
รู้จักอยู่ให้เป็น
รู้จักอยู่ให้เป็น : ธรรมะยู-เทิร์น โดยอิทธิโชโต
"สติ มักมาทีหลังเสมอเลย ทำไงดี"
ลูกศิษย์ช่างสงสัย...ถาม
"สติมาทีหลัง รู้ตัวทีหลังก็ยังดีกว่าไม่รู้เลย" เราตอบ
เป็นเรื่องปกติของคนทั่วไป ที่มักทำอะไรตามใจหรือเพื่อความสะใจไปก่อน แล้วก็ไม่นึกถึงผล มาเสียใจภายหลัง ที่เห็นง่ายๆ คือ คำพูด เมื่อพูดไม่ดีออกไป ผู้พูดก็มักลืมนึกถึงผู้ฟัง คิดแต่ว่าตัวเองได้พูดสะใจไปแล้ว ส่วนผู้ฟังที่ฟังคำพูดไม่ดีจากเรา อาจเก็บไว้ในใจ รอวันแก้แค้นก็เป็นได้ ดังที่เราเห็นอยู่ทั่วไปว่า มีการชำระความแค้นจากการพูดไม่เข้าหูก็มาก
คำกล่าวของบัณฑิตในสมัยก่อนจึงน่าคิดมาก ที่ว่า 'ก่อนพูด เราเป็นนาย พอพูดไปแล้ว คำพูดเป็นนายเรา'
ทั้งๆ ที่รู้ แต่พอเผลอสติทีไรก็ปล่อยไก่ไปเป็นเล้าเสียแล้ว เรียกคืนก็ไม่ได้
คราวนี้ เราไปแก้ไขคนพูดไม่ได้ ก็ต้องแก้ไขที่คนฟัง คือตัวเราเอง เราต้องให้อภัยเขา ว่าในขณะที่เขาพูดเขาไม่มีสติ ส่วนคนที่ฝึกสติดีแล้ว เขาจะคิดอะไร พูดอะไร ทำอะไร เมื่อเป็นสิ่งไม่ดี เขาก็ระงับได้ ควบคุมได้
เราสังเกตดูคนที่มีเมตตา เวลาเขาทำอะไร เขาจะใจเย็น ใครอยู่ใกล้ก็เย็น รู้สึกปลอดภัยไปด้วย
การที่คนคนนั้นมีเมตตา กรุณาต่อกัน บ่งบอกว่า สถานที่นั้นมีแต่ความเจริญ ความสงบ ความร่มเย็นด้วยเหมือนกัน พระพุทธเจ้าตรัสว่า สถานที่ใด ที่มีคนร่มเย็นอยู่ ที่นั้นจะเย็น ตรงกันข้าม ถ้าสถานที่ใด วุ่นวาย เดือดร้อน ไม่มีความสงบร่มเย็นเลย พระพุทธเจ้าตรัสว่า อย่าไปอยู่ คนดี ถ้าอยู่ในสังคมใดถูกรังแกข่มเหง อย่าไปอยู่ แต่ถ้าเลือกไม่ได้ ก็ต้องเรียนรู้ที่จะอยู่อย่างมีสติ รู้จัหลบหลีกอารมณ์ของคนที่มากระทบเสีย
อารมณ์คนอื่นจะลด หรือไม่ลดก็แล้วแต่เขา ที่สำคัญ คือ ตัวเรา ความคิดเรา สติเรา ต้องควบคุมให้ได้ โอปนยิโก น้อมเข้ามาใส่ตัว น้อมเข้ามาสอนตนเองให้ได้
วิธีการ ...ทุกเช้า ตื่นขึ้นมา เราก็ทำสติให้มีขึ้น โดยการภาวนาอยู่กับพุทโธ ธัมโม สังโฆ หรือให้มีความรู้สึกตัวอยู่บ่อยๆ ก่อนอื่นเลย เพราะแต่ละเช้าที่เราตื่นขึ้นมาจะมีเหตุไม่เหมือนกันก็เป็นได้ ก็ให้เราฝึกสติไว้ รู้สึกตัวไว้ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ไม่ว่าจะต้องทำอะไร เพราะตื่นมาตอนเช้าทุกคน สติก็ดีอยู่ จริงไหม
สมัยเราเป็นเด็กๆ อยู่วัด เป็นเด็กวัด ยังไม่ได้บวช หลวงตา หลวงปู่ท่านก็สอนว่า ตอนเย็นก็ภาวนา ตอนเช้าตื่นขึ้นมาอย่าเพิ่งลุกก็ได้ นอนอยู่ก็ภาวนาได้ นอนดูตัวเอง ฝึกสติ บางทียังนึกถามหลวงปู่ หลวงตาในใจว่า ถ้าเราตื่นขึ้นมากลางดึกจะทำอย่างไรล่ะ ถ้าไปถามอย่างนั้นจริงๆ ก็อาจต้องโดนอะไรเข้าให้ เราต้องพิจารณาเอาเอง เมื่อความคิดเราพัฒนาขึ้น โตขึ้น ไม่ว่าจะตื่นตอนไหน ตีสอง ตีสาม เวลาไหนก็ตาม ก็ภาวนาเลย



