
หลวงปู่พิมประกาศอีก15ปีละสังขาร
11 ก.ย. 2557
อาการหลวงปู่พิมดีขึ้นยันไม่ขอรับตำแหน่งใดๆประกาศอีก 15 ปี วันที่ 9 เดือน 9 จะละสังขาร เจ้าคณะคาดโทษทำอีกจับสึก พศ.สอบเงินบริจาค 120 ล้านเหลือไม่เกิน 2 แสน
ความคืบหน้ากรณีพระครูเวฬุวัน จันทรังษี หรือหลวงปู่ธนวัฒน์ สิริพิมโพ หรือหลวงปู่พิม อายุ 65 ปี เจ้าอาวาสวัดเวฬุวัน หมู่ 4 บ้านท่าเริงรมย์ ต.ทุ่งพระ อ.คอนสาร จ.ชัยภูมิ ประกาศละสังขารในวันที่ 9 เดือน 9 เวลา 21.00 น. ตรงกับวันที่ 9 ก.ย. และตรงกับวันคล้ายวันเกิด โดยเลือกละสังขารที่ใต้ต้นไม้ใหญ่ข้างกุฏิ ด้วยการนอนภาวนาในโลงที่เตรียมไว้ สั่งห้ามทุกคนรบกวน และไม่ให้เปิดโลงอย่างเด็ดขาด ให้รอถึงวันที่ 11 ก.ย. จึงค่อยให้แพทย์และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องมาชันสูตรศพนั้น
ต่อมาช่วงเย็นวันที่ 10 ก.ย.57 พล.ต.ต.พินิต มณีรัตน์ ผบก.ภ.จว.ชัยภูมิ รับคำสั่งด่วนจากนายพรศักดิ์ เจียรณัย ผู้ว่าราชการจ.ชัยภูมิ พร้อมด้วยนายประพันธ์ ตั้นวัฒนา ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนา จ.ชัยภูมิ และเจ้าคุณศรีฯ พระราชภาวนาวราจารย์ เจ้าคณะจังหวัดชัยภูมิ ช่วยนำกำลังเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจสภ.คอนสาร กว่า 20 นาย รวมทั้งเจ้าหน้าที่แพทย์ พยาบาล ได้ขึ้นเข้าไปเจรจากับหลวงปู่พิม ที่นอนอยู่ในโลงศพข้างกุฏิ เพื่อขอเปิดฝาโลงซึ่งหลวงปู่พิมกำลังนอนอยู่ข้างในท่านอนแบบพระพุทธรูปปางไสยยาตร ให้ล้มเลิกความคิดที่จะละสังขารในครั้งนี้ก่อน และขอให้ออกมานั่งพูดคุยอยู่นานกว่า 30 นาที เพื่อขอให้หลวงปู่มีชีวิตอยู่ต่อเพื่อขอให้อยู่ดำรงธาตุขันธุ์ บำรุงศาสนวัตถุ สืบพระศาสนาสืบไป หลวงปู่พิมจึงยินยอมตามที่ พล.ต.ต.พินิตฯและเจ้าคณะจังหวัดขอร้องร่วมเดินกลับลงมาจากกุฏิก่อนถูกนำตัวส่งตรวจร่างกายเป็นการด่วนที่ รพ.คอนสาร
ล่าสุด วันที่ 11 ก.ย.57 พล.ต.ต.พินิต มณรีรัตน์ ผบก.ภ.จว.ชัยภูมิ พร้อมด้วยนายแพทย์สุภาพ สำราญวงศ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลคอนสารได้เข้าเยี่ยมดูอาการหลวงปู่พิม ทามกลางสื่อมวลชนติดตามเข้าไปทำข่าว
นายแพทย์สุภาพ กล่าวว่า จากการตรวจร่างกายหลวงปู่ เบื้องต้นพบว่าสัญญาชีพอยู่ในเกณฑ์ปกติ ความรู้สึกตัวดี ยกแขน ยกขาได้คล่อง มีอาการปกติ ได้ถอดสายน้ำเกลือออกแล้ว มีการถวายอาหารและให้ยาลดกรด และยาที่หลวงปู่เคยฉันเป็นประจำ หลวงพ่อฉันอาหารได้พอสมควร อาการทั่วไปอยู่ในขั้นปลอดภัย ทางโรงพยาบาลและลูกศิษย์ขอให้หลวงปู่พักรักษาตัวที่โรงพยาบาลไปอีก 1 วันจึงจะให้กลับวัดได้
นายประพันธ์ ตั้นวัฒนา ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนา กล่าวว่า จากกรณีที่เกิดขึ้นในการประกาศละสังขารครั้งนี้ ที่จะเข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ม.374 การที่จะละเลยการที่จะยอมให้คนฆ่าตัวตายต่อหน้าเราที่เห็น ถ้าเกิดเป็นผลสำเร็จในครั้งนี้ก็จะถือว่าทุกคนที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้จะมีความผิดด้วยกันทุกคน ซึ่งเรื่องนี้จึงได้มีสั่งจากทางผู้ว่าราชการ จ.ชัยภูมิ ให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งลงมาช่วยกันแก้ปัญหาเรื่องนี้ จนล่าสุดเป็นผลสำเร็จที่ช่วยเจรจานำหลวงปู่พิมออกจากโลงและล้มเลิกการประกาศละสังขารได้ทัน
ส่วนเรื่องเกี่ยวกับทางโลกและสังคม โดยร่วมที่จะมีหลักปฏิบัติและต้องมีการตรวจสอบการใช้จ่ายเงินของวัดเวฬุวัน ในครั้งนี้ตลอดหลายปีที่ผ่านมาทั้งหมดด้วย ซึ่งหากมีการนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์หรือเข้าข่ายหลอกลวงก็จะต้องมีการดำเนินการกับผู้ที่เกี่ยวข้องด้วยทั้งหมดต่อไป
ในส่วนทางธรรม ผู้นำสงฆ์สูงสุดท่านเจ้าคณะจังหวัดก็ได้มีการว่ากล่าวตักเตือนไปแล้ว ถือว่าจะไม่มีการลงโทษใดๆในครั้งนี้ และขอให้พระสงฆ์ในสังกัดทำตัวเป็นแบบอย่างที่ดีต่อสังคมต่อไป ซึ่งกรณีหลวงปู่พิมเป็นการตักเตือนและขอให้อย่ากระทำในลักษณะนี้อีก ซึ่งบทลงโทษอาจจะหนักถึงขั้นขาดจากความเป็นพระและถูกสั่งจับสึกได้
ขณะที่มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงรวมเงินจำนวนมากกว่า 120 ล้านบาทที่มีมูลค่ามหาศาลตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมาของวัดที่เคยได้รับบริจาคมายังชี้แจงที่มาที่ไปไม่ได้ ด้านพล.ต.ต.พินิต มณีรัตน์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชัยภูมิ ได้สั่งมอบหมายให้พ.ต.อ.พงศ์ศักดิ์ สุขอิ่ม ผกก.สภ.คอนสาร เป็นหัวหน้าชุดเข้าตรวจสอบเงินบริจาคของวัดที่ผ่านมา เบื้องต้นพบมีเงินคงเหลือในบัญชีของวัดเพียง 2 แสนบาท
ต่อมา หลวงปู่พิม ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่า ไม่ได้หลอกลวงใคร ตั้งใจจะละสังขารในคืนวันที่ 9 ก.ย. โดยเข้าไปนอนในโลงศพข้างกุฏิ และประกาศให้ลูกศิษย์ขึ้นไปดูศพในโลงในวันที่ 11 ก.ย.ก็เพราะป่วยเป็นมาหลายโรค ทั้งโรคเกาต์ และลำไส้มานาน หมอให้ยามารับประทานก็ไม่หาย หลวงปู่เลยเลิกทานยา และตั้งใจปฏิบัติฌาญสมาบัติ 4 ตามคำสอนของพระพุทธเจ้า ส่วนที่ยกเลิกความตั้งใจเพราะหลวงปู่ศรี เจ้าคณะจังหวัดวัดผาเกิ้ง อ.หนองบัวแดง จ.ชัยภูมิและพล.ต.ต.พินิต มณีรัตน์ ผบก.ชัยภูมิ และคณะแพทย์มานิมนต์ขอร้องให้ออกจากโลง เห็นเรื่องจะไปกันใหญ่ จึงตัดสินใจให้ลูกศิษย์นำตัวส่งโรงพยาบาล โดยหลังจากหายป่วยดีแล้วก็จะกลับไปจำวัดที่เดิม แต่จะไม่ขอรับตำแหน่งใดๆทั้งสิ้นอีก โดยจะให้หลวงตาบัวฯพระน้องชายเป็นเจ้าอาวาสสืบแทน
ตนเองไม่หลงในลาภยศใดๆทั้งสิ้น จะเดินหน้าสอนธรรมะญาติโยมต่อไป หลังจากกลับมาอยู่ได้ต่อครั้งนี้ อีกไม่เกิน15 ปีต่อจากนี้ไป ในวันที่ตรงกับ วันที่ 9 เดือน 9 ปี 2572 จึงจะละสังขารอีกครั้ง
กรรมการมส.ชี้ไม่น่าเข้าข่ายอวดอุตริมนุสสธรรม
สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ (สมศักดิ์ อุปสโม)เจ้าอาวาสวัดพิชยญาติการาม กรรมการมหาเถรสมาคม(มส.) กล่าวว่า เท่าที่ทราบหลวงปูพิมเป็นพระนักปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานรูปหนึ่ง ขณะนี้อาพาธด้วยหลายโรค แต่ไม่ทราบว่าวิธีการปฏิบัติของท่านเป็นเช่นไร ซึ่งเมื่อปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานมาถึงขั้นหนึ่ง อาจจะทำให้สำคัญผิดได้ว่าได้บรรลุธรรมเนื่องจากไปติดในวิปัสสนูปกิเลส หมายถึง อุปกิเลสแห่งวิปัสสนา เป็นธรรมารมณ์ที่เกิดแก่ผู้ได้วิปัสสนาอ่อนๆ สภาพน่าชื่นชมแต่ที่แท้เป็นโทษเครื่องเศร้าหมองแห่งวิปัสสนา ทำให้เข้าใจผิดว่าตนบรรลุมรรคผลแล้ว เป็นเหตุขัดขวางไม่ให้ก้าวหน้าต่อไปในวิปัสสนาญาณ
สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ กล่าวต่อไปว่า เมื่อถามว่าหลวงปู่พิมอวดอุตริมนุสสธรรมหรือไม่ ตอบได้ว่า ไม่น่าจะเข้าข่ายอวดอุตริมนุสสธรรมเพราะหลวงปู่พิมเป็นพระนักปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน และปฏิบัติดีมาโดยตลอด ซึ่งการที่เข้าข่ายอวดอุตริได้คือผู้ไม่มีวิชาอะไรเลยแล้วไปอวดอ้างคุณวิเศษที่ไม่มีในตัวตน เพื่อหวังลาภสักการะ บริวาร ดังนั้น พระพุทธองค์ จึงต้องมีการบัญญัติ ห้ามพระภิกษุอวดอ้างคุณวิเศษที่ไม่มีในตัวตน ในการป้องกันพระสงฆ์ประพฤติไม่เหมาะสม
ด้านนายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ(พศ.) กล่าวว่า หลังจากที่หลวงปู่พิมอาการอาพาธดีขึ้นทางเจ้าคณะปกครองในพื้นที่ต้องไปตรวจสอบและสอบถามหลวงปู่พิมพ์กรณีการประกาศละสังขาร ส่วนประเด็นการเข้าไปตรวจสอบทรัพย์สินของทางวัดนั้น พศ.คงไม่สามารถเข้าไปตรวจสอบได้เพราะวัดเป็นนิติบุคคลและตามระเบียบมหาเถรสมาคม(มส.)กำหนดให้เจ้าอาวาสต้องดูแลการใช้จ่ายภายในวัดและต้องมีการทำบัญชีรายรับรายจ่าย แต่หากจะให้เข้าไปตรวจสอบทรัพย์สินต่างๆ จะต้องเป็นไปตามขั้นตอน เช่น มีการขออำนาจจากศาลที่จะสั่งให้พศ.ไปตรวจสอบ เป็นต้น แต่อย่างไรก็ตามเบื้องต้นตนจะได้ประสานให้เจ้าคณะปกครองได้เข้าไปดูแลเรื่องบัญชีการใช้จ่ายทางการเงินของวัดว่าเป็นไปตามกฎเกณฑ์ที่กำหนดไว้หรือไม่
“การที่หลวงปู่พิมประกาศละสังขารด้วยการนอนในโลงศพก็มีการสันนิษฐานไปต่างๆ นาๆ บางคนก็ว่าเป็นการโอ้อวดอุตริ แต่เราก็มองว่าท่านอาจจะมีความเชื่อฝังอยู่ ในเรื่องของการตาย แต่ทั้งหมดนี้ยังคงไม่สามารถสรุปอะไรได้ต้องรอให้อาการอาพาธดีขึ้นก่อนจึงไปสอบถามจากหลวงปู่พิมพ์ได้”ผอ.พศ. กล่าว
"}])



