พระเครื่อง

เตรียมตัวเพื่ออยู่ลำพังยามแก่ชราแล้วแต่จะ'เตรียมใจ'อย่างไร

เตรียมตัวเพื่ออยู่ลำพังยามแก่ชราแล้วแต่จะ'เตรียมใจ'อย่างไร

21 พ.ย. 2557

เตรียมตัวเพื่ออยู่ลำพังยามแก่ชราแล้วแต่จะ'เตรียมใจ'อย่างไร : ปุจฉา-วิสัชนากับพระไพศาล วิสาโล

                มณีรัตน์ องค์วรรณดี ปุจฉา : กราบนมัสการพระอาจารย์ด้วยความเคารพค่ะ ดิฉันขออนุญาตเรียนสอบถามเรื่องการจัดการกับความกังวลในอนาคตยามแก่ชรา ซึ่งมีความเป็นไปได้สูงที่จะต้องอยู่คนเดียว จึงเกิดความกลัวว่าเมื่อเจ็บไข้จะอยู่ลำบาก ช่วยเหลือตนเองไม่ได้ เหตุดังกล่าวจึงทำให้ดิฉันพยายามเตรียมความพร้อมด้านกายไว้ เช่น ดูแลสุขภาพให้ดี เก็บหอมรอมริบไว้ใช้ยามเกษียณ แต่สำหรับการเตรียมใจยังครุ่นคิดไม่ตกค่ะ ขอความอนุเคราะห์พระอาจารย์ช่วยให้ข้อคิดด้วยค่ะ ด้วยความเคารพอย่างสูง

                วิสัชนา : การเตรียมใจอย่างหนึ่ง ก็คือ พิจารณาอยู่เสมอว่าความแก่ชรา เป็นเรื่องธรรมดา ไม่มีใครหนีพ้นได้ เมื่อใจยอมรับความแก่ได้มากขึ้น ความแก่ก็จะเป็นปัญหาแก่จิตใจน้อยลง

                ขณะเดียวกันก็ควรมองว่า ความชรานั้นมีข้อดีอย่างไรบ้าง เช่น หมายถึงการผ่านโลกมามาก มีประสบการณ์มากขึ้น ช่วยให้ปล่อยวางได้มากขึ้น มีการวิจัยหลายชิ้นที่ชี้ตรงกันว่า คนส่วนใหญ่จะมีความเครียดมากเมื่ออยู่ในวัยกลางคน แต่เมื่ออายุมากขึ้น ความเครียดจะลดลง ความสุขจะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จนถึงวัยชรา งานบางชิ้นชี้ว่า คนอายุ ๘๐ โดยเฉลี่ยมีความสุขกว่าคนที่อายุ ๑๘ เสียอีก สาเหตุที่คนชรามีความสุขมากกว่า ทั้งๆ ที่ชีวิตอยู่ในช่วงขาลง ก็เพราะมีวุฒิภาวะ มีความเข้าใจโลก และรู้จักทำใจนั่นเอง ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นได้ส่วนหนึ่งก็เพราะผ่านโลกมามากนั่นเอง

                อีกข้อหนึ่งที่อยากแนะนำก็คือ ควรทำปัจจุบันให้ดีที่สุด อย่ามัวกังวลกับสิ่งที่ยังมาไม่ถึง การที่คุณวางแผนเตรียมการสำหรับอนาคตนั้นเป็นเรื่องดี แต่ก็อย่าหมกมุ่นกับมันจนวิตกกังวล ถ้าคุณมีความสุขกับปัจจุบัน ยอมรับทุกอย่างที่เกิดขึ้นได้โดยไม่ปริปากบ่น มองเห็นสิ่งดีๆ ที่มีอยู่รอบตัว การมีความสุขในวันหน้าก็มิใช่เรื่องยากสำหรับคุณ

                ของที่ถวายพระต้องเป็นของที่ซื้อมาใหม่ หรือซื้อแยกเฉพาะหรือไม่ ?

                ลดาวัลย์ ธนะพงศ์พร ปุจฉา : กราบนมัสการพระคุณเจ้า วันนี้มีญาติธรรมถามคำถามมา ไม่แน่ใจจึงยังไม่ตอบคำถามไป จึงอยากจะเรียนถาม พระอาจารย์เพื่อความกระจ่างแห่งปัญญาเจ้าค่ะ

                คำถามมีอยู่ว่า ญาติธรรมท่านนี้ซื้อสละมา ๑ พวงแต่พอได้แกะชิมแล้วรู้สึกว่าสละหวานชื่นใจมากจึงอยากแกะเพื่อใส่บาตรถวายพระในตอนเช้า แต่ญาติธรรมไม่แน่ใจว่าควรหรือไม่เนื่องจากว่าสละจะกลายเป็นของที่รับประทานแล้วไม่ใช่ของใหม่ เพราะปกติของที่เตรียมถวายพระจะจัดซื้อหาแยกมาต่างหากไม่ให้ปะปนกับของในบ้าน จึงอยากกราบเรียนถามพระอาจารย์ว่าอย่างนี้จะบาปมั๊ยเจ้าคะ กราบนมัสการเจ้าค่ะ

                วิสัชนา : ญาติธรรมท่านนั้นอยากถวายสละให้พระเพราะเห็นว่ารสอร่อย นี้เป็นเจตนาที่ดี หากถวายพระตามที่ตั้งใจไว้ย่อมได้บุญ ไม่เป็นบาปแต่อย่างใด แม้ทีแรกจะไม่ได้ตั้งใจซื้อถวายพระก็ตาม ส่วนสละที่เขาได้ชิมไปแล้วนั้น เข้าใจว่าสละลูกนั้นไม่ได้ถวายพระ ถ้าชิมแล้ว ยังไปถวายพระอีก ย่อมไม่เหมาะ ที่จริงแม้เอาไปให้เพื่อนบ้าน ก็ไม่เหมาะเช่นกัน

                ของที่จะถวายพระไม่มีข้อกำหนดว่าต้องเป็นของที่ซื้อแยกต่างหากจากของในบ้าน จึงจะได้บุญ ของในบ้านของคุณ หากมีมากมายและไม่ได้ใช้ วันดีคืนดีอยากนำไปถวายพระ ถ้าเป็นของที่ควรแก่สมณะ ก็ได้บุญเหมือนกัน อย่าเข้าใจว่าจะเป็นบาป สิ่งสำคัญอยู่ที่เจตนา

"}])