
หนุ่ม แสงรุ่งเพ็ชร์ในมุม'คนขายเพชรมาเล่นพระ
หนุ่ม แสงรุ่งเพ็ชร์ในมุม'คนขายเพชรมาเล่นพระ : พระเครื่องคนดัง เรื่องและภาพ ไตรเทพ ไกรงู
“พระกับเพชรมีคุณค่าไม่ต่างกัน การส่องพระ ส่องเพชรเราได้เสพความงดงามของศิลปะ แต่พระเครื่องมีคุณสมบัติที่เหนือกว่า คือ พระเครื่องมีพุทธคุณ มีพลังเร้นลับที่วัตถุใดๆ ในโลกไม่มี”
ที่กล่าวมาข้างต้นเป็นคำกล่าวของ ดร.วัชระ เตชะมหาลาภสกุล ข้าวของร้านแสงรุ่งเพ็ชร์ หรือที่รู้จักกันในนาม “หนุ่ม แสงรุ่งเพ็ชร์” ซึ่งเปิดร้านค้าเพชรอยู่ที่ห้างดิโอลด์สยาม มากว่า ๑๐ ปี
คำตอบหนึ่งของคำถามที่ว่า “ระหว่างเก็บเพชรกับเก็บพระอย่างไหนดีกว่ากัน” หนุ่ม แสงรุ่งเพ็ชร์ ตอบว่า “ทั้งพระและเพชร ถ้าเก็บให้ดีเล่นให้ถูกทางต่างก็มีอนาคตไม่ต่างกัน เก็บพระแท้ พระสวย พระดี ในอนาคตย่อมได้ราคาดี ขณะเดียวกัน ถ้าเก็บเพชรสวย เพชรน้ำดี ในอนาคตเมื่อนำออกมาขายก็ได้ราคาดี เรียกว่า ขายอย่างไรก็ไม่ขาดทุน ที่แน่ๆ คือ ผลตอบแทนดีกว่าฝากเงินไว้ในธนาคาร ระหว่างรอเวลาที่จะขายเราสามารถพึ่งพุทธคุณที่อยู่ในองค์พระไปพลางๆ ก่อน เมื่อต้องปล่อยเช่าพุทธคุณของพระไม่ได้ลดลงแต่อย่างใด ส่วนราคานั้นเพิ่มขึ้นแน่นอน ภายใต้เงื่อนไขที่ว่าต้องเป็นแท้ พระสวยๆ เท่านั้น”
สำหรับเหตุผลที่เลือกเก็บพระหลวงปู่ทิม วัดระหารไร่ จ.ระยอง นั้น หนุ่ม แสงรุ่งเพ็ชร์ เล่าว่า ระหว่างที่เรียนอยู่มหาวิทยาลัยเกิดความรู้สึกว่าอยากได้พระสักองค์หนึ่งมาห้อยคอ จึงไปขอพ่อ โดยท่านบอกว่าให้ไปเลือกหยิบเอาในตู้เซฟจะเอาองค์ไหนก็ได้เพราะพ่อมีพระอยู่จำนวนมาก จำได้ว่าเลือกพระมา ๒ องค์ เป็นพระองค์ใหญ่ ๑ องค์ และพระองค์เล็กอีก ๑ องค์ ครั้งนั้นไม่รู้ว่าเป็นพระอะไร เพียงเห็นว่าใส่กรอบสวยและขนาดไม่ใหญ่มากนัก มารู้ภายหลังเมื่อเรียนจบปริญญาโทว่า เป็นพระขุนแผนหลวงปู่ทิมทั้ง ๒ องค์ ทั้งพิมพ์ใหญ่และพิมพ์เล็ก จากนั้นก็นิมนต์ท่านขึ้นคอตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัยมาจนถึงทุกวันนี้
“พระขุนแผนหลวงปู่ทิม วัดระหารไร่ ขึ้นชื่อว่ามีพุทธคุณด้านเมตตาแบบสุดๆ” นี่เป็นคำยืนยันจากปากของหนุ่ม แสงรุ่งเพ็ชร์ ส่วนปาฏิหาริย์ที่เกี่ยวกับแคล้ว คลาดนั้น หนุ่ม แสงรุ่งเพ็ชร์ บอกว่า ด้วยนิสัยเป็นคนขับรถเร็วและออกไปในแนวซิ่ง ซึ่งมีอยู่หลายครั้งรู้สึกว่าท่านมาเตือน หากมีความรู้สึกอย่างนี้จะไม่ออกจากบ้าน หรือถ้าจำเป็นก็จะออกช้ากว่าปกติ ขณะเดียวกันระหว่างขับรถก็จะระมัดระวังกว่าทุกๆ วัน
ด้วยจำนวนพระหลวงปู่ทิมที่สะสมไว้มีจำนวนมาก ทุกรุ่นทุกองค์มีความสวยไม่แพ้กัน แต่จะให้เลือกองค์ที่ชอบแบบสุดๆ หนุ่ม แสงรุ่งเพ็ชร์ บอกว่า ขอเลือก เหรียญเสมา หน้าเงินหลังเนื้อพระกริ่งชินบัญชร ลงยา ๒ สี เพราะพุทธศิลป์สวย โดยขอแบ่งมาจากกลุ่มเพื่อนมาเมื่อ ๘ ปีก่อนหน้านี้
พร้อมกันนี้ หนุ่ม แสงรุ่งเพ็ชร์ ยังให้เหตุผลที่เลือกเล่นและสะสมพระหลวงปู่ทิม วัดระหารไร่ เพียงอย่างเดียวว่า “พระหลวงปู่ทิมทุกรุ่นมีพุทธคุณโดดเด่นทางเมตตามหานิยม ส่วนพุทธศิลป์นั้นก็โดดเด่นไม่แพ้พระจากวัดอื่นๆ อย่างกรณีของเหรียญเจริญพร ไม่ว่าจะเป็น เจริญพรล่าง หรือเจริญพรบน จะเป็นที่นิยมของคนประกอบอาชีพค้าขายมาก เพราะมีความชื่อว่าห้อยแล้วมีความเจริญสมคำที่หลวงปู่ให้เขียนไว้บนเหรียญ”
อย่าไรก็ตาม หนุ่ม แสงรุ่งเพ็ชร์ ยอมรับว่า ระยะแรกของการเช่าพระหลวงปู่ทิมนั้นไม่มีความรู้เรื่องพระใดเลยสักนิด เพื่อป้องกันการเช่าพระเก๊จึงเช่ากับผู้เล่นสายตรงหลวงปู่ทิมประเภทที่เรียกว่า “เก๊ รับซื้อคืน ๑๐๐%” จากนั้นก็เริ่มหัดส่องพระอย่างจริงจัง โดยใช้ความรู้พื้นฐานจากการส่องเพชรมากว่า ๒๐ ปี ซึ่งจะมีข้อได้เปรียบกว่าคนเล่นพระทั่วๆ ไป ซึ่งจะไม่เห็นตำหนิของพระที่มีรายละเอียดปลีกย่อยกว่าที่เซียนพระรู้ๆ กัน
ในการเก็บพระหลวงปู่ทิมของหนุ่ม แสงรุ่งเพ็ชร์ นั้นเขาจะยึดหลักที่ว่า “เก็บทุกอย่างที่แท้และสวย” เท่านั้น โดยเขาให้เหตุผลว่า “พระสวยกับเพชรสวย วันนี้เราอาจจะซื้อมาในราคาที่เรียกว่าแพง แต่อย่าลืมไปว่าในวันหน้าเราย่อมขายได้ราคาแพงเช่นกัน พระที่เคยขึ้นชื่อว่าซื้อแพงในอดีต ทุกวันนี้ราคาขยับขึ้นไปหลายเท่าตัว ส่วนพระสวยระดับกลางๆ ราคาขึ้นไม่เท่าไร เพราะใครๆ ก็มี”
มินินิทัศน์ฯ “พระหลวงปู่ทิม
พระครูภาวนาภิรัต หรือหลวงปู่ทิม อิสริโก อดีตเจ้าอาวาสวัดละหารไร่ จ.ระยอง เป็นยอดพระคณาจารย์ที่มีพลังจิตแก่กล้ารูปหนึ่งของภาคตะวันออก ท่านเป็นคนถือสันโดษ ถือสมถะ ไม่ยึดติดทรัพย์สินใดๆ ท่านฉันอาหารเพียงมื้อเดียวและไม่ฉันเนื้อสัตว์ ท่านสามารถตัดกิเลสออกไปทั้งปวง
หนุ่ม แสงรุ่งเพ็ชร์ บอกว่า สมัยก่อนกว่าจะได้พระหลวงปู่ทิมครบชุดต้องใช้เวลาหายปี และนับวันที่จะเช่าได้อยากมากยิ่งขึ้นขึ้น ที่สำคัญคือ พระส่วนใหญ่อยู่ในความครอบครองของคนมีฐานะ การจะเห็นพระองค์จริงเพื่อชมบารมีนั้นเป็นเรื่องยากมาก ส่วนใหญ่จะเห็นเพียงภาพถ่ายเทานั้น ด้วยเหตุนี้จึงนำพระทั้งหมดไปใส่กรอบทองล้อมเพชรมาใส่ตู้โชว์ไว้หน้าร้าน นอกจากให้คนได้ชมบารมีแล้วยังเป็นการโฆษณาชวนให้คนมาใส่กรอบทองล้อมเพชรที่ร้านด้วย ซึ่งมีอยู่บ่อยครั้งที่คนมาขอแบ่งเช่า แต่จะปฏิเสธด้วยเหตุที่ว่า “หากให้เช่าออกไปจะหาที่ไหนมาแทน เรียกว่าหาเพชรน้ำงามยังง่ายกว่าพระหลวงปู่ทิมแท้ๆ สวย นานปีมีหนถึงจะเห็นสักองค์หนึ่ง”
ส่วนอีกเหตุผลหนึ่ง คือ ครั้งหนึ่งได้อธิษฐานจิตขอกับหลวงปู่ทิมว่า “หากลูกมีบุญวาสนาประกอบธุรกิจเจริญรุ่งเรือง จะหาท่านมาบูชาให้ครบทุกรุ่น ทุกพิมพ์ และเอามาโชว์ให้คนอื่นได้ชมบารมี”
หนุ่ม แสงรุ่งเพ็ชร์ กล่าวย้ำว่า “พระหลวงปู่ทิมที่ใส่กรอบทองคำล้อมเพชรทุกองค์ที่นำมาโชว์อยู่หน้าร้านนั้น มีไว้โชว์อย่างเดียวเท่านั้น ไม่ได้โชว์เพื่อไว้ขาย โปรดทราบทั่วๆ กัน”
ห้อยพระให้สติได้คิดถึงคำสอน
-
จุดประสงค์ของการห้อยพระในระยะแรกๆ นั้น หนุ่ม แสงรุ่งเพ็ชร์ ยอมรับว่า เพื่อหวังพึ่งพุทธคุณจากพระ ซึ่งมีอยู่จริง แม้จะเป็นเรื่องยากที่เกินจะอธิบายในมุมของวิทยาศาสตร์สำหรับคนที่ไร้ความเชื่อและไม่มีความศรัทธา แต่เมื่อแขวนไประยะหนึ่งทำให้เกิดสติ ก่อนจะทำอะไรก็นึกถึงพระ นึกถึงคำสอนของท่าน แม้จะเป็นคำสอนเล็กๆ น้อยๆ แต่มันก็ทำให้เราคิดได้
ในขณะที่การส่องพระนั้น ทำให้เราเกิดสติ จดจ่อกับรายละเอียด เนื้อหามวลสารของการสร้างพระ เอาง่ายๆ ก็แล้วกัน คือ เวลาที่เราส่องพระอย่างน้อยเราก็มีเวลาอยู่กับตัวเอง ระหว่างนั้นเราไม่ผิดศีล ไม่ออกไปแสวงหาความสุขเพื่อสนองกิเลสตัณหาด้านอื่นๆ
อย่างไรก็ตาม ในการเช่าพระหลักแสน หรือหลักล้าน ซึ่งคนนอกวงการพระเครื่อง รวมทั้งคนในวงการพระเครื่องอาจจะมองว่าเป็นแพงเกินราคาจริง ทั้งนี้ หนุ่ม แสงรุ่งเพ็ชร์ พูดไว้อย่างน่าคิดว่า “เพรชที่แพง คือ เพชร ที่เก๊ พระเครื่องก็เช่นกัน พระที่แพง คือ พระเก๊ ต่อให้เช่ามาเพียง ๑๐๐ บาท ก็ขึ้นชื่อว่าแพงแล้ว แต่ถ้าเป็นพระแท้ต่อให้ซื้อมาในราคาหลักล้านก็ไม่แพง เพราะเมื่อต้องขายออกไปอย่างน้อยๆ เราก็ต้องขายไม่ต่ำกว่าราคาที่เช่ามา ซึ่งสวนใหญ่จะบวกหลายท่าตัว สวนพระเก๊ถึงจะซื้อมาเพียง ๑๐๐ บาท แต่ขายไม่ได้ ผมจึงอยากบอกว่า พระที่แพง คือ พระเก๊”
ด้วยประสบการณ์และความชำนาญในการดูพรหลวงปู่ทิม มีอยู่หลายครั้งที่ลูกค้านำพระหลวงปู่ทิมมาให้ใส่กรอบล้อมเพชร แม้ว่าจะได้ตังค์แต่ถ้าเป็นพระหลวงปู่ทิมของเก๊ หนุ่ม แสงรุ่งเพ็ชร์ จะแนะนำสั้นๆ ว่า “องค์นี้ใส่กรอบพลาสติกธรรมดาก็พอ น่าจะเอาองค์ใหม่มาใส่ดีกว่า” ทั้งๆ ที่อยากบอกอยู่เต็มอกว่า “พี่ พี่ พระหลวงปู่ทิมของพี่นั้น เป็นของปลอม!”



