พระเครื่อง

'๑ กำแพง ๖ ประตู ๔ แพร่ง'ความจริงของจิตตนคร

'๑ กำแพง ๖ ประตู ๔ แพร่ง'ความจริงของจิตตนคร

21 ส.ค. 2557

'๑ กำแพง ๖ ประตู ๔ แพร่ง' ความจริงของจิตตนคร : บรรยายธรรม โดยพระศากยวงศ์วิสุทธิ์ วัดบวรฯ

                “ร่างกายและจิตใจของมนุษย์เปรียบเหมือนหม้อดินเผา เปราะบางและแตกสลายได้ง่าย รู้อย่างนี้ก็ยิ่งต้องรู้จักก่อกำแพงจิตตนคร ด้วยการใช้ธรรม เพื่อให้จิตเข้มแข็ง สร้างกำแพงให้ระบบในร่างกายมีภูมิคุ้มกัน ก่อนเผชิญกับเหตุการณ์ต่างๆ อย่างมีสติ” พระศากยวงศ์วิสุทธิ์ (อนิลมาน ธมฺมสากิโย) ผู้ช่วยเจ้าอาวาส วัดบวรนิเวศวิหาร ให้ข้อคิดการดูแลจิตให้เข้มแข็ง ในการบรรยายธรรมพิเศษ หัวข้อ “จิตตนคร” ตามโครงการ “เรายกวัดมาไว้ที่เซเว่นฯ”

                พระศากยวงศ์วิสุทธิ์ ยกหลักธรรมจากหนังสือของ "สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก" ที่ได้เคยอุปมาจิตของมนุษย์เป็นเหมือนเมืองใหญ่เมืองหนึ่งว่า

                “มนุษย์เราทุกคนมีการเชื่อมโยงระหว่างภายนอกและภายในจิตใจ หรือเรียกง่ายๆ ว่า มี 'จิตตนคร' อยู่ด้วยกันทุกคน ซึ่งในนครแห่งนี้ประกอบด้วย กำแพงเมือง หรือ ผิวหนังของร่างกาย และมีประตูเมืองทั้งสิ้น ๖ ประตู ได้แก่ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ทั้งยังมีทาง ๔ แพร่ง ล้อมรอบเมือง ได้แก่ ดิน น้ำ ลม ไฟ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ทุกอย่างมีส่วนเชื่อมโยง สร้างปฏิกิริยา สามารถสื่อสารระหว่างกันได้ และส่งสิ่งสัมผัสไปสู่ประสาทที่เป็น 'นครแห่งจิต' ทำให้การสื่อสารดำเนินไปอย่างเป็นธรรมชาติ มีความละเอียดอ่อน และมีการรายงานเรื่องราวของชีวิตมนุษย์”

                ใน "นครแห่งจิต" จะมีผู้นำทำหน้าที่บริหารและมีวิธีการดูแลที่แตกต่างกัน การที่จะทำให้เมืองเจริญรุ่งเรืองหรือแตกดับก็ขึ้นอยู่กับผู้นำ และอารมณ์ของผู้นำนั้นๆ เมื่อใดที่ผู้นำใช้อารมณ์มาปรุงแต่ง ทำให้เกิด “จิตตสังขาร” เกิดความฟุ้งซ่าน ไม่สบายใจ และหดหู่ จากที่กล่าวมาทั้งกายและใจ ถือเป็นความจริงของมนุษย์ หรือ "อริยสัจ" ที่มีความ “ทุกข์” เป็นต้นตอที่ทำให้เกิดความไม่สบายกายและใจ ก็จะต้องค้นหาเหตุของทุกข์ ที่เรียกว่า “สมุทัย” เช่น ตา คนเรามองเห็นคนอื่นรวย มีบ้านสวยๆ มีรถยนต์แพงๆ อยากได้เป็นของตน ก็จะเกิดความไม่พอดี ไม่พอเพียงอยู่ภายในจิตใจ นี่เป็นสาเหตุของทุกข์  จึงต้องนำ "นิโรธ” คือ ความรู้หรือปัญญาที่มาทำให้จิตตนคร หรือเมืองแห่งจิตของเรามีความเข้มแข็ง และใช้ ”มรรค” เป็นหนทาง หรือข้อปฏิบัติ เพื่อไม่เกิดทุกข์ ตั้งแต่ การเห็น การคิด การกระทำ การพูด

                "เราเป็นผู้นำ เราคือผู้มีอำนาจ เราสามารถเปลี่ยนอะไรก็ได้ ยิ่งเป็นผู้นำที่มีธรรมประจำใจ ก็ยิ่งทำให้หลุดพ้นจากการติดอยู่ในวังวนความโกรธ ความโลภ ความลุ่มหลง จึงอยากให้คนเราลองใช้หลักธรรมความจริงเป็นสิ่งธรรมดามาปรับใช้กับการดำเนินชีวิต ไม่ว่าเราจะมองอะไรต้องมองให้ทะลุ ให้เห็นถึงเหตุของปัญหา แล้วใช้ปัญญาแก้ไข หรือดำรงชีวิตด้วยอริยมรรค ไม่ว่าจะเป็น การมอง การคิด การพูด การกระทำ ความเพียรพยายาม ความมีสติและสมาธิอย่างถูกต้อง จะทำให้จิตใจไม่อ่อนแอ” พระศากยวงศ์วิสุทธิ์ กล่าว

                "จงจำไว้ว่า อย่าเป็นนักปรุงแต่ง อย่าเป็นนักช่างจำ เพราะความช่างจำ ช่างคิด ปรุงแต่งบนพื้นฐานมุมมองของตนเอง จะนำไปสู่จินตนาการ ที่ทำให้เรามองสภาพแวดล้อมอย่างขาดหลักธรรม และมองไม่เห็นความสวยงามของชีวิต ไม่เห็นความชัดเจนของทุกสิ่ง บนพื้นฐานของธรรมชาติ ธรรมดา” พระศากยวงศ์วิสุทธิ์ กล่าวทิ้งท้าย สำหรับผู้ที่สนใจ เข้ารับฟังธรรมบรรยาย โครงการ “เรายกวัดมาไว้ที่เซเว่นฯ” ที่ชั้น ๑๑ อาคารซีพี ทาวเวอร์ ถนนสีลม ทุกวันศุกร์ เวลา ๑๒.๐๐-๑๓.๓๐ น. โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ สอบถามได้ที่ โทร.๐-๒๖๗๗-๑๙๐๑ หรือที่ www.cpall.co.th
 

"}])