พระเครื่อง

'มจรสุรินทร์'สิกขาจาริกอารยธรรมพุทธลุ่มน้ำโขง

'มจรสุรินทร์'สิกขาจาริกอารยธรรมพุทธลุ่มน้ำโขง

25 ธ.ค. 2557

'มจรวิทยาเขตสุรินทร์'นำนิสิตท่องแดนเมียนมาร์ สิกขาจาริกอารยธรรมพุทธลุ่มแม่น้ำโขง : สำราญ สมพงษ์ นิสิตปริญญาโทสันติศึกษา มจร รายงาน

              มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย(มจร) วิทยาเขตสุรินทร์ มีพันธกิจด้านผลิตบัณฑิตให้มีคุณลักษณะ ๙ ประการ คือ ๑) มีปฏิปทาน่าเลื่อมใส ๒) ใฝ่รู้ใฝ่คิด ๓) เป็นผู้นำด้านจิตและปัญญา ๔) มีความสามารถในการแก้ปัญหา ๕) มีศรัทธาอุทิศตนเพื่อพระพุทธศาสนา ๖) เสียสละเพื่อส่วนรวม ๗) มีโลกทัศน์ที่กว้างไกล ๘) รู้เท่าทันความเปลี่ยนแปลงของสังคม และ ๙) มีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาตนให้เพียบพร้อมด้วยคุณธรรมจริยธรรม

               ดั้งนั้น การผลิตบัณฑิตที่จะให้มีคุณลักษณะดังกล่าวมหาวิทยาลัยจึงต้องจัดหลักสูตรให้มีการเรียนการสอนทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติ เพื่อให้นิสิตได้เรียนรู้และปฏิบัติไปพร้อมกันในแต่ละปีการศึกษา ซึ่งสอดคล้องกับปรัชญาของมหาวิทยาลัยที่ว่า "จัดการศึกษาพระพุทธศาสนา บูรณาการกับศาสตร์สมัยใหม่ พัฒนาจิตใจและสังคม เชื่อมโยงการเรียนรู้ในภูมิภาคและประเทศเพื่อนบ้าน"

               ด้วยพันธกิจดังกล่าว มจร วิทยาเขตสุรินทร์  ได้จัดโครงการกิจกรรมเสริมหลักสูตรบัณฑิตศึกษาทัศนศึกษาประเทศสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ โดยให้ชื่อว่า  "สิกขาจาริกอารยธรรมพุทธลุ่มน้ำโขง อาณาจักรล้านนาในเมียนมาร์  (เชียงตุง-เมืองลา)"  โดยเป็นกิจกรรมเสริมหลักสูตร ปริญญาโท สาขาวิชาพระพุทธศาสนา ศูนย์บัณฑิตศึกษา มจร วิทยาเขตสุรินทร์ ระหว่างวันที่ ๑๕-๑๙ ธ.ค.๒๕๕๗ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาอิทธิพลของพระพุทธศาสนา บทบาทและคุณค่าของพระสงฆ์ วัฒนธรรมและวิถีชีวิตของชาวพุทธ อาณาจักรล้านนาในเมียนมาร์ (เชียงตุง-เมืองลา) จากการทัศนศึกษาได้พบว่า
 
               ๑. พระพุทธศาสนายังมีอิทธิพลในดินแดนแถบนี้อยู่มาก สังเกตได้จาก มีการสร้างพระพุทธรูปเป็นสัญลักษณ์แทนองค์ศาสดา มีศาสนสถาน เช่น มีวัดและเจดีย์ จำนวนมาก มีศาสนบุคล เช่น พระภิกษุ สามเณร อุบาสก อุบาสิกา มีการศึกษาศาสนธรรม มีการประกอบศาสนพิธีกรรมตามความเชื่อทางศาสนา คนส่วนใหญ่ในดินแดนแถบนี้มากว่าร้อยละ ๙๐ เป็นชาวพุทธ ยังมีความเลื่อมใสศรัทธาในพระพุทธศาสนา เหล่านี้เป็นสิ่งยืนยันได้ว่าพระพุทธศาสนามีอิทธิพลในดินแดนแถบนี้อยู่มาก
 
               ๒. พระสงฆ์ยังเป็นผู้มีบทบาทและคุณค่าในสังคมอยู่มาก สังเกตได้จาก การทำหน้าที่เป็นผู้นำในการประกอบพิธีกรรมทางศาสนา เป็นที่พึงทางจิตใจ เป็นผู้ให้การศึกษา และประพฤติตนเป็นแบบอย่างของการดำเนินชีวิตที่ดีให้กับสังคม
 
               ๓. วัฒนธรรมและวิถีชีวิตของชาวพุทธในดินแดนแถบนี้แบ่งได้เป็น ๒ ลักษณะ คือ ชาวพุทธในเชียงตุงยังเป็นผู้รักษาวัฒนธรรมและวิถีชีวิตที่มาแต่เดิมไว้ได้เป็นอย่างดี เนื่องจากสภาพทางการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม ในเชียงตุงนี้มีการเปลี่ยนแปลงแบบค่อยเป็นค่อยไป แต่สำหรับชาวพุทธในเมืองลาได้มีวัฒนธรรมและวิถีชีวิตเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว เนื่องจากดินแดนแถบนี้เป็นเขตปกครองพิเศษ สภาพทางการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม มีความแตกต่างจากเชียงตุงมาก เช่น มีบ่อนคาสิโน มีโสเพณี และมีการค้าสัตว์ป่าทุกชนิด เป็นสิ่งถูกกฎหมาย มีการพัฒนาด้านโครงสร้างพื้นฐาน และมีต่างชาติโดยเฉพาะนักธุรกิจจากประเทศจีนได้เข้ามาลงทุนในที่นี้เป็นจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม จากการสังเกตยังเห็นว่าศาสนสถานต่างๆ ที่มีมาแต่เดิมยังไม่ถูกทำลาย แต่ยังขาดการดูแลรักษาเอาใจใส่ เห็นได้จาก ห้องน้ำ ห้องสุขาต่างๆ ยังสกปรก เนื่องจากขาดผู้ดูแลรักษา เป็นต้น
   
               นอกจากนี้ มจร วิทยาเขตสุรินทร์ได้จัดโครงการปฏิบัติวิปัสสนากัมมัฏฐานนิสิตประจำปี  ๒๕๕๗ วันที่ ๑๘ – ๒๙ เดือนธันวาคม พร้อมกับ มจร ส่วนกลางและวิทยาเขตทั่วประเทศด้วย ซึ่งการปฏิบัติวิปัสสนากัมมัฏฐานนี้เป็นการอบรมพระนิสิตให้มีความพร้อมทั้งปัญญา  มีปฏิปทาน่าเลื่อมใส    และสามารถนำความรู้ที่เกิดจากภาคทฤษฎีและปฏิบัตินี้  ไปอบรมประชาชนให้เข้าใจวิธีปฏิบัติที่ถูกต้องตามหลักพุทธศาสนาสืบต่อไป

               ขณะเดียวกันการปฏิบัติวิปัสสนากัมมัฏฐานดังกล่าวจำเป็นจะต้องมีพระวิปัสสนาจารย์เป็นผู้นำในการปฏิบัติและสอบอารมณ์เหมือนกับคนป่วยต้องไปหาแพทย์ให้ตรวจอาการจริต ๖ ถึงจะสามารถให้ยาคืออารมณ์กัมมัฏฐานได้ถูกบุคคล ซึ่งจะทำให้การปฏิบัติได้ผลก้าวหน้า

               ดังนั้น มจร จึงได้เปิดหลักหลักสูตรวิปัสสนามหาบัณฑิตที่วิทยาเขตพุทธโฆสขึ้น ภายใต้การดูแลของสมเด็จพระพุทธชินวงศ์ กรรมการมหาเถรสมาคม ล่าสุดได้ส่งนิสิตเข้าปฏิบัติวิปัสสนากัมมัฏฐาน ณ สำนักมหาสีศาสนเยกต้า นครย่างกุ้ง ประเทศพม่าเป็นเวลา ๔๕ วัน และปฏิบัติเช่นนี้เสมอมา หลังจากจบการศึกษาแล้วจะได้ทำหน้าที่พระวิปัสสนาจารย์ตามวิทยาเขตและสำนักต่างๆต่อไป

 

"}])