
ปฏิปทาพ่อแม่ครูบาอาจารย์
ปฏิปทาพ่อแม่ครูบาอาจารย์ : ธรรมะยู-เทิร์น โดยอิทธิโชโต
เมื่อละความอยาก(ความไม่อยาก)ได้ขาด จึงจะตัดเครื่องผูกได้หมด (อิจฉาสูตร ๑๕/๕๖)
๖๕ ปีแห่งการละสังขาร หลวงปู่มั่น ภูริทัตตะเถระ พระอริยสงฆ์แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ที่ท่านได้นำพระธรรมคำสอนจากพระพุทธเจ้ามาคลี่คลายอยู่ในวิถีการปฏิบัติของพระป่ามาจนถึงทุกวันนี้ ที่ทำให้สังคมไทยร่มเย็นเป็นสุข ก็เพราะการพลิกฟื้นพระธรรมวินัยให้มีชีวิต ขัดเกลาพระจนสิ้นกิเลส มาสู่การทำให้ผู้คนกลับมาเลื่อมใสศรัทธาในบวรพระพุทธศาสนาอันเป็นต้นธารแห่งความสงบเย็นในสังคม
เพราะธรรมะของหลวงปู่มั่น ไม่ต่างจากธรรมะของพระพุทธเจ้า หรือพระสาวกที่ประทานให้ชาวพุทธเรา ต่างกันแค่ช่วงเวลาเท่านั้นเอง เนื่องจากในสมัยก่อน พระป่าในเมืองไทยแทบไม่ค่อยมี หรือน้อยมาก เป็นแค่วงธรรมยุต และมหานิกาย ส่วนการปฏิบัติยังไม่ค่อยเท่าไหร่ แล้วก็ค่อยๆ เจริญขึ้นมาเรื่อยๆ ในทางปฏิบัติธรรมก็สมัยหลวงปู่มั่นนี่เอง
โดยมีหลวงปู่เสาร์ กันตสีโล ซึ่งเป็นอาจารย์ของหลวงปู่มั่น ก็เป็นผู้บุกเบิกในการเจริญสมถะ วิปัสสนากรรมฐาน ช่วงนั้นเรียกว่าเป็นช่วงเพาะปลูก ยังไม่ออกดอกออกผลเท่าไหร่ ต่อมาออกดอกออกผลในสมัยหลวงปู่มั่น ถ้าเรียกภาษาชาวบ้านก็เรียกว่า พระป่า เป็นช่วงที่ได้ผลผลิตแล้ว ซึ่งทำให้ลูกชาวบ้านที่มาบวชเรียน แล้วสนใจการภาวนาได้ปฏิบัติอย่างเข้มข้นเป็นจำนวนมาก เพราะท่านเน้นเรื่องการภาวนา ให้พระไปอยู่ตามหุบเขา ในถ้ำ ในป่า ซึ่งสมัยก่อน ไปที่ไหนก็มีแต่ป่าทั้งนั้น
เหมือนสมัยเมื่อประมาณ ๒๐ ปีมาแล้ว ขณะที่เรายังเป็นสามเณร ป่าก็ยังเยอะมาก เดินไปไหนหาวัดป่าแทบไม่มี ยังน้อยอยู่ แต่พอหลังจาก ๒๐ ปีให้หลัง เมื่อปีที่แล้ว เราเลยย้อนรอยไปดู ป่าเมืองไทยหมดเลย เปลี่ยนไป ไม่เหมือนกับที่เคยไปเลย ในแถบเทือกเขาภูพาน อุดรธานี สกลนคร นครพนม เปลี่ยนไปเยอะมาก มีแต่สำนักสงฆ์ มีแต่วัดป่า เยอะทีเดียว สมัยก่อนกว่าจะเจอสำนักสงฆ์ หรือวัดป่าสักแห่งหนึ่ง เดินจนเหนื่อย
สมัยหลวงปู่เสาร์ หลวงปู่มั่น ยังเป็นป่าดงดิบจริงๆ สิงสาราสัตว์ อันตรายทั้งนั้น ที่สำคัญคือ ไข้ป่า เป็นตัวอันตรายมากสำหรับสมัยก่อน เราก็มาพิจารณาดูว่า ครูบาอาจารย์ท่านผ่านมาได้อย่างไร ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ แล้วตามไปดูที่ท่านอยู่สมัยก่อน อยู่ลึกจากป่าเขาจริงๆ แล้วท่านออกมาบิณฑบาตอย่างไร ออกมาแบบไหน ก็พอทราบว่า บางวันท่านก็ไม่ออกมา หลายวันก็ไม่ออกมา นานๆ ทีหมายความว่า สามสี่วันค่อยออกมาบิณฑบาตครั้งหนึ่ง จนทำให้บางครั้งอาหารไม่ย่อย กระเพาะอาหารปรับสภาพไม่ได้ สมัยก่อน อด คืออดจริงๆ ไม่มีอะไรฉันเลย มีแต่น้ำเปล่า หรือน้ำปานะแบบโบราณก็เป็นพวกสมอ มะขามป้อม เท่านั้นเอง
(17.47 น.) เพื่อนยามเช้า 18 พ.ย.2557



