
การเดินทางที่ไม่มีกรอบ
การเดินทางที่ไม่มีกรอบ : พื้นที่ภายใน โดยธัญญทัศน์ ธาระวานิช เรื่องและภาพ www.facebook.com/jasmin.tea.3597
สู่โลกที่กว้างใหญ่ ที่เปิดกว้างในใจ เมื่อฉันทิ้งกรอบ แล้วเดินข้ามกรอบนั้นออกไป
นี่เป็นการเดินทางไปอินโดนีเซียครั้งที่สองในชีวิต ครั้งแรกก็ร่วมยี่สิบปีที่แล้ว ฉันรู้สึกว่า มันเป็นการเดินทางที่สดมาก เหมือนเป็นการเดินทางแบกเป้เดี่ยวครั้งแรกเมื่อหลายสิบปีก่อน ดูเหมือนฉันสามารถพับเวลาไว้ได้ เวลาหายไปชั่วขณะ เมื่อวานนี้ กับวันนี้ คือวันเดียวกัน กับพรุ่งนี้ ?
เมื่อต้นเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา เมื่อฉันมีภารกิจที่จะต้องเดินทางไปแถบออสเตรเลีย ด้วยไฟลท์บังคับที่บินผ่านกัวลาลัมเปอร์เพื่อเปลี่ยนเครื่องไปเมลเบิร์นเนื่องจากเป็นเส้นทางราคาถูกที่สุด ก่อนเดินทางเมื่อฉันได้อ่านข่าวว่ามีแข่งจักรยานบีเอ็มเอ็กซ์ของอแมนด้า คาร์ สาวลูกครึ่งไทย-อเมริกัน ที่คว้าเหรียญทองเอเชี่ยนเกมส์มาหมาดๆ จะแข่งที่อินโดนีเซียใกล้เพียงเท่านี้ พอหาชื่อเมืองเจอ มีบินจากกัวลาลัมเปอร์ เที่ยวละ 900!!!บาท ก็มหัศจรรย์ ยังมีพาสปอร์ตไทยที่เข้าอาเซียนได้ฉลุย หรือฉันจะได้ไปเกาะสุมาตราที่เคยฝันไว้ก่อนบุโรพุทโธจริงๆ เสียที
ฉันมองย้อนกลับไปว่าเพราะเหตุใดที่เรามายืนอยู่ ณ จุดจุดนี้ ต้องก้าวออกมาจากกรอบที่เราสร้างไว้ เพื่อพบกับอิสรภาพของใจอีกครั้งของการไม่มีขอบกั้น ฉันคิดว่าในชีวิตที่เราเป็นอยู่ในทุกวันนี้ เราทำบางสิ่งหล่นหายไป ความธรรมดานั่นเอง เราสูญเสียความเรียบง่ายเป็นปกติไปนั่นเอง ช่องทางแห่งความธรรมดาถูกปิดกั้น และผู้คนทุกวันนี้ลืมไปแล้ว
เมื่อฉันติดต่อสอบถามไปทางสมาคมจักรยาน ข่าวที่ได้ทราบเหมือนไม่แน่ใจว่าจะมีสื่อเดินทางไปหรือไม่ หรือมีแฟนกีฬาตามไปชม ข้อมูลที่ได้คือการติดต่อผ่านเอเย่นต์ที่จัดให้ทางสมาคม และติดตามร่วมไปด้วย และการประสานผ่านองค์กรที่รับในเรื่องที่พัก เรื่องการขนส่ง ชักจะซับซ้อน
ฉันพยายามมองหาเมือง Siak ที่ยังไม่มีสนามบินลง เป็นเมืองหลวงเก่าของอาณาจักรโบราณคือ 'เรียว' จากนั้นก็หาหมายเลขยกหูไปสอบถามปลายสายเหมือนยกหูสอบถามเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นเราตามปกติ ติดต่อใครไม่ได้ นอกจากเบอร์ผู้อำนวยการแข่ง ที่รับรองมาตามสายเรื่องหาที่พักให้ ถามฉันว่าจะเดินทางไปอย่างไร จากเมืองที่มีสนามบินถึงเมืองเล็กๆ แห่งนี้ ในที่สุด เขาตอบมาว่า จะส่งรถมารับ ค่าใช้จ่ายทั้งหมดรวมอยู่ในค่าที่พักเบ็ดเสร็จ
มันช่างเป็นการเดินทางที่เบาสบายจริงๆ ไม่มีอะไรกังวล ทุกอย่างเป็นของขวัญ ทุกวินาทีฉันซึมซับ มีค่าที่จะเรียนรู้และเข้าใจ ขณะเดียวกันก็ตื่นที่จะอยู่กับทุกสิ่งที่มันผ่านมาให้สัมผัส
ถ้าเพียงแต่ชีวิตคนเราในชีวิตประจำวันจะเป็นได้เพียงน้อยนิดของความอิสระในทุกวินาทีของชีวิตที่กระทบผ่าน ตื่น รับ และเข้าใจ ชีวิตนี้จะมีค่าสักเพียงไร
ก่อนออกเดินทางฉันเพียงอธิษฐานให้เดินทางโดยปลอดภัย ทางเปิด คุณพระคุ้มครอง และเหนือสิ่งอื่นใด มีสติให้มากที่สุด ไม่ให้หลงลืมในการเดินทาง ราบรื่นและเป้าหมายสำเร็จ แล้วฉันก็ตั้งต้น และได้ไปพบน้องอแมนด้าแข่ง อย่างใกล้ชิดโดยไม่คาดคิดว่าจะไปได้เจอ ได้คุย การเดินทางไปได้พบภายนอก กลายเป็นการพบภายในที่ล้ำค่า อย่างที่ตัวฉันเองก็คาดไปไม่ถึง เพราะสิ่งที่เธอมอบให้นั้นเป็นมากกว่าเหรียญทอง...
(โปรดติดตามตอนต่อไป)



