พระเครื่อง

ทำบัญชีเพื่อให้ลูกค้าเสียภาษีน้อยลงผิดศีลหรือไม่

ทำบัญชีเพื่อให้ลูกค้าเสียภาษีน้อยลงผิดศีลหรือไม่

19 ม.ค. 2558

ทำบัญชีเพื่อให้ลูกค้าเสียภาษีน้อยลง ผิดศีลหรือไม่ : ปุจฉา-วิสัชนากับพระไพศาล วิสาโล

              ปุจฉา : กราบนมัสการค่ะ โยมทำกิจการเปิดสำนักงานบัญชี เป็นอันรู้กันว่าสำนักงานบัญชีต้องเป็นผู้ทำให้ลูกค้าพอใจในเรื่องเสียภาษี ซึ่งส่วนใหญ่ก็ต้องการเสียภาษีไม่มาก ดังนั้นสำนักงานก็ต้องทำทุกทางไม่ว่าตามกฎระเบียบ หรืออาศัยช่องว่างของกฎ กระทั่งผิดกฎระเบียบแต่อาศัยทางการตรวจไม่พบ จึงอยากทราบว่า
    
               ๑.เราผู้ทำบัญชีและภาษีถือว่าผิดศีล (ลักทรัพย์)ในการมีส่วนทำให้ลูกค้าเสียภาษีเข้ารัฐน้อยลงหรือเปล่าคะ
    
               ๒.หากเราผู้ทำบัญชีได้บอกถึงจำนวนภาษีที่เกิดขึ้นซึ่งเป็นไปตามหลักฐาน /เอกสารแต่ทางลูกค้าก็ยังต้องการให้สำนักงานบัญชีหาวิธีที่ทำให้ภาษีลดลงอีก อย่างนี้ถือว่าสำนักงานบัญชี หรือผู้ทำบัญชี พ้นจากการผิดศีลไหมคะ
    
               วิสัชนา :  การทำบัญชีหากผิดกฎระเบียบ เพื่อช่วยให้ลูกค้าเสียภาษีน้อยลง ย่อมถือว่ามีส่วนในการฉ้อโกง จัดว่าผิดศีลข้อ ๒ (อทินนาทาน) แต่หากทำตามกฎระเบียบหรือใช้ประโยชน์จากกฎระเบียบที่มีอยู่ โดยมิได้ฝ่าฝืนกฎระเบียบ ก็ไม่เรียกว่ามีส่วนในการฉ้อโกงหรือผิดศีล การทำตามความต้องการของลูกค้าโดยหาวิธีทำให้เสียภาษีน้อยลง หากไม่ผิดกฎหมาย ก็ไม่เป็นการผิดศีล แต่หากทำผิดกฎหมาย เช่น ตกแต่งตัวเลขให้คลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง หรือให้ข้อมูลที่เป็นเท็จ ก็ผิดศีลเช่นกัน นอกจากมีส่วนร่วมในการผิดศีลข้อ ๒ แล้ว ยังผิดข้อ ๔ (มุสาวาท) อีกด้วย
    
    ควรเชื่อเรื่อง ‘ปีชง’ หรือไม่
    
               ปุจฉา : กราบนมัสการพระคุณเจ้า อยากกราบเรียนถามพระคุณเจ้าในเรื่องความเชื่อเกี่ยวกับการชงว่า เท็จจริงในศาสนาพุทธมีหลักคำสอนเกี่ยวกับในเรื่องนี้อย่างไร ว่าควรเชื่อในการชงหรือใช้พิจารณญาณในการดำเนินชีวิตคิดตัดสินใจ
    
                วิสัชนา :  พระพุทธเจ้าทรงสอนว่า ฤกษ์ยามนั้นไม่สำคัญเท่ากับกรรมคือการกระทำ หากทำดีด้วยความพากเพียรแล้ว ย่อมได้รับประโยชน์ดังหวัง โดยไม่จำต้องพึ่งฤกษ์ยาม คนที่เอาแต่พึ่งฤกษ์ยาม ไม่รู้จักพึ่งตนเองนั้น ถือว่าเป็นคนโง่ ดังมีพุทธพจน์ว่า “ประโยชน์ย่อมล่วงเลยคนโง่ผู้มัวถือฤกษ์อยู่”
    
               อันที่จริงเมื่อใดที่เราทำความดี เมื่อนั้นก็เป็นฤกษ์ดี ยามดีอยู่แล้ว ดังมีพุทธพจน์อีกตอนหนึ่งว่า “สัตว์ทั้งหลายประพฤติชอบในเวลาใด เวลานั้นย่อมชื่อว่าเป็น ฤกษ์ดี มงคลดี สว่างดี รุ่งดี ขณะดี ยามดี”
    
               มาถึงตรงนี้ก็คงจะเห็นแล้วว่าความเชื่อเรื่องชงนั้นไม่มีอยู่ในคำสอนของพุทธศาสนา ที่จริงกลับสวนทางกับคำสอนของพระพุทธองค์ด้วยซ้ำ หากจะทำอะไรก็ตาม ก็ขอให้คุณมั่นคงในความดี มีความเพียร และใช้สติปัญญา รวมทั้งคำนึงถึงคำสอนของพระพุทธองค์เรื่องสัปปุริสธรรม นั่น คือ จะทำอะไรก็ตาม ควรรู้จักเหตุ รู้จักผล รู้จักตน รู้จักประมาณ รู้จักกาล รู้จักชุมชน และรู้จักบุคคล หากรู้ทั้ง ๗ ประการนี้แล้ว ก็ย่อมประสบความสำเร็จ และมีชีวิตที่เจริญงอกงามอย่างแน่นอน

               สายด่วนให้คำปรึกษาทางจิตใจผู้ป่วยระยะสุดท้าย 'เตรียมตัวก่อนสู่วาระสุดท้ายของชีวิต จะทำอย่างไรดี' ปรึกษาได้ที่ โทร.๐๘-๖๐๐๒-๒๓๐๒

"}])