
ฟังบรรยายสวดมนต์ภาวนาเสริมชะตาชีวิต
กทม.เตรียมจัดงานสวดมนต์ข้ามปี เสริมสิริมงคลรับปีใหม่58 ขณะที่มจร-ททท.จัดที่โบสถ์กลางน้ำวังน้อย ฟังบรรยาย สวดมนต์ภาวนาเสริมชะตาชีวิตจากอาจารย์คฑา ชินบัญชร
เมื่อวันที่ 19 ธ.ค.2557 ที่ห้องนพรัตน์ ชั้น 5 ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร(กทม.) นายอมร กิจเชวงกุล รองผู้ว่าฯกทม. กล่าวภายหลังการประชุมเตรียมการจัดกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปีในงานเทศกาลปีใหม่ 2558 ว่า กทม.ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ เอกชนและภาคีเครือข่ายต่างๆ ร่วมกันจัดขึ้น ที่มณฑลพิธีท้องสนามหลวง ระหว่างวันที่ 30 ธ.ค.2557 ถึง 1 ม.ค.2558 โดยเน้นการมีส่วนร่วมการอนุรักษ์และส่งเสริมประเพณีไทย ภายใต้แนวคิด "สุขกายสุขใจ สวดมนต์ข้ามปี ทำดีร่วมกัน" โดยกิจกรรมฯ จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 30 ธ.ค. เวลา 15.00 น. ซึ่งกทม.จะอัญเชิญพระพุทธนวราชบพิตร จากหอพระภายในศาลาว่าการกทม. ก ไปตามเส้นทางต่างๆ และอัญเชิญขึ้นประดิษฐานบนมณฑปมณฑลพิธีท้องสนามหลวงในเวลา 16.00 น. ให้ประชาชนสักการะเพื่อความเป็นสิริมงคลรับเทศกาลปีใหม่ 2558 จากนั้นจะอัญเชิญกลับศาลาว่าการกทม.ในเวลา 16.00 น. ของวันที่ 1 ม.ค.2558
นายอมร กล่าวต่อว่า ส่วนของกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปีจะเริ่มขึ้นในเวลา 17.00 น. ของวันที่ 31 ธ.ค.2557 โดยในเวลา 18.45 น. คณะสงฆ์เริ่มประกอบศาสนพิธี เวลา 20.00 น. พระสงฆ์เริ่มแสดงธรรมและสวดมนต์ตั้งจิต สวดบทสรรเสริญพระพุทธคุณถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และพระบรมวงศานุวงศ์ เวลา 23.30 น. ประธานในพิธีฝ่ายฆราวาสเปิดกรวยถวายสักการะหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จากนั้นเวลา 23.45 น. พระพรหมบัณฑิต ประธานในพิธีฝ่ายบรรพชิตแสดงพระธรรมเทศนา และนำประชาชนสวดเจริญพระพุทธมนต์และสวดมนต์ข้ามปี โดยจัดให้มีการถ่ายทอดสดทางสถานีโทรทัศน์เอ็นบีที และสถานีโทรทัศน์มหานครเมโทร ทีวี ทางช่อง PSI 221 ตั้งแต่เวลา 23.30 น. เป็นต้นไป
"สำหรับวันขึ้นปีใหม่ 1 ม.ค.58 กทม.กำหนดจัดพิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ 189 รูป ในเวลา 07.00 น. ที่มณฑลพิธีท้องสนามหลวง นอกจากนี้ ภายในงานยังมีกิจกรรมมากมาย อาทิ การทำบุญพระประจำวันเกิด การจำหน่ายหนังสือธรรมะโดยหน่วยงานต่างๆ การตรวจสุขภาพทั่วไป ตรวจดัชนีมวลกายด้วย"นายอมร กล่าว
‘มจร’จัดที่โบสถ์กลางน้ำหลวงพ่อปัญญา
ขณะเดียวกันที่มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร) ได้ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยจัดสวดมนต์ข้ามปีเช่นเดียวกัน ที่พระอุโบสถกลางน้ำ มจร อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา ภายใต้ชื่อว่า "สวดมนต์ข้ามปี วิถีไทย วิถีพุทธ" และใช้สโลแกน "สวดมนต์ข้ามปี ไล่ผีหลอกหลอน ดวงจิตไม่เร้าร้อน นั่งนอนผ่อนคลาย สบายกายใจตลอดปี เชิญมาสวดมนต์ที่ มหาจุฬาฯ วังน้อย" กิจกรรมเริ่มขึ้นในวันที่ 31 ธันวาคม เวลา 08.09-09.00น. มีพิธีแห่พระบรมสารีริกธาตุ จากบริเวณหน้าหอประชุม มวก.48 ไปยังอุโบสถกลางน้ำ เวลา 13.00-14.00น.ฟังบรรยายพิเศษ เรื่อง “วันขึ้นปีใหม่, เหลียวหลังแลหน้าค้นหาความสุข” โดย พระครูปลัดสุวัฒนบัณฑิตคุณ ผู้อำนวยการสำนักงานพระสอนศีลธรรม
เวลา 19.00-19.20น. ฟังบรรยายเรื่อง “สวดมนต์ภาวนาเสริมชะตาชีวิต” โดย อาจารย์คฑา ชินบัญชร ตามด้วยฟังบรรยายธรรม เรื่อง “วันขึ้นปีใหม่, อยู่อย่างไรให้ใจเป็นสุข” โดย พระพรหมบัณฑิต,ศ.ดร. อธิการบดี มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เวลา 20.30-21.30 น.ชมการแสดงโขน ชุด “ท้าวมาลีวราชว่าความ” เวลา 21.30-22.30 น.พิธีสวดมนต์เพื่อสันติภาพ : ภาวนาเพื่อสันติภาพ เวลา 22.30-23.00 น. ฟังธรรมบรรยายเรื่อง “อานิสงส์การสวดมนต์” โดยพระราชวรเมธี,ดร. รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร มจร เวลา 23.00-00.00น.ของวันใหม่ พิธีสวดมนต์ข้ามปี: แผ่เมตตา
อย่างไรก็ตามทางการท่องเที่ยวแห่งประเทศจะมีการแถลงข่าวโครงการ ที่สำนักงานใหญ่ ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ ชั้น 10 กรุงเทพฯ ในวันที่ 23 ธันวาคมนี้ ๒๕๕๗ เวลา 13.00น.ในรายละเอียดอีกครั้ง
บก.น.2ปล่อยแถวล้างอาชญกรรมช่วงปีใหม่
เมื่อ 16.00 น. พ.ต.อ.คมศักดิ์ สุมังเกษตร รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล 2 เป็นประธานเปิดพิธีปล่อยแถวระดมกวาดล้างปราบปรามอาชญากรรม เพื่อป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมในช่วงวันคริสมาส และช่วงก่อนวันปีใหม่ ของกองบัญชาการตำรวจนครบาล 2 ที่ขนส่งสายเหนือ (หมอชิต) โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจรถจักรยานยนต์และสายตรวจรถยนต์ รวมทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ทหาร และอาสาสมัครตำรวจบ้าน เข้าร่วมพิธี กว่า 153 คน หลังเสร็จสิ้นพิธีเปิดได้มีการปล่อยแถวขบวนรถจักรยานยนต์ 33 คัน และรถกระบะ 11 คัน
ด้าน พ.ต.อ.คมศักดิ์ เผยว่า จะเริ่มปราบปรามอาชญากรรมตั้งแต่วันที่ 20-26 ธันวาคม 2557 รวมทั้งสิ้น 7 วัน เนื่องจากเป็นวันที่ประชาชนออกนอกบ้านเป็นจำนวนมาก โดยจะใช้กำลังเจ้าหน้าที่ทั้งในและนอกเครื่องแบบตรวจสอบในสถานที่สำคัญ ตลอดจนสถานบริการ และสถานบันเทิงต่างๆ เพื่อป้องกันการเกิดอาชญากรรม พร้อมฝากถึงประชาชนให้ระมัดระวังตัว เพราะคนร้ายมักจะแฝงตัวมาในกลุ่มประชาชนที่เดินทางออกต่างจังหวัด พร้อมทั้งกำชับในการเตรียมความพร้อมในเรื่องของยานพาหนะ และผู้ขับขี่ ในเรื่องดื่มสุราขณะขับรถอย่างเด็ดขาด โดยมีโทษทั้งจำและปรับอีกด้วย
ศรีสะเกษฝ่ายปกครองเตรียมพร้อมรับปีใหม่
ที่ลานเอนกประสงค์ตำรวจภูธรจังหวัดศรีสะเกษ พล.ต.ต.บุญยศ บุญไพศาล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดศรีสะเกษ นำคณะเจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่ฝ่ายทหาร เจ้าหน้าที่ปกครอง อาสาสมัครฝ่ายพลเรือน ประกอบพิธีปล่อยแถวเพื่อการกวดล้างอาชญากรรมในช่วงเทศกาลปีใหม่ ที่จะมาถึงอีกไม่กี่วันนี้ ขณะที่จังหวัดศรีสะเกษ เองก็ได้จัดงานปีใหม่ขึ้น ระหว่างวันที่ 26 ธันวาคม 2557 ถึงวันที่ 4 มกราคม 2558 จำนวน 10 วัน 10 คืน เพื่อเป็นการป้องปราม ปราบปรามอาชญากรรมในห่วงเวลาดังกล่าว จึงได้มีการประชุมซักซ้อม ปล่อยแถวกวดล้างอาชญากรรมขึ้น เพื่อที่จะได้ให้นักท่องเที่ยว รวมทั้งพี่น้องประชาชนชาวศรีสะเกษ ได้ออกมาเที่ยวปีใหม่กันอย่างปลอดภัย ซึ่งในปีใหม่ปีนี้รัฐบาลได้กำหนดให้มีวันหยุดติอดต่อกันหลายวัน จึงอาจจะทำให้ผู้คนหลั่งไหลมาเที่ยวศรีสะเกาเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วยได้ ซึ่งถือเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่โดยตรงที่จะดูแลในเรื่องความปลอดภัย ทั้งเรื่องทรัพย์สิน และเรื่องการจราจรไปพร้อมๆ กัน
ด้ายนายประทีป กีรติเรขา ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ ร่วมกับ นางศิรดา กีรจิเรขา นายกเหล่ากาชาดจังหวัดศรีสะเกษ ได้เปิดงานรวมน้ำใจสู่ร้านธารากาชาดขึ้นที่จวนผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้มีจิตเป็นกุศลได้นำข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ที่ประสงค์จะบริจาคเข้าไปเป็นของรางวัลภายในร้านธารากาชาด ที่จะได้เป็นของรางวัลในช่วงปีใหม่ที่จะมีผู้คนที่มาเที่ยวได้ร่วมสนุกโดยการตักมัจฉากาชาดเพื่อรับของรางวัลใหญ่ รางวัลน้อย ทุกสลากมีรางวัลเพื่อนำราชได้ไปเป็นกองทุนของเหล่ากาชาดที่จะเก็บไว้คอยให้ความช่วยเหลือ แก่ราษฎรที่ประสบภัยในจังหวัดศรีสะเกษ ตลอดปี 2558 ภายในงานปีใหม่สีเผ่าไทศรีสะเกษ ต่อไปด้วย
ตีกลับห้ามขายเหล้าเบียร์ปีใหม่
ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) มีการประชุมคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ที่มี ศ.นพ.รัชตะ รัชตะนาวิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข(รมว.สธ.) เป็นประธาน โดยมีวาระพิจารณาการออกอนุบัญญัติ หรือ ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีในการควบคุมการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ตามที่สำนักงานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ กรมควบคุมโรค(คร.) เสนอพิจารณาร่างประกาศ 5 ฉบับ ดังนี้ 1. ห้ามขายห้ามดื่มเหล้าในท่าเรือโดยสารสาธารณะ 2. กำหนดสถานที่หรือบริเวณ ห้ามขายห้ามดื่มเหล้าในสถานีขนส่ง 3.ห้ามขายห้ามดื่มเหล้าในสถานที่ที่อยู่ในการกำกับดูแลของรัฐวิสาหกิจหรือหน่วยงานของรัฐ ซึ่งหมายถึงลานกีฬา สนามหน้าอาคาร เป็นต้น 4. ห้ามขายเหล้าบริเวณรอบสถานศึกษา และ 5. ห้ามขายเหล้าในวันที่ 31 ธันวาคม และวันที่ 1 มกราคม และวันที่ 13-15 เมษายนของทุกปี
ศ.นพ.รัชตะ กล่าวภายหลังการประชุมว่า ในที่ประชุมได้มีการพิจารณารายละเอียดของร่างอนุบัญญัติต่างๆ และมีมติเห็นชอบ และเสนอต่อคณะกรรมการนโยบายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แห่งชาติ ที่มีรองนายกรัฐมนตรีเป็นประธานในวันที่ 24 ธันวาคมนี้ เพื่อพิจารณาและประกาศใช้อย่างเป็นทางการต่อไป โดยร่างประกาศ ซึ่งเป็นกฎหมายลูกของพ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 ที่มีมติผ่านแล้วนั้น ประกอบด้วย 1.ห้ามขายห้ามดื่มเหล้าในท่าเรือโดยสารสาธารณะ 2. ห้ามขายห้ามดื่มเหล้าในสถานีขนส่ง 3.ห้ามขายห้ามดื่มเหล้าในสถานที่ที่อยู่ในกำกับของรัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานของรัฐ ซึ่งกฎหมายเดิมกำหนดเพียงตัวอาคาร แต่ร่างนี้จะกำหนดบริเวณภายในของสถานที่ราชการทั้งหมด ทั้งสนามหญ้า ลานกีฬา ฯลฯ และ4.การกำหนดวันสำคัญในการห้ามขายเหล้า ที่ประชุมมีมติห้ามขายเหล้าในวันออกพรรษา จากเดิมวันเข้าพรรษา วันวิสาขบูชา และวันมาฆบูชา ส่วนมาตรการห้ามขายเหล้าในวันปีใหม่และเทศกาลสงกรานต์ ให้กลับไปศึกษารายละเอียดเพิ่มอีกครั้ง
“ส่วนการพิจารณาห้ามขายเหล้ารอบสถานศึกษานั้น ที่ประชุมเห็นชอบในหลักการ แต่ยังมีรายละเอียดปลีกย่อยที่ต้องเพิ่มเติม เนื่องจากบางร้านอยู่มานาน และร้านค้าเหล่านี้ไม่ใช่ร้านขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์โดยตรง แต่เป็นร้านค้าร้านอาหาร จึงให้สำนักงานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ กลับไปร่างกรอบแนวทางการปฏิบัติให้ชัดเจนที่จะไม่ส่งผลกระทบต่อร้านค้าอื่นๆ ส่วนร่างกฎกระทรวงในการห้ามขายห้ามดื่มเหล้าบนทางรถไฟนั้น ก่อนหน้านี้ได้เสนอคณะกรรมการควบคุมฯ สมัย นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) ดำรงตำแหน่งปฏิบัติหน้าที่แทนรมว.สธ. ในฐานะประธานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ฯ แล้ว จึงสามารถเสนอเข้าที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายฯ ได้เลย” ศ.นพ.รัชตะ กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า เพราะเหตุใดมาตรการห้ามขายเหล้าในวันปีใหม่จึงไม่ผ่านการพิจารณา ศ.นพ.รัชตะ กล่าวว่า ที่ประชุมเห็นว่า เรื่องนี้ต้องคำนึงถึงความเห็นที่หลากหลายของสังคม เพราะกระทบกับคนหมู่มาก จึงต้องมีการศึกษาและทบทวน พร้อมทั้งสำรวจความคิดเห็นอย่างรอบด้านมากกว่านี้
ผู้สื่อข่าวถามว่า มติดังกล่าวสืบเนื่องจากกรณี พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เคยพูดไว้ว่าให้มีการจำหน่ายได้ในช่วงปีใหม่หรือไม่ ศ.นพ.รัชตะ กล่าวว่า คำปรารภของท่านนายกรัฐมนตรีก็รับฟัง แต่ในที่ประชุมก็มีความเห็นที่แตกต่าง ทั้งเรื่องการท่องเที่ยว การเฉลิมฉลองด้วย อย่างไรก็ตาม แม้ไม่มีมาตรการห้ามขายเหล้าปีใหม่ แต่ สธ. มีมาตรการในเรื่องการจัดทีมดูแลเฝ้าระวัง และให้ความรู้ประชาชนตระหนักถึงอันตรายจากการดื่มเหล้า รวมทั้งร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในการเข้มงวดตรวจจับผู้กระทำผิดทั้งการจำหน่ายและดื่มที่ขัดกับกฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
นายธีระ วัชระปราณี ผู้จัดการสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า(สคล.) กล่าวว่า พร้อมยอมรับเรื่องนี้ แต่เครือข่ายฯจะร่วมกับฝ่ายวิชาการศึกษามาตรการช่วงปีใหม่นี้ว่า จะลดจำนวนผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจากเมาแล้วขับได้หรือไม่ หากไม่ได้ก็จะรวบรวมข้อมูลไว้เป็นกรณีศึกษา เพื่อนำเสนอต่อในการควบคุมช่วงเทศกาลสงกรานต์ต่อไป
วันเดียวกันก่อนการประชุมฯ เครือข่ายเยาวชนป้องกันนักดื่มหน้าใหม่ พร้อมด้วยผู้ได้รับผลกระทบจากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์กว่า 40 คนเดินทางมามอบดอกไม้ให้กำลังใจรมว.สธ. เพื่อเดินหน้าออกมาตรการควบคุมปัญหาจากการดื่มเหล้า และขอของขวัญปีใหม่ให้แก่คนไทย ในการออกกฎหมายควบคุมฯ



