พระเครื่อง

 ทหาร-ตร.รุดนำตัวหลวงปู่พิมส่งโรงพยาบาล

ทหาร-ตร.รุดนำตัวหลวงปู่พิมส่งโรงพยาบาล

10 ก.ย. 2557

พศ.ตรวจโลงหลวงปู่พิมไม่ละสังขารส่อปาราชิกเบื้องต้นไม่เข้าข่ายการกระทำผิดฐานฆ่าตัวตายและขัดระเบียบสงฆ์ ทหาร-ตร.รุดนำตัวส่งโรงพยาบาล

                   เมื่อเวลาประมาณ 09.30 น. วันที่ 10 ก.ย. 2557 นายประพันธ์  ตั้นวัฒนา ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนา จ.ชัยภูมิ พร้อมพ.ต.อ.พงษ์ศักดิ์ สุขอิ่ม ผกก.สภ.คอนสาร และพระครูปริยัติเขตคณารักษ์ เจ้าอาวาสวัดป่าเรไร ในฐานะเจ้าคณะอำเภอคอนสาร ได้ร่วมกันเดินทางมาพบและพูดคุยกับพระมหาบัว ปิยวณฺโณ พระลูกวัดเวฬุวัน ซึ่งเป็นพระน้องชายของหลวงปู่พิม เกจิดังชัยภูมิที่ประกาศละสังขารในครั้งนี้จนมีข่าวฮือฮาไปทั่ว เพื่อขอเข้าสังเกตการณ์บริเวณกุฏิของหลวงปู่ตามคำสั่งของนายพรศักดิ์  เจียรณัย ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ โดยได้รับความร่วมมือจากพระมหาบัวพร้อมได้นำทั้ง 3 คนขึ้นไปเฝ้าสังเกตการณ์ ในจุดที่มีการนำโลงศพไปวางไว้ให้หน้ากุฏิหลวงปู่พิมพ์ได้เดินลงไปนอนละสังขาร มาตั้งแต่เวลา 21.00 น.วันที่ 9 ก.ย.57 ที่ผ่านมา


                   จากการขอเข้าสังเกตการณ์ครั้งนี้ทางคณะกรรมการและพระลูกวัดเวฬุวัน ขอให้เพียงตัวแทนสำนักพุทธ เจ้าคณะอำเภอ และตำรวจ เพียง 3 คนเท่านั้นและยังไม่ยอมให้ช่างภาพสื่อมวลชนหรือใครนำกล้องเข้าไปถ่ายรูปในระยะใกล้ๆ ให้เข้าไปยืนดูสังเกตการณ์ได้ในระยะห่างจากกุฏิที่ตั้งโลงหลวงปู่พิมได้เพียงประมาณ 5 เมตรเท่านั้น
 
                   ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ พ.ต.อ.พงษ์ศักดิ์ สุขอิ่ม ผกก.สภ.คอนสาร กล่าวว่า ในกรณีที่อาจจะเข้าข่ายฆ่าตัวตาย และคนที่เห็นแล้วไม่ช่วยนั้นอาจจะถือว่ามีความผิดนั้น จากการเข้าตรวจสอบแล้วเบื้องต้นยังถือว่ายังไม่เข้าข่ายกระทำผิดกฏหมายแต่อย่างใดเพราะสภาพโลงศพเป็นปกติ เห็นฝาโลงปิดไว้ โดยไม่มีการตอกฝาโลงตามที่เป็นข่าวที่มีบางส่วนคาดเคลื่อนออกมา รวมทั้งคนที่เข้าไปนอนอยู่ภายในก็ยังสามารถหายใจสะดวกได้จากการที่มีการช่องข้างโลงระบายอากาศได้ดีอีกด้วย

                   รวมทั้งการที่ที่จะเข้าข่ายการอวดอุตริละสังขารได้นั้น ด้านคณะสงฆ์อำเภอได้ร่วมเข้าตรวจสอบ ก็พบว่ายังไม่มีเข้าข่ายขัดระเบียบสงฆ์ที่ยังไม่มีบทบัญญัติห้ามไว้อาจจะพูดได้แต่ต้องเป็นตามจริงที่พูด แต่พูดแล้วไม่ตรงตามที่พูดว่าในวันที่ 11 ก.ย.นี้ สภาพร่างกายจะละสังขารหากไม่เป็นจริงยังอยู่ก็อาจจะขัดกฎของสงฆ์ถึงขั้นปาราชิกขาดจากความเป็นพระได้

                   แหล่งข่าวจากคณะกรรมการวัดรายหนึ่ง แจ้งว่า จะมีขั้นตอนพิธีการที่ถูกกำหนดก่อนที่จะมีการประกาศละสังขารครั้งนี้มานานแล้ว เริ่มตั้งแต่มีการมีการจัดเตรียมโลงศพให้ไว้หลวงพ่อมาตั้งแต่ปี 2540 แล้ว ซึ่งทางคณะกรรมการวัดมีการสั่งให้ทำเป็นแผ่นไม้ที่นำมาประกอบเป็นโลง ต้องมีช่องระบายอากาศ ไว้ด้วย
 
                   ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับพิธีที่กำหนดไว้เริ่มตั้งแต่วันที่ 9 ก.ย.ที่ผ่านมาหลวงปู่เปิดโอกาสให้ประชาชนมาเข้าพบฟังธรรมเทศนาสั่งเสียเป็นครั้งสุดท้าย ณ ศาลาการเปรียญหลังใหญ่ของวัดเวฬุวัน ตั้งแต่เวลา 16.00-17.00 น. ก่อนที่จะเดินขึ้นไปประจำที่กุฏิในเวลา 17.00-18.00 น. เปิดโอกาสให้คนขึ้นมาบนกุฏิเข้าพบและรับของที่ระลึกเป็นเศษผ้าจีวร รูปถ่ายและกำไลถัก จากนั้นจะไม่ให้ใครขึ้นมาใกล้ในบริเวณโดยรอบกุฏิที่ตั้งอยู่ห่างศาลาการเปรียญลงมากกว่า 80 เมตร เพื่อที่จะขอทำวัตรปฏิบัติธรรมด้วยตนเองเพียงลำพังเป็นครั้งสุดท้าย

                   จากนั้นเวลา 19.00 น.นำโลงศพที่เตรียมไว้มาวางไว้ที่หน้ากุฏิ เพื่อที่หลวงปู่จะเดินออกมานอนในโลงเองตั้งแต่ 21.00 น.ของวันที่ 9 ก.ย. และจะห้ามเด็ดขาดจนกว่าจะถึงเวลา 16.00 น.ของวันที่ 11 ก.ย.57 ห้ามใครขึ้นมาเปิดโลงโดยเด็ดขาด เมื่อถึงกำหนดเวลาให้ขึ้นมาดูและนำศพไปฌาปนกิจในสถานที่ที่เตรียมไว้ในเวลา 21.00 น.วันเดียวกัน พร้อมสั่งเสียให้ท้าพิสูจน์อีกว่า ถ้าใครสงสัยการเสียชีวิตหรืออาจจะต้องให้ส่งแพทย์ตรวจที่โรงพยาบาลหาสารพิษในร่างกายก็ได้ เพื่อยืนยันว่าจะไม่มีการฆ่าตัวตายเองด้วยการกินสารพิษอย่างเด็ดขาด


ตร.รุดนำตัวส่งโรงพยาบาล


                   เมื่อเวลา 16.15 น. คณะเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจ ฝ่ายปกครอง โดยคำสั่งของผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิได้ประสานพระผู้ใหญ่ของวัดเวฬุวัน อ.คอนสาร จ.ชัยภูมิ เพื่อขอเข้าช่วยเหลือหลวงปู่พิม ที่ประกาศละสังขาร ด้วยการนอนในโลงมาตั้งแต่เวลา 21.00 น.ของวันที่ 9 ก.ย.ที่ผ่านมา โดยได้แจ้งถึงอันตรายที่อาจถึงขั้นเสียชีวิตจริงๆขึ้นได้ ซึ่งที่สุดก็ได้เข้าไปช่วยเหลือหลวงปู่พิมนำตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลได้

                   ในสภาพแรกที่เปิดฝาโลงที่ปิดวางทับไว้ด้านบน พบว่า หลวงปู่อยู่ในสภาพหมดสติ อิดโรย ใบหน้าซีดเผือด จึงได้นำตัวส่งดรงพยาบาลคอนสารอย่างเร่งด่วน  โดยมีนายแพทย์สุภาพ สำราญวงษ์ ผอ.รพ.นำทีมแพทย์ให้การรักษาอย่างใกล้ชิด

                   เบื้องต้นหลวงปู่มีอาการร่างกายขาดน้ำ อ่อนเพลีย ไม่รู้สึกตัว ชีพจรต่ำอยู่ที่ 80-50 จึงได้ให้อ็อกซิเจน และน้ำเกลือ ต่อมาหลวงปู่รู้สึกตัว ลืมตาได้ ความดันปกติ จึงได้ให้พักรักษาตัวที่ห้องพิเศษ 10 ชั้น 3 อาคารสงฆ์ ท่ามกลางญาติโยมและเจ้าหน้าที่หลายร้อยคนเข้ามาดูหลวงปู่ด้วยอาการเป็นห่วง หลายคนถึงกับหลั่งน้ำตาเมื่อเห็นหลวงปู่ในสภาพหน้าซีด ไม่รู้สึกตัว

                   น.ส. กุลธิดา ประยูรชาญ ลูกศิษย์ใกล้ชิด กล่าวว่า รู้สึกดีใจมากที่เจ้าหน้าที่ตัดสินใจเข้าช่วยเหลือหลวงปู่ เพราะบรรดาลูกศิษย์ไม่มีใครกล้าขัดคำสั่งหลวงปู่ ได้แต่รอลุ้นด้วยความห่วงใย เมื่อเห็นสภาพของหลวงปู่ที่ได้รับการช่วยเหลือมา ต้องบอกว่า หากปล่อยให้ถึงวันที่ 11 กันยายนตามคำสั่งของหลวงปุ่ ท่านคงมรณภาพแน่นอน  ถึงตอนนี้ดีใจมาก ที่หลวงปู่ปลอดภัยแล้ว ทั้งนี้ลูกศิษย์ ทราบว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจและทหาร ได้รับคำสั่งจากผู้ว่าราชการจังหวัดและเจ้าคณะจังหวัดชัยภูมิ  ได้เชิญหลวงปู่พิมลงจากกุฎิด้านบนแล้ว  โดยหลวงปู่อยู่ในสภาพอิดโรย  จากนั้นจึงได้นำตัวส่งไปรักษาต่อโรงพยาบาลคอนสาร  จ.ชัยภูมิ

 

พศ.เผยหลวงพ่อพิมพ์ทำเพราะอาพาธ 
 
                 นายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กล่าวว่า เบื้องต้น ทราบว่า เจ้าคณะปกครองได้เข้าไปเจรจาทำความเข้าใจกับหลวงพ่อพิมพ์ โดยได้นำหลวงพ่อพิมพ์ส่งโรงพยาบาลเป็นที่เรียบร้อยแล้ว อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้ พศจ.ชัยภูมิ และเจ้าคณะปกครอง จะมีการสอบถามข้อเท็จจริงอีกครั้ง เนื่องจากการกระทำดังกล่าวส่งกระทบต่อพระพุทธศาสนา
 
                 “ทางเจ้าคณะจังหวัดชัยภูมิ ได้แจ้งกับผมว่า หลวงพ่อพิมพ์ อาพาธหลายโรค อาจจะทำให้ตัดสินใจพูดอะไรออกไปด้วยการขาดความยั้งคิด จึงให้ออกมาเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลเพื่อให้อาการอาพาธดีขึ้นก่อน และเมื่ออาการดีขึ้นทางเจ้าคณะจังหวัดชัยภูมิ จะมีการพิจารณาอีกครั้ง โดยอาจจะมีการว่ากล่าวตักเตือน เพื่อปรามหลวงพ่อพิมพ์ ไม่ให้มีพฤติกรรมในลักษณะนี้ขึ้นมาอีก ส่วนจะมีการพิจารณาโทษถึงขั้นอวดอุตริหรือไม่นั้น ทางเจ้าคณะจังหวัดชัยภูมิแจ้งว่า คงไม่ถึงขั้นนั้น เนื่องจากสิ่งที่หลวงพ่อพิมพ์ทำลงไปเป็นผลมาจากการที่อาพาธหลายโรค” ผอ.พศ.กล่าว
"}])