พระเครื่อง

เธอใช่ของเธอ?

เธอใช่ของเธอ?

24 ส.ค. 2557

เธอใช่ของเธอ? : บาตรเดียวท่องโลก โดยพระพิทยา ฐานิสฺสโร

                ทะเลสาบสีน้ำเงิน หรือบลาวเซ (Blausee) แห่งนี้ แม้จะมีตำนานเกี่ยวหญิงสาวที่เสียคนรักไปได้มาคร่ำครวญร้องไห้จนตรอมใจตายในที่สุด ณ ที่นี่ รูปปั้นของสาวเจ้าที่อยู่ในทะเลสาบ เป็นเครื่องเตือนสติให้เราอย่าเดินรอยตามในความผิดพลาดที่เกิดขึ้น

                ณ วันนี้หลายชีวิต หลายครอบครัว ได้ใช้สถานที่แห่งนี้เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ เด็กน้อยวิ่งเล่น ส่งเสียงหัวเราะได้ยินไปทั่วบริเวณทะเลสาบ การทำกิจกรรมปิ้งย่าง รับประทานอาหารร่วมกันในครอบครัว เสมือนความเศร้าโศกระทมในอดีตได้รับการเยียวยาทีละน้อยจากพลังแห่งความสุขเบิกบานของผู้คนที่มาร่วมกันทำกิจกรรมสร้างสรรค์และส่งผ่านพลังดีๆ ให้ปรากฏ

                ณ ที่แห่งนี้ มนุษย์ไม่ว่ายากดีมีจน ล้วนแต่ผ่านความยากลำบาก ทุกข์ระทมในรูปแบบต่างๆ มากมายที่ไม่เหมือนกัน ใครที่สามารถมีสติ มีปัญญาก็จะใช้ช่วงเวลาที่เลวร้ายหรืออุปสรรคต่างๆ เหล่านั้นเป็นโอกาสแห่งการเรียนรู้ ประสบการณ์ล้ำค่าแห่งชีวิต ยอมรับปัญหาที่ปรากฏ แก้ไข ปรับปรุง หาหนทางที่จะก้าวผ่านโดยไม่ตีโพยตีพาย โทษสิ่งแวดล้อม บุคคล สถานการณ์ที่เกิดขึ้น

                ถึงแม้เรื่องราวร้ายๆ นั้น มิได้เกิดแต่เราเป็นต้นเหตุ แต่จะมีประโยชน์อะไรที่จะไปคร่ำครวญ ยึดติด อาฆาต มาดร้าย แก้แค้น ทำร้ายตัวเองหรือคนรอบข้าง เพราะถ้าเราเป็นเช่นนั้น ยิ่งเพิ่มความทุกข์เป็นทวีคูณอย่างไม่มีวันจบสิ้น แม้หลายชีวิตหนีปัญหาด้วยการฆ่าตัวตาย ใช่ว่าความทุกข์หรือปัญหานั้นจะจบ เพราะจิตใจที่ยังยึดมั่น ยังอยากหรือไม่อยาก เป็นรากแห่งการเกิด เราจะต้องเกิดและเจอเรื่องราวเดิมๆ ในรูปแบบที่แตกต่างเท่านั้นเอง

                เพราะความทุกข์เกิดแต่เรา ต้องดับที่ตัวเรา แม้เราอาจไม่ใช่เป็นต้นเหตุในวันนี้ แต่เมื่อเกิดขึ้นกับเราแล้ว เราต้องรู้จักที่ปล่อยวาง ดับความทุกข์นั้นที่ตัวเราเราต้องสามารถอยู่บนโลกแห่งความจริง ว่าเราทุกคนล้วนแล้วแต่มีความทุกข์ทั้งสิ้น ตราบใดที่เรายังยึดมั่นถือมั่นว่า เป็นตัวเรา ของเรา

                ดังนั้นหน้าที่สำคัญในการมีชีวิตของเรา ทำอย่างไรที่จะทำให้เรายึดมั่น ถือมั่นน้อยลง จนหมดไปในที่สุด จึงเป็นการดับทุกข์ที่ต้นเหตุ และเราต้องดำเนินชีวิต ทำหน้าที่ให้สอดคล้องเพื่อเป็นไปในการปล่อยวาง เพราะต่อให้มีคนที่รัก สิ่งสวยงามอยู่ตรงหน้า หรือ มีคนชอบพอ ชื่นชมมากมาย แต่ถ้าภาวะภายในของเราขาดซึ่งความสงบสุข มั่นคง ยึดมั่น ถือมั่น เราจะไม่สามารถสัมผัสรักหรือสิ่งสวยงามใดๆ ได้อย่างแท้จริง เรายังคงต้องวิ่งหาความรัก ความสุข จากภายนอกมาเติมเต็มอยู่เรื่อยๆ หรือหันไปพึ่งสิ่งกล่อม เพลิดเพลิน มัวเมา เพื่อลืมความเหงา ความโดดเดี่ยวไปชั่วคราว หรือทำงานอย่างไม่รู้จักหยุด

                ถ้าวันหนึ่งเราตกงาน งานน้อยลง ฐานะตกต่ำไม่เหมือนก่อน คนรักจากไป เจ็บป่วยเป็นโรคร้ายแรง เราจะตั้งสติยอมรับความไม่แน่นอนนั้นได้ดีเพียงไร สิ่งเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นความจริงแห่งชีวิต

                แต่ไม่ว่าเรื่องราวใดๆ จะเกิดขึ้นในชีวิตก็ตาม เราสามารถเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีได้เสมอ เพียงแค่เรามีสติที่ถูกต้อง โดยฝึกเรียนรู้ที่จะตระหนักรู้ทุกการกระทำ ทำทุกอย่างด้วยความปล่อยวาง ไม่หลง ยึดติด ยินดี ในสิ่งดีงามในชีวิต ไม่หลงเสพแบบติดสุข ไม่รังเกียจ ผลักใสสิ่งร้ายๆ ที่ปรากฏ ทำใจให้เป็นปรกติทั้งเรื่องที่น่ายินดี และยินร้าย มองทุกอย่างตามความเป็นจริง เรื่องที่อาจเคยเป็นเรื่องร้ายในอดีตอาจเป็นปรกติในปัจจุบัน เพราะใจที่ฝึกปล่อยวาง

                ทุกชีวิตล้วนมีปัญหาในรูปแบบที่แตกต่าง แต่เราสามารถใช้ปัญหาเหล่านั้น เป็นโอกาสแห่งปัญญาในการปล่อยวางได้อย่างแท้จริง เมื่อตัวเรา ของเรา ซึ่งเป็นรากแห่งปัญหาทั้งปวง ค่อยๆ ลดลง ปัญหาจะค่อยๆ น้อยลงตามไปเช่นกัน เราสามารถมีความสุขกับคนที่รักและสิ่งที่สวยงามตรงหน้า แต่เราจะไม่ยึดติดสิ่งใดๆ ทั้งปวง เพราะถ้าเป็นเช่นนั้น เรากำลังขาดอิสรภาพภายใน ทุกข์จะอยู่ตรงนั้นกับเราไม่มากก็น้อย

                การทำตัวเราหมดจากทุกข์ คือ การแสดงความรักที่แท้ต่อสรรพชีวิตทั้งปวง

                ปล่อยวางไม่ได้ ไร้ซึ่งความรักแท้

"}])