
จากผู้เล่นเป็นผู้สร้างวิธวัฒน์:วิทย์ พระยาสุเรนทร์
จากผู้เล่นเป็นผู้สร้างวิธวัฒน์ : วิทย์ พระยาสุเรนทร์ : เรื่องและภาพ ไตรเทพ ไกรงู
“ผมเข้าสู่วงการพระจากการเขียนเว็บไซต์หลวงปู่โต๊ะดอทคอม ฉบับภาษาไทย โดยได้รู้จักกับพี่คนหนึ่งที่บวชอยู่วัดประดู่ฉิมพลี”
ที่กล่าวมาข้างต้นเป็นจุดเริ่มต้นในการก้าวสู่วงการพระเครื่องของ นายวิธวัฒน์ เสงสาย หรือที่รู้จักกันในนาม “วิทย์ พระยาสุเรนทร์” ซึ่งปัจจุบันเปิดตู้พระอยู่ที่พันธุ์ทิพย์ งามวงศ์วานชั้น ๓ และคณะผู้จัดสร้าง “พระหลวงพ่อคูณ รุ่น ประทานพร”
“วิทย์ พระยาสุเรนทร์” ยังบอกกด้วยว่า คำพูดหนึ่งที่จำมาถึงทุกวันนี้ คือ มีพระราชสังวราภิมณฑ์ หรือ หลวงปู่โต๊ะ อินทสุวัณโณ วัดประดู่ฉิมพลี เหมือนมีเอทีเอ็มติดอยู่ในกระเป๋าตังค์อีกใบหนึ่ง จากนั้นก็ได้หนังสือหลวงปู่โต๊ะมาอ่านหลายเล่ม ก่อนที่จะทำเว็บไซต์หลวงปู่โต๊ะ และหันมาเช่าซื้อพระหลวงปู่โต๊ะเป็นเรื่องเป็นราว ครั้งหนึ่งได้เช่าพระปิดตาหลวงปู่โต๊ะมาองค์หนึ่งในราคา ๒๐,๐๐๐ บาท จากนั้นก็ไปปล่อยต่อได้ ๒๕,๐๐๐ บาท ทำให้มีความรู้สึกว่าได้เงินมาง่ายจัง
ทั้งนี้ต้องยอมรับว่า การเล่นพระหลวงปู่โต๊ะเหมือนอยู่ปลายพีระมิดแล้ว คือ เป็นพระที่แพง ที่คิดว่าจะจับมาถูกๆ และขายแพงๆ เป็นเรื่องที่ยากมาก ทุกวันนี้ราคาซื้อเข้าก็แพงเมื่อขายออกได้กำไรเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ที่สำคัญคือ พระหลวงปู่โต๊ะมีการทำปลอมที่เรียกว่าฝีมือจัดมาก จึงหันมาเล่นพระหลวงปู่ทวด (ว.จุด หลังหนังสือ) แต่มิวายยังมาโดนพระทำผิวใหม่จำนวนมาก
เมื่อหันมาเล่นพระหลวงปู่ทิมวัดระหารไร่ จ.ระยอม เคยซื้อเหรียญเจริญพรบน ๒ เหรียญ และเนื้อเงินลงยามาอีกเหรียญ ในราคากว่า ๑ ล้านบาท กว่าจะปล่อยออกได้ตั้งท่าอยู่นาน จึงอธิษฐานจิตต่อพระหลวงปู่โต๊ะรุ่นปลดหนี้ว่า “หากขายพระหลวงปู่ทิมได้ จะขอแขวนพระหลวงปู่โต๊ะรุ่นปลดหนี้ไปตลอดชีวิต” ไม่น่าเชื่อว่าเพียงสัปดาห์เศษๆ ขายหลวงปู่ทิมได้ทั้ง ๓ องค์ แต่ขายเป็นเงินผ่อน
จากประสบการณ์เล่าขาน ของผู้ที่นำไปบูชาพระปิดตาหลวงปู่โต๊รุ่นปลดหนี้ คุณวิเศษทางด้านเมตตา โชคลาภ โดยเฉพาะทางด้านการเงิน ช่วยให้หลายๆ คนปลดหนี้ได้จริงๆ ครับ คนที่ปลดหนี้แล้วส่วนมากจะบูชาปิดตาเงินล้าน สาเหตุที่เรียกว่ารุ่น "ปลดหนี้" เพราะว่าเวลาหลวงปู่หยิบพระพิมพ์นี้ให้ใครท่านจะกล่าวให้พรว่า "ขอให้หมดหนี้หมดสินนะ" และเป็นจริงอย่างที่หลวงปู่ท่านกล่าว หลวงปู่โต๊ะได้เมตตาปลุกเสกให้นานถึง ๓ ไตรมาส ระหว่าง พ.ศ.๒๕๒๑-๒๕๒๓
ในฐานะที่เป็นผู้จัดทำ "www.หลวงปู่โต๊ะ.com" “วิทย์ พระยาสุเรนทร์” ได้ยกคำสอนส่วนหนึ่งของหลวงปู่โต๊ะให้ฟังว่า "ในการที่จะอยู่เป็นที่พึ่งแก่คนข้างเคียงได้และเราก็เป็นคนมีความรู้ เป็นคนฉลาดรู้เท่าทันโลกและเราก็มีสมบัติพัสถานเยอะแยะ เราจะอยู่ไหน ตายแล้วเราจะอยู่ที่ไหน พ่อเราจะอยู่ที่ไหนแม่เราจะอยู่ที่ไหน ไม่รู้ ก็แหละคนที่เขารู้ก็มี ได้ยินหรือได้ฟังกันมา เราก็มีเหลือวัยเดียวเรียกว่าปัจฉิมวัย วัยสุดท้ายแล้ว ถ้าเราไม่แก้ตัวในวัยสุดท้ายแล้วก็จะไปแก้ตัวที่ไหนอีก"
“วิทย์ พระยาสุเรนทร์” ได้ให้เหตุผลี่หันมาเล่นพระสร้างใหม่ว่า พระเก่าต้องใช้ทุนหนัก กำไรก็น้อย ชั่วโมงบินต้องสูง กว่าจะขายได้ต้องใช้เวลามิหนำซ้ำอาจจะโดนสวดมาตามหลัง เพราะเราไม่ใช่เซียนใหญ่ สุดท้ายผมจึงหันมาเล่นพระใหม่ โดยเริ่มจากเล่น เหรียญหลวงพ่อคูณรุ่นเมตตา ครั้งแรกที่เช่าเหรียญหลวงพ่อคูณรุ่นเมตตาหมายเลข ๑๑๑ เนื้อเงินไม่ตัดปีก ในราคา ๖๐,๐๐๐ บาท ในช่วงนั้นคนคิดว่าแพง แต่เมื่อเอาไปปล่อยผ่านเว็บไซต์ได้ราคาหลักแสนต้นๆ จากนั้นก็เช่าหลวงพ่อคูณ รุ่นชินบัญชร ซึ่งราคาพระเดินดีมาก สุดท้ายมาเป็นศูนย์รับจองพระหลวงพ่อคูณ รุ่น มหามงคล กู้สร้างเอง โดยเลือกเล่นเลขสวยเป็นหลัก เพราะมีคนกลุ่มหนึ่งตามเก็บพระที่มีเลขสวยๆ กล้าที่จะสู้ราคาชนิดที่เรียกว่าไม่เกี่ยงว่าจะเท่าไร
สร้างหลวงพ่อคูณไว้เป็นตำนาน
พระเทพวิทยาคม หรือ หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ แห่งวัดวัดบ้านไร่ อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา เป็นที่ยอมรับกันทั่วไปว่า ท่านคือเกจิแห่งสยามประเทศ ท่านคือ “เทพเจ้าแห่งด่านขุนทด” บ้างก็ว่าท่านเปรียบเสมือน “เทพเจ้าแห่งลุ่มแม่น้ำโขง” วัตถุมงคลของหลวงพ่อคูณกลายเป็นสิ่งที่พุทธศาสนิกชนทั่วไปต้องการนำมากราบไว้บูชา วัดวาอาราม โรงเรียน โรงพยาบาล สถานที่ราชการหลายแห่ง โดยเฉพาะในพื้นที่ จ.นครราชสีมา และพื้นที่ใกล้เคียง ได้รับความเมตตาจากหลวงพ่อคูณในการก่อสร้างทำนุบำรุง นามแห่งหลวงพ่อคูณวัดบ้านไร่ได้กลายเป็นตำนานที่ยังมีชีวิต แห่งความเมตตาบารมีที่สูงส่ง ผู้เป็นพระเกจิที่เลื่องชื่อแห่งยุคสมัยกระทั่งในปัจจุบัน
ในการจัดสร้างพระหลวงพ่อคูณ รุ่นประทานพร “วิทย์ พระยาสุเรนทร์” ยอมรับว่า ไม่เคยมีความคิดที่จะเป็นกรรมการร่วมจัดสร้างพระมาก่อน จนกระทั่งเมื่อได้มาเปิดศูนย์จองพระหลวงพ่อคูณ พรรคพวกจึงชวนให้มาเป็นฝ่ายการตลาดให้ โดยออกใบของเหรียญนั่งพานห่มเฉียงก่อนแต่กระแสไม่แรง จากนั้นก็ออกใบจองพิมพ์เสมาห่มคลุมออกมาปรากฏว่ามีกระแสรับจองที่ดีมาก
อย่างไรก็ตาม แม้กระแสการตอบรับของพระจะแรง แต่ “วิทย์ พระยาสุเรนทร์” และทีมงานยืนยันว่า ความเชื่อถือหนึ่งของคนบูชาคือ จำนวนการจัดสร้างที่แน่นอน โดยทั้ง ๒ รูปแบบ จะมีการจัดสร้างไม่เกิน ๒๕,๐๐๐ เหรียญ แม้ว่าพระจะมีกระแสแรงเท่าใดผู้จัดสร้างต้องไม่โลภ ต้องปล่อยให้เป็นไปตามตลาด มิเช่นนั้นจะไม่มีผู้เล่น สำหรับความโดดเด่นที่แตกต่างของพระหลวงพ่อคูณรุ่นนี้ คือ ไม่เคยมีรุ่นไหน หรือใครสร้าง “หลวงพ่อคูณนั่งห่มคลุมในเหรียญรูปเสมา” ไม่เคยมีใครจัดสร้างมาก่อนแม้ว่าจะมีการจัดสร้างพระหลวงพ่อคูณนับพันๆ รุ่น ก็ตาม
นอกจากนี้แล้ว “วิทย์ พระยาสุเรนทร์” ยังบอกด้วยว่า “พระหลวงพ่อคูณที่ผมสร้างไม่ได้หวังกำไร และขายทิ้งให้หมดไป ผมสร้างเพื่อฝากไว้เป็นตำนานว่า ครั้งหนึ่งผมและคณะก็มีส่วนร่วมในการจัดสร้างพระหลวงพ่อคูณเช่นเดียวกับลูกศิษย์คนอื่นๆ”
สร้างพระให้คนจดจำ
ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมามีการออกใบอนุญาตไปกว่า ๑๐๐ รุ่น และกำลังลังจากตามมาอีกนับสิบๆ รุ่น ซึ่งต้องจ่ายค่าใบอนุญาต “๒ ล้านบาท” คนจำนวนไม่น้อยอาจจะมองว่า พระหลวงพ่อคูณมีการสร้างมากไป แต่สำหรับ “วิทย์ พระยาสุเรนทร์” กลับมองว่า “เป็นความเมตตาของหวงพ่อคูณ ที่ทำให้วัดวาอารามต่างๆ ร่วมทั้งองค์กรการกุศลมีรายได้จากการเช่าบูชา
พร้อมกันนี้ “วิทย์ พระยาสุเรนทร์” ยังบอกว่า เพื่อให้คนเช่าบูชาจำได้ วันที่เปิดจองวันแรก คือ วันที่ ๗ เดือน ๗ พ.ศ.๒๕๕๗ จากนั้นปลุกเสกที่วัดบ้านไร่ อีก ๒ วาระ คือ วันที่ ๘ เดือน ๘ พ.ศ.๒๕๕๗ และ วันที่ ๙ เดือน ๙ พ.ศ.๒๕๕๗
ส่วนประเด็นที่ออกมาโจมตีนักสร้างวัตถุมงคลว่า “เป็นการทรมานสังขาร และเป็นการหากินกับหลวงพ่อคูณ” นั้น “วิทย์ พระยาสุเรนทร์” บอกว่า ไม่ว่าจะมีการปลุกเสกพระหลวงพ่อคูณหรือไม่ เวลาบ่าย ๒ โมงที่วัดบ้านไร่ คณะกรรมการจะเข็นหลวงพ่อคูณมาออกทำกายภาพบำบัดในตู้กระจก เพื่อให้ลูกศิษย์ได้กราบไหว้และชมบารมี พร้อมๆกับจับสายสิญจน์เป่าให้ญาติโยมที่อยู่ใต้ถุนโบสถ์มาตั้งแต่ท่านกลับมาอยู่ที่วัดแล้ว
“คนที่ออกมาต่อว่าเอาหลวงพ่อคูณมาทรมานสังขารนั้น ผมเชื่อว่าไปวัดบ้านไร่เพียงครั้งเดียว แต่ถ้าไป ๒-๓ ครั้ง ก็จะเห็นพลังศรัทธาที่เหล่าบรรดาลูกศิษย์ที่มีต่อหลวงพ่อคูณ และได้เห็นความเมตตาของหลวงพ่อคูณที่มีต่อลูกศิษย์เช่นกัน” วิทย์ พระยาสุเรนทร์ กล่าว



