
วิพากษ์ภาษาอังกฤษ'ซิโก้'สะเทือนถึงภาษาบาลี
วิพากษ์ภาษาอังกฤษ'ซิโก้'สะเทือนถึงภาษาบาลี ทึ่ง!อาจารย์'มจร'ใช้โต้พระพม่าศรีลังกาคล่อง : สำราญ สมพงษ์ นิสิตปริญญาโทสันติศึกษา มจร รายงาน
ช่วงที่คนไทยมีความสุขกับนักฟุตบอลทีมชาติไทยที่ได้แชมป์ซูซูกิคัพ 2014 มาครองโดยเอาชนะทีมชาติมาเลเซียชนิดแบบไม่น่าเชื่อ เพราะถูกนำไปก่อนถึง 0-3 แต่สามารถยิงกลับคืนมาได้ 2 ลูก ผลรวม 2 นัดชนะ 4-3 ด้วยพระบารมี
แม้นว่าจะมีเสียวิจารย์ออกมาบ้างก็ถือว่าเป็นเสียงน้อยนิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งวิจารย์การใช้ภาษาอังกฤษของ "ซิโก้" เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง หัวหน้าผู้ฝึกสอน ก็ถือว่าเป็นเรื่องธรรมมดาให้นึกคติที่ว่า "แม้องค์พระปฏิมายังราคิน มนุษย์เดินดินหรือจะสิ้นคนนินทา" เขาจะนินทาอย่างไรช่างเขาเถิด นึกถึงคำสอนของหลวงพ่อพุทธทาสที่ว่า "เขามาส่วนเลวบ้างชั่งหัวเขา จงเลือกเอาส่วนดีเขามีอยู่"
แต่ประเด็นการใช้ภาษาซึ่งเป็นที่มาของรายงานชิ้นนี้ เพราะตามที่ได้เรียนวิชาการสื่อสารเพื่อสันติภาพ ตามหลักสูตรปริญญาโทสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย(มจร) ได้เข้าใจว่า การสื่อสารที่จะสมบูรณ์ได้นั้นต้องเกิดความเข้าใจว่าเนื้อสารที่ผู้ส่งสารส่งไปยังผู้รับสารมีความหมายหรือรหัสว่าอย่างไร ไม่ได้มีการระบุว่าสำเนียงจะต้องดีเหมือนกับเจ้าของภาษาแต่อย่างใด
มาถึงตรงนี้ก็ให้เกิดความสงสัยอีกว่า แล้วที่พระสวดมนต์เป็นภาษาบาลีในประเทศไทยนั้นถือว่าเป็นการสื่อสารที่สมบูรณ์หรือไม่ เพราะคนไทยส่วนใหญ่ไม่ได้เรียนภาษาบาลี ถึงแม้จะเรียนสอบได้ป.ธ. 9 ก็มาก แต่ก็มีน้อยคนที่สามารถฟังแล้วเข้าใจความหมายเหมือนกันฟังพระเทศน์หรือบรรยาธรรม และในจำนวนคนที่ฟังภาษาบาลีรู้เรื่องเข้าใจนั้นก็มีน้อยคนอีกที่ใช้ภาษาบาลีในลักษณะของการสื่อสาร สามารถใช้โต้ตอบหรือใช้ในการบรรยายได้เท่าที่เข้าใจมีไม่ถึง 10 รูป/คน
เมื่อเป็นเช่นนี้การฟังพระสวดมนต์จะมีประโยชน์อย่างไร และนี้ก็จะใกล้ปีใหม่แล้วมีการจัดสวดมนต์ข้ามปีหลายที่ หากอยากทราบว่าฟังพระสวดมนต์จะมีประโยชน์อย่างไรต้องไปร่วมสวดมนต์ข้ามปีที่โบสถ์กลางน้ำ มจร อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา ระหว่างวันที่ 31 ธ.ค.ถึงวันที่ 1 ม.ค.2558
ผู้ที่สามารถใช้ภาษาบาลีโต้ตอบหรือใช้ในการบรรยายได้นั้นก็ต้องบอกอีก เท่าที่ทราบและเห็นผลงานเป็นที่ประจักษ์ในงานประชุมวิชาการนานาชาติที่ มจร จัดขึ้นเมื่อประมาณ 2 ปีที่แล้ว โดยมีการบรรยายเสนอผลงานเป็นภาษาบาลีด้วย ท่านผู้นั้นคืออาจารย์บรรจบ บัณรุจิ อดีตอาจารย์มหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย อาจารย์พิเศษ มจร ต้องบอกว่านี้คือนักวิชาการด้านพระพุทธศาสนาตัวจริงอีกคนหนึ่ง
ล่าสุดได้ทราบผลงานของอาจารย์อาจารย์บรรจบในการเดินทางไปร่วมประชุมที่ประเทศพม่าระหว่างวันที่ 19-20 ธ.ค.ที่ผ่านมา โดยอาจารย์ได้รายงานผลผ่านทางเฟซบุ๊กนาม "Banjob Bannaruji" ความโดยสรุปว่า การประชุมครั้งนี้ใช้ภาษาบาลีเป็นภาษากลางเนื้อหาหลัก "บุคคลผู้ทรงอิทธิพลด้านปริยัติและปฏิบัติในพระพุทธศาสนาเถรวาทในศตวรรษที่ 19-20" มีพระพระไทย พระศรีลังกา และปราชญ์ภาษาบาลีพม่า เข้าร่วมมีการนำเสนอผลงานเช่นเรื่องสมเด็จพระสังฆราช หลวงพ่อชา และมีการถามตอบเกี่ยวกับสถานการณ์ปัจจุบันที่เป็นข่าวด้วย
อาจารย์บรรจบได้นำเสนอเรื่อง "ปยุตฺโต นาม มหาเถโร สฺยามรฏฺฐสฺส - พระพรหมคุณาภรณ์ (ปยุตโต) มหาเถระของไทย ที่ได้อุทิศชีวิตทำงานเผยแผ่พระพุทธศาสนาด้วยการเขียนหนังสือ เล่มที่นับว่าเป็นเพชรน้ำเอกของวรรณกรรมพระพุทธศาสนา คือ พุทธธรรม
อาจารย์บรรจบได้ระบุถึงภาพรวมของงานว่า ดีมากพระและฆราวาสประเทศพม่าพูดดีขึ้นมาก พระพม่าบอกว่าหลังจากประชุมครั้งแรกแล้วพระพม่าตื่นตัวมาก ฝึกหัดออกเสียงภาษาบาลีกันใหญ่ พระไทยมีที่จบ ป.ธ.9 มาด้วยหลายรูปเริ่มตื่นตัว กล้าพูดกล้าถามทำให้การประชุมออกรส พระไทยเคยเป็นมวยรอง ตอนนี้เริ่มไต่อันดับมาเรื่อย...ครับ น่าภูมิใจ...ปีหน้าพม่าจะจัดอีกครับ ใครอยากไปประชุมเตรียมตัว..ค่าใช้จ่ายไม่แพง
จากผลงานของอาจารย์บรรจบดังกล่าวได้เห็นการตื่นตัวของมหาวิทยาลัยสงฆ์ 2 แห่งคือ มจร และมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย (มมร)ทันที โดยเมื่อวันที่ 23 ธ.ค.ที่ผ่านมามีการวิพากษ์หลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาภาษาบาลีและสันสกฤต คณะมนุษยศาสตร์ มมร ได้มีการหยิบยกวิชาสนทนาภาษาบาลีเข้ามาอยู่ในหลักสูตรด้วย พร้อมกันนี้จะมีการจัดประชุมสัมมนาด้วยภาษาบาลีในประเทศไทยขึ้น
ก็ถือได้ว่าเป็นความคืบหน้าของสนทนาภาษาบาลีอีกก้าวหนึ่ง และคงไม่ต้องคิดว่าใจเอาไปใช้สื่อสารกันในชีวิตประจำวันอย่างไร แต่อย่างน้อยๆสามารถฟังพระสวดมนต์รู้เรื่องเข้าใจก็ถือว่าพลิกประวัติศาสตร์มากพอแล้วสำหรับประเทศไทย และถือได้ว่าเป็นภาษาที่ควรอนุรักษณ์ เนื่องจากสำนักข่าวบีบีซีได้รายงานว่าพบหมู่บ้านอนุรักษ์ภาษาสันสกฤตในประเทศอินเดียด้วยในชีวิตประจำวันที่หมู่บ้านมัททูร์ ห่างจากเมืองบังกาลอร์ไปประมาณสามร้อยกิโลเมตร
ความจริงแล้วปัจจุบันนี้ฆราวาสได้สนใจศึกษาภาษาบาลีมากขึ้นมีสำนักเรียนที่เปิดสอนอย่างเช่นมหาบาลีวิชชาลัยวัดโมลีกายาราม แต่เป็นลักษณะของการเรียนไวยากรณ์และแปล ยังไม่การเรียนการสอนแบบภาษาศาสตร์อย่างเช่นภาษาอังกฤษ เพราะมีเป้าหมายเพื่อแปลพระไตรปิฎกที่เป็นภาษาบาลีเป็นภาษาไทยมากกว่าเชิงภาษาศาสตร์
ขณะเดียวกันฆราวาสเรียนภาษาบาลีแล้วก็มีปัญหาในการจัดสอบภ แม้มหาเถรสมาคมได้มีคำสั่งให้แม่กองบาลีสนามหลวงจัดสอบทั่วประเทศแต่ก็ยังมีปัญหาในด้านการบริหารจัดการอยู่ ทั้งนี้มีแนวความคิดในการแก้ปัญหาจากคณะคำงานมหาบาลีวิชชาลัยสามารถติดตามได้ที่ http://mahapali.com/main.php?url=news_view&id=130&cat=B
สถานการณ์และปัญหาการเรียนการสอบภาษาบาลีในประเทศไทยดังกล่าว คงจะต้องนำแนวความคิดของ "ซิโก้" ในการทำทีมฟุตบอลทีมชาติไทยมาใช้ คือจะต้องทำเป็น "ทีม" ไม่ใช่ลักษณะวันแมนโชว์หรือคอยเตะแข้งเตะขากันแล้วเมื่อใดจะถึงเป้าหมาย เก็บข้อขัดแย้งเล็กๆไว้ในลิ้นชักแล้วมองที่เป้าหมายใหญ่ เชื่อแน่ว่า "การสื่อสารด้วยภาษาบาลี" ในประเทศไทยเกิดแน่นอน



