่เอาเปรียบผู้อื่น อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข ผมและทีมงานจึงได้พยายามเสาะแสวงหาผู้รู้ ผู้มีความสามารถที่จะมาอบรมพัฒนาบุคลากรของพวกเราให้ได้บรรลุวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้

               และแล้วก็ได้พบนายแพทย์สุภาพกับพระอาจารย์ปราโมทย์ วาทโกวิโท พระวิทยากร Dhamma OD Happy Life หลักสูตร ชีวิตเบิกบาน การทำงานเป็นสุข โดยได้เปิดเผยว่าเมื่อครั้งนั้นกระผมทำงานที่โรงพยาบาลคอนสาร อำเภอคอนสาร จังหวัดชัยภูมิ  ท่านพระอาจารย์ได้กรุณามาเป็นพระวิทยากรอบรมให้กับพวกเราเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลคอนสาร วิธีการที่พระอาจารย์ใช้ในการอบรมเป็นวิธีการง่ายๆ ไม่ซับซ้อน ไม่ผาดโผน ไม่รุนแรง อยู่ในห้องประชุมตลอด ไม่ตากแดดตากฝน การอบรมมีความสุขสนุกสนานผ่านกิจกรรมการเรียนรู้  แต่ได้สาระ และที่สำคัญมากก็คือ ไม่มีเจ้าหน้าที่คนใดหลับในห้องประชุม แม้ว่าเจ้าหน้าที่จะพักผ่อนไม่เพียงพอ จากการลงเวรบ่ายเวรดึก แล้วเข้าอบรมต่อเลยก็ตาม
              
               “ผลลัพธ์จากการอบรม ถือเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญ ที่จะต้องประเมินว่า อบรมแล้วได้ผลเป็นอย่างไรบ้าง ผมได้พบว่า  เจ้าหน้าที่ได้รับการอบรม มีความคิดที่ดี พูดดี และทำดีมากขึ้น คิดเพื่อส่วนรวมมากขึ้น คิดถึงตนเองน้อยลง เห็นใจและเข้าใจผู้อื่นมากขึ้น มีพฤติกรรมการบริการในทางที่ดี  และที่เคยมีปัญหาครอบครัว มีความไม่เข้าใจกันระหว่างสามี –ภรรยาหรือลูก ก็เข้าใจกันดีขึ้น สามารถแก้ปัญหาในครอบครัวของเจ้าหน้าที่ได้ ส่วนในองค์กรเองที่เคยมีปัญหาความขัดแย้ง ความไม่เข้าใจกันในองค์กร ก็จะเห็นอกเห็นใจกันมากขึ้น ลดความขัดแย้งลงได้ มองเห็นเป้าหมายส่วนรวมขององค์กรมากขึ้น  จากเหตุผลดังกล่าวข้างต้น  เมื่อผมย้ายมาปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้บริหารที่โรงพยาบาลภูเขียว จังหวัดชัยภูมิ  ผมจึงได้ขอความเมตตาจากพระอาจารย์ปราโมทย์ วาทโกวิโทอีกครั้งหนึ่ง เพื่อมาพัฒนาอบรมให้กับเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลภูเขียว  โดยมีความเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าพระอาจารย์จะทำให้พวกเราไปสู่ความฝันและมีความสุขในการทำงานโดยนำกระบวนการศาสนามาประยุกต์กับการทำงาน” นายแพทย์สุภาพกล่าวและว่า

               พระปราโมทย์ วาทโกวิโท เป็นพระนิสิตปริญญาโท สาขาสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย(มจร)  ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับจัดการความขัดแย้ง พระปราโมทย์ถือได้ว่าเป็นพระสงฆ์รุ่นใหม่ที่สามารถเผยแผ่ธรรมะในรูปแบบที่ทันสมัยเข้าถึงจิตใจของคนทำงาน สามารถจัดการความขัดแย้งในองค์กรด้วยการใช้กระบวนการสันติสนทนา (Interfaith Dialogue) ได้เป็นอย่างดีด้วย กระบวนการ “ฉลาดประยุกต์ สนุกมีสาระ”  ทำให้ท่านต้องเดินทางไปทั่วประเทศ  เพื่อเสริมสร้างสันติสุขในองค์กรด้วยรูปแบบธรรมะโอดี  (Dhamma for Organization Development : Dhamma OD) ทั้งนี้สามารถติดต่อสอบถามกระบวนการสร้างสันติสุขในองค์กรได้ที่ 098-4146561 , 096-1519895 หรือติดตามผลงานที่ผ่านมาได้ที่ www.dhammaOD.com
 

"}])