
ด.ต.สุธี เสรีเผ่าวงษ์เช่าเฉพาะพระใหม่มากประสบการณ์เท่านั้น
ด.ต.สุธี เสรีเผ่าวงษ์เช่าเฉพาะพระใหม่ที่มากประสบการณ์เท่านั้น! : พระเครื่องคนดัง โดยไตรเทพ ไกรงู
"ผมเป็นคนชอบเรื่องเล่าเกี่ยวกับปาฏิหาริย์มาตั้งแต่เด็ก และมักจะเกี่ยวข้องกับพระเครื่องและเครื่องรางของขลัง เมื่อมาบรรจุเป็นตำรวจมักมีเรื่องเล่าเกี่ยวกับปาฏิหาริย์กับผู้ต้องหามากมาย ที่ผ่านมามีคดียิงกันนับสิบๆ คดี แต่คู่กรณีไม่เป็นอะไรเลย อย่างนี้เขาเรียกว่า พระมีประสบการณ์รองรับ จะไม่เช่าเก็บมาได้อย่างไร บางรุ่นยังไม่หมดจากวัดด้วยซ้ำ ที่สำคัญคือ ผมเคยเช่าหมดวัดมาแล้ว"
นี่คือหลักในการเช่าพระของ ด.ต.สุธี เสรีเผ่าวงษ์ ผู้บังคับหมู่อำนวยการตำรวจภูธรภาค ๗ (ผบ.หมู่ อ.ก.บก.๗) หรือเจ้าของฉายา “ดาบธี ภาค ๗”
พร้อมกันนี้ “ดาบธี ภาค ๗” ยอมรับว่า ในฐานะที่เป็นนักเล่นพระ เมื่อเกิดคดีทำร้ายกันด้วยมีด หรือด้วยปืน นอกจากขอดูร่องรอยบาดแผลแล้ว สิ่งที่ขาดไม่ได้คือ ขอดูคอว่ามีของดีอะไร อย่างกรณีของเหรียญรุ่น ๑ หลวงปู่แผ้ว ปวโร วัดรางหมัน อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม ซึ่งปัจจุบันมีการเช่าซื้อกัน ๒๐,๐๐๐-๔๐,๐๐๐ บาทนั้น เมื่อหลายปีก่อนได้ตระเวนเช่ามาไม่เกินเหรียญละ ๒๐๐ บาทเท่านั้น ในครั้งนั้นใครๆ ก็พูดในทำนองที่ว่า "ใครอยากได้เงินให้เอาพระหลวงปู่แผ้วไปขายดาบธี" ไม่น่าเชื่อว่า ให้หลังจากนั้นไม่นานเหรียญหลวงปู่แผ้วรุ่นแรก ราคาขึ้นไปเกือบหมื่นบาท
"ผมได้เปรียบกว่าคนเล่นพระทั่วๆ ไป คือ ผมมีตัวอย่างคนใช้พระแล้วมีประสบการณ์จริง เมื่อหลายปีก่อนมีคดียิงกันสนั่นเมืองนครปฐมหน้าผับแห่งหนึ่ง ชนิดที่เรียกว่า ผู้บาดเจ็บถูกจ่อยิงซ้ำถึง ๒ ครั้ง มีเพียงร่องรอยถลอกเท่านั้น ตำรวจทั้งโรงพักต้องมาขอดูว่ามีพระดีอะไร แต่เป็นเรื่องน่าเสียดาย เพราะไม่รู้ว่าพระสมเด็จที่แขวนนั้นสร้างจากวัดไหน เป็นพระสมเด็จที่สร้างใหม่จากวัดไหนก็ไม่รู้" ดาบธี ภาค ๗ กล่าว
สำหรับการนำพระเครื่อง เครื่องรางของขลัง ของพระเกจิอาจารย์วัดและสำนักต่างๆ มาทดสอบนับจำนวนไม่ถ้วน โดยลองมาทุกวัด ทุกสำนัก เรียกว่าเกือบทุกอย่างก็ว่าได้ ดาบธี ภาค ๗ ให้เหตุผลว่า ของดีจริงต้องลองได้ เมื่อมีประสบการณ์แล้วก็ต้องทดสอบได้ ที่สำคัญคือ พระที่ได้มานั้นราคาอยู่ในหลักร้อยเท่านั้น แต่ถ้าเป็นพระหลักหมื่น หลักแสน และหลักล้าน ไม่ขอลองเด็ดขาด เพราะขืนลองพระเหล่านี้ หากไม่มีพุทธคุณ พระหักเสียหาจะเสียเงินฟรี
จากประสบการณ์การลองทดสอบพุทธคุณองค์พระมานาน ดาบธี ภาค ๗ บอกว่า ก่อนการทดสอบพุทธคุณด้วยการยิงทุกครั้ง สิ่งหนึ่งที่นักลองของปฏิบัติยึดเป็นธรรมเนียมประเพณีคือ มีธูป เทียน และดอกไม้ เพื่ออธิษฐานอาราธนาชมพุทธคุณและบารมี ขณะเดียวกันผู้ที่ลองยิงนั้นจะหันไปในทิศที่วัดนั้นๆ ตั้งอยู่ พร้อมกับตั้งนะโม ๓ จบ พร้อมกับอธิษฐานจิตว่า “การลองยิงในครั้งนี้ไม่ใช่การลบหลู่ใดๆ ทั้งสิ้น หากเป็นการขอชมอำนาจบารมี และพลังแห่งพุทธคุณเท่านั้น”
พร้อมกันนี้ "ดาบธี ภาค ๗" ยังบอกด้วยว่า การเช่าวัตถุมงคลนั้น คนส่วนใหญ่หวังพึ่งพุทธคุณในองค์พระ แต่กว่าจะรู้ว่าพระนั้นมีพุทธคุณก็หมดจากวัดและมีราคาสูงแล้ว อย่างกรณีพระเครื่องของพระครูภาวนาปัญญาดิลก หรือหลวงปู่มหาเจิม ปัญญาภโร อดีตเจ้าอาวาสวัดสระมงคล ต.สระสี่มุม อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม ที่ละสังขารเมื่อวันเสาร์ที่ ๒๓ มิถุนายน ๒๕๕๕ และได้พระราชทานเพลิงสรีระสังขารเมื่อวันอาทิตย์ที่ ๑๓ มกราคม ๒๕๕๖ ที่ผ่านมา ปาฏิหาริย์อย่างหนึ่งคือ กระดูกของท่านเป็นพระธาตุทั้งหมด สร้างความฮือฮาในหมู่ลูกศิษย์อย่างยิ่ง ต่างแสวงหาวัตถุมงคลของท่านมาใช้ โดยเมื่อครั้งที่มีชีวิตอยู่นั้น ท่านอนุญาตให้จัดสร้างเพียงครั้งเดียว และครั้งสุดท้าย จากนั้นให้เลิกโดยเด็ดขาด
คำร่ำลือเรื่องพุทธคุณของเหรียญหลวงปู่พระมหาเจิมนั้น "ดาบธี ภาค ๗" บอกว่า มีผู้ต้องหาหลายราย โดยเฉพาะผู้ที่ก่อเหตุทะเลาะวิวาทสุดท้ายจบด้วยการใช้อาวุธปืนยิงกัน เป็นเรื่องที่เหลือเชื่อ ผู้ต้องหาที่ถูกยิงหลายรายเสื้อมีรอยทะลุจากลูกกระสุนแต่ผิวหนังไม่เป็นไร ซึ่งมีเรื่องเล่าจากตำรวจในพื้นที่หลาย สน. ด้วยกิตติศัพท์คำร่ำลือดังกล่าว นักลองของจึงนำไปลองยิง ที่ยิงไม่ออกนั้นไม่เท่าไร แต่ผู้ที่ลองยิงส่วนใหญ่มีอันเป็นไป ต้องรีบจุดดอกไม้ธูปเทียนขอขมาหลวงปู่พระมหาเจิม ทุกวันนี้นักลองของจะไม่กล้าลองยิงพระเครื่องหลวงปู่พระมหาเจิม
สำหรับผู้ที่อยากฟังเรื่องเล่าเกี่ยวกับพุทธคุณในองค์พระ หรือพระมีประสบการณ์องค์อื่นๆ จากประสบการณ์ทำคดีของตำรวจ สอบถาม "ดาบธี ภาค ๗" ได้ที่ โทร.๐๘-๓๙๑๖-๒๔๒๒ และ ๐๘-๒๖๕๐-๓๓๙๑



