พระเครื่อง

ทุกข์ของคนเราเกิดจากการรับรู้

ทุกข์ของคนเราเกิดจากการรับรู้

16 ต.ค. 2557

ทุกข์ของคนเราเกิดจากการรับรู้ ความรู้สึก ความจำ และการปรุงแต่งใช่หรือไม่ ? : ปุจฉา-วิสัชนากับพระไพศาล วิสาโล

              ทุกข์ของคนเราเกิดจากการรับรู้ ความรู้สึก ความจำ และการปรุงแต่งใช่หรือไม่ ?

              ปุจฉา :  กราบนมัสการครับท่าน ผมขอหารือทางธรรมสักหน่อยนะครับเพื่อขอความเห็น คือว่าถ้าหากเราประมวลปัญหาชีวิตของคนทั่วไปว่า ปัญหาของคนทั่วๆ ไปมีมากมายหลายอย่าง แต่หากจะประมวลตามขันธ์ เราน่าจะสรุปได้ว่าคือทั้งหมดจะอยู่บน ๓ ขันธ์ คือ ๑.ทุกข์ที่เกี่ยวข้องกับเวทนา ๒.ทุกข์เกี่ยวข้องกับสัญญาหรือความจำนับตั้งแต่ปัจจุบันย้อนไปในอดีตและ ๓.ทุกข์ที่อยู่บนการปรุงแต่งคือการนึกคิดในสิ่งที่ยังไม่เกิดจากนี้ไปถึงในอนาคต ซึ่งทั้งหมดนี้เกิดจากตัววิญญาณคือ ตัวรู้ไปจับคู่กับเวทนา และ ๒.วิญญาณไปจับคู่กับสัญญาและ ๓.วิญญานไปจับคู่กับสังขาร แต่ถ้าเมื่อใดวิญญาณไปจับคู่กับรูป หรือกายเรียกว่ากายคตาสติ อันนี้จะเป็นภาวะที่ไม่ทุกข์ ดังเช่นในกรณีอานาปานสติคือวิญญาณไปจับอยู่ลมหายใจเข้าออกหรืออิริยาบถ อธิบายในลักษณะนี้จะได้ไหมครับ
 
              วิสัชนา : ความทุกข์ของคนเราล้วนเกี่ยวข้องกับขันธ์ทั้งห้า (ไม่ใช่แค่เวทนา สัญญา และสังขารเท่านั้น) ที่ชัดเจนและเห็นง่ายที่สุดก็คือ 'รูป' ไม่ใช่แค่ปวดเมื่อย เครียดเกร็ง อ่อนล้า และเสื่อมโทรมเท่านั้น แม้กระทั่งลมหายใจ หากหายใจเข้าแล้วกลั้นหายใจไว้ ไม่หายใจออก ก็ทุกข์ทันที แต่ที่เราไม่สังเกตเพราะเราหายใจเข้าสลับกับลมหายใจออกตลอดเวลา ทุกข์จึงไม่แสดงตัว

              'วิญญาณ' นั้น หมายถึงการรู้แจ้งอารมณ์ หรือรู้อารมณ์ทางอายตนะทั้ง ๖ การที่วิญญาณรับรู้เวทนา สัญญา และสังขารนั้น ไม่ทำให้ทุกข์ (พระพุทธเจ้าและพระอรหันต์ ล้วนแล้วมีการรับรู้ดังกล่าวทั้งสิ้น แต่ท่านแค่รู้เฉยๆ หรือสักแต่ว่ารู้ อนึ่งโดยปกติเมื่อมีวิญญาณเกิดขึ้น สัญญามักจะทานประกอบด้วยเสมอไป ทำให้รับรู้ว่าอะไรเป็นอะไร) แต่ที่คนเราทุกข์ก็เพราะมีความยึดติดถือมั่นในเวทนา สัญญา และสังขารเหล่านั้นต่างหาก (ยังไม่นับการยึดมั่นในรูปและวิญญาณ) รวมทั้งมีการปรุงแต่ง เช่น ชอบ-ชัง ยินดี-ยินร้าย

              แม้ทำอานาปานสติ แต่ถ้าบังคับลมหายใจหรือมีความยึดติดถือมั่นในลมหายใจ ก็เป็นทุกข์ได้ อย่างไรก็ตามหากทำอานาปานสติถูกต้อง จิตรับรู้ลมหายใจเข้า-ออกตามธรรมชาติ ก็จะไม่ทุกข์ เพราะตอนนั้นจิตอยู่กับปัจจุบัน ไม่นึกถึงอดีตด้วยอาลัยและไม่กังวลถึงอนาคต

              หมายเหตุ ขันธ์ ๕ คือ กองแห่งรูปธรรมและนามธรรม ๕ หมวด ที่ประชุมกันเข้าเป็นหน่วยรวมที่มีชีวิต ซึ่งบัญญัติเรียกว่า สัตว์ บุคคล ตัวตน เรา เขา เป็นต้น ประกอบด้วย ๑.รูป (corporeality) ส่วนร่างกาย ๒.เวทนา (feeling) คือ ความรู้สึก สุข ทุกข์ ไม่สุขไม่ทุกข์ ๓.สัญญา (perception) การจำได้หมายรู้ เช่นว่า ขาว เขียว ดำ แดง ๔.สังขาร (mental formations) ความปรุงแต่ง สภาพที่ปรุงแต่งจิต ๕.วิญญาณ (consciousness) ส่วนที่เป็นความรู้แจ้งอารมณ์, ความรู้อารมณ์ทางอายตนะทั้ง ๖ เช่น การเห็น การได้ยิน เป็นต้น
 

"}])